เหตุผลที่เราควรมีเมตตา

20160529_BeKind

“Be kind, for everyone you meet is fighting a hard battle.”

– Plato


ที่เมืองไทยเราอาจจะไม่ค่อยมีปัญหา “เด็กเกเรที่ชอบรังแกคนอื่น”

แต่ฝรั่งจะมีคำที่เรียกเด็กเหล่านี้โดยเฉพาะ นั่นคือคำว่า “bully”

ผมเดาว่าคำนี้น่าจะมาจากคำว่า bull หรือวัวกระทิงที่ดุดัน

ถ้าใครเคยดูหนังเรื่อง Back to the future น่าจะจำพอจำได้ว่าพ่อของพระเอกเป็นเด็กหงอและมักเจอบุลลี่ที่ชื่อ Biff และลิ่วล้อรังแกเป็นประจำ

ผมเคยอ่านเจอใน Quora ว่า เด็กๆ ที่เป็นบุลลี่นั้น ส่วนใหญ่มาจากครอบครัวที่พ่อชอบใช้ความรุนแรง

เช่นเด็กที่โตมาในบ้านของทหารที่เพิ่งไปรบกลับมา

พ่อไปสู้ศึกสงคราม แบกรับบาดแผลกลับมาที่บ้าน แล้วมาระบายกับแม่และลูก

ลูกที่สู้พ่อไม่ได้ ก็เลยทนรับความรุนแรงของพ่อ แล้วมาปล่อยกับเพื่อนร่วมรุ่นที่โรงเรียน

จะเห็นได้ว่าทุกคนเป็น “เหยื่อ” ด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นเด็กหงอที่โดนรังแก หรือเด็กเกเรที่ถูกพ่อใช้ความรุนแรง หรือแม้กระทั่งตัวพ่อเองที่ถูกทำร้ายจากสงครามที่เขาไม่ได้เริ่ม


แต่ละวันเราจะเจอคนที่ทำให้เราหงุดหงิดหรือผิดหวัง

อาจจะเป็นคนที่ขับรถปาดหน้า พูดจาไม่เข้าหู หรือทำตัวไม่น่ารัก

สิ่งที่ทำให้เขาแสดงออกมาอย่างนั้น อาจไม่เกี่ยวอะไรกับเราเลย

เขาเองน่าจะบาดเจ็บจากอะไรมา ก็เลยต้องระบายสู่คนรอบข้าง แม้จะโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม

เราเองบางครั้งก็เป็นเช่นนั้นเช่นกัน อาจจะเครียดจากเรื่องงานแล้วทำให้พูดจาไม่ดีกับแม่ หรือทะเลาะกับใครมาก็เลยขับรถไร้มารยาท ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่ตัวตนของเราซักหน่อย

“Be kind, for everyone you meet is fighting a hard battle.”

ใช่แล้ว ทุกคนก็มีเรื่องทุกข์อยู่ข้างในจนปริ่ม จึงเป็นธรรมดาที่บางส่วนอาจจะล้นออกมาโดนคนอื่น

ถ้าเราไม่ลืมประเด็นนี้ เราจะมีเมตตากับคนรอบกายมากขึ้น

โดยเฉพาะคนที่ทำตัวไม่น่ารัก


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

คนข้างหลัง

20160527_behind

ถาม: มองเห็นอะไรในกีฬาวอลเลย์บอลบ้างคะ
ตอบ: มันมีเสน่ห์อยู่ในนั้น มีความรัก มีความสามัคคี มีความผูกพัน คนเราอยู่คนเดียวไม่ได้ในโลก ถึงคุณจะเล่นกีฬาประเภทเดี่ยว แต่ถึงอย่างไรคุณก็ต้องมีเพื่อน ตลอดหลายปีที่ผ่านมาผมเห็นความผูกพัน เห็นมิตรภาพที่ยั่งยืนยาวนานของคน ถ้าให้ผมมองทีมผม สิ่งที่เห็นก็คือมันมีเบื้องหลังอยู่มากมาย มันมีความมุ่งมั่น มีความพยายาม แต่ละคนมุ่งมั่นอะไร มุ่งมั่นที่จะไปให้ถึงฝัน ฝันของเขาคืออะไร ไม่ใช่แค่ไปโอลิมปิกอย่างเดียว แต่อยากเป็นนักกีฬาระดับอาชีพ ผมเห็นความฝันของคนที่อยู่ข้างหลังเขา เวลาที่เขาแพ้ เวลาที่เขาบาดเจ็บ ไม่ไหว ท้อแท้ ร้องไห้ ผมมองเห็นคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขา พยายามผลักเขาขึ้น ผมมองเห็นในสิ่งหลายคนอาจจะมองไม่เห็น เวลาที่ทีมเราแพ้ ใครที่คอยให้กำลังใจเราถ้าไม่ใช่ครอบครัว คนใกล้ตัว ผู้บริหารสมาคม แฟนคลับ เรามีแฟนคลับเยอะแยะที่คอยเป็นกำลังใจให้เรา ผมมองเห็นคนที่ไม่รู้ว่าจะจินตนาการเป็นหน้าใคร แต่วาดหน้าได้ว่าเป็นสีธงสามสี ก็คือคนไทยที่ให้อภัยกันและพยายามช่วยกัน สิ่งที่ผมทำ ที่ผมสร้างพวกเขามา พวกเขาไม่เคยเลยที่จะเล่นกีฬาแบบเหยาะแหยะ เล่นแบบไม่สู้ พวกเขาสู้ทุกเกม นี่คือสิ่งที่ผมพอใจและภูมิใจในตัวพวกเขา นี่คือสิ่งที่ผมเห็นในกีฬาวอลเลย์บอล

– เกียรติพงษ์ รัชตเกรียงไกร
a day BULLETIN issue 216, 7-13 Sep 2012
สัมภาษณ์ วสิตา กิจปรีชา
ถ่ายภาพ กฤตธกร สุทธิกิตติบุตร

If you want to go fast, go alone.
If you want to go far, go together

– African proverb


ช่วงนี้วงการกีฬาของไทยเราคึกคักเป็นพิเศษ

ไม่ว่าจะเป็นน้องเมย์ รัชนกที่ได้ขึ้นเป็นนักแบดหญิงมือหนึ่งของโลก (แม้จะแค่ชั่วคราว)

หรือนักฟุตบอลชายที่กำลังลุ้นไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

และล่าสุดคือนักกีฬาวอลเลย์บอลหญิงของเราที่แพ้ญี่ปุ่นไปอย่างดราม่าและชนะเกาหลีแบบสุดสะใจ

และถึงแม้ทีมวอลเลย์จะไม่ได้ไปโอลิมปิก แต่วันจันทร์ที่ผ่านมาก็มีคนไปต้อนรับที่สนามบินอย่างล้นหลาม

สาวๆ นักตบได้ใจของพวกเราไปเต็มๆ เพราะความสู้ไม่ถอย คนดูจึงเชียร์สนุกและมีความสุขมาก

แต่กว่าเขาจะมาเล่นวอลเลย์ให้เรามีรอยยิ้ม เขาต้องผ่านการร้องไห้และเจ็บปวดมาเท่าไหร่ ต้องฝึกซ้อมกันอย่างหนักแค่ไหนถึงได้กลายเป็นหนึ่งในทีมระดับต้นๆ ของเอเชีย

คงมีหลายปัจจัยที่ทำให้เขามาได้ไกลขนาดนี้

ปัจจัยแรกก็คือตัวนักกีฬาเองที่มีความสามารถ มีความฝัน และมีความมุ่งมั่นที่จะได้ไปแข่งขันในระดับโลก

ปัจจัยต่อมาก็คือทีมงานที่เข้มแข็ง ไม่ว่าจะเป็นโค้ช สมาคมวอลเลย์บอล หรือแม้กระทั่งสปอนเซอร์ที่ร่วมสนับสนุน

แต่ปัจจัยหนึ่งที่เราอาจลืมคิดถึง ก็คือครอบครัวที่คอยเป็น “ลมใต้ปีก” ให้นักกีฬาแต่ละคนตลอดมา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่ต้องยอมให้ลูกไปเก็บตัวซ้อมเป็นเวลาหลายหลายเดือน หรือแฟนที่แม้อยากจะพาไปเที่ยวที่ไหนก็อาจไม่ค่อยได้ไป

คนกลุ่มนี้ต้องยอมเสียสละความสุขส่วนตัวเพื่อจะช่วยผลักดันให้เหล่าๆ นักตบสาวได้ทำในสิ่งที่ตั้งใจเอาไว้

ดังนั้น เวลาที่พวกเธอลงสนามแข่ง เธอจึงไม่ได้เล่นเพื่อตัวเอง หรือเล่นเพื่อทีมชาติเท่านั้น แต่เธอกำลังเล่นเพื่อคนที่อยู่ข้างหลังเธอตลอดมาด้วย

ฝันของเขาคืออะไร ไม่ใช่แค่ไปโอลิมปิกอย่างเดียว แต่อยากเป็นนักกีฬาระดับอาชีพ ผมเห็นความฝันของคนที่อยู่ข้างหลังเขา เวลาที่เขาแพ้ เวลาที่เขาบาดเจ็บ ไม่ไหว ท้อแท้ ร้องไห้ ผมมองเห็นคนที่อยู่ข้างหลังพวกเขา พยายามผลักเขาขึ้น ผมมองเห็นในสิ่งหลายคนอาจจะมองไม่เห็น

ผมว่าความงดงามของชีวิตคนมันอยู่ตรงนี้แหละ

เราทุกคนมีความฝัน มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ที่อยากจะทำ แต่การทำตามความฝันให้สำเร็จนั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

มันคงจะดีมาก หากจะมีใครสักคนที่เห็นและเชื่อสิ่งที่เราฝันเหมือนกัน แม้เขาอาจจะไม่ได้มาลงแรง แต่อย่างน้อยเราก็รู้ว่าวันที่เราเหนื่อยและพ่ายแพ้ ก็ยังมีใครคนหนึ่งที่พร้อมจะกอดเราไว้แล้วบอกว่าไม่เป็นไรนะ พักก่อนแล้วค่อยกลับไปลุยใหม่

เมื่อความฝันของเราได้กลายเป็นความฝันของคนอื่นด้วย เราก็พร้อมที่จะสู้ยิบตา

เพราะเรารู้แล้วว่าเราสู้ไปทำไม

และเราสู้ไปเพื่อใคร


ขอบคุณรูปภาพจาก ISSUU.com: a day BULLETIN issue 216, 7-13 Sep 2012

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

นิทานเพื่อนซี้

20160526_bestfriends

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

แจ๊คกับบ๊อบเป็นเพื่อนรักกันมานานถึงสามสิบปี เพราะชอบสกีเหมือนกันจึงไปเล่นสกีด้วยกันทุกฤดูหนาว

ปีนี้ก็เป็นอีกปีหนึ่งที่แจ๊คกับบ๊อบนัดไปเล่นสกีช่วงสุดสัปดาห์ แต่ระหว่างทางไปสกีรีสอร์ตกลับเจอหิมะตกหนัก ทั้งสองจึงแวะฟาร์มแห่งหนึ่งและไปเคาะประตูบ้านหลังใหญ่

คนที่มาเปิดประตูให้เป็นหญิงสาวหน้าตาดีทีเดียว

แจ๊ค: สวัสดีครับคุณผู้หญิง เราสองคนจะไปเล่นสกีกัน แต่หิมะตกหนักมาก ขับรถไปสกีรีสอร์ตไม่ไหว เราจะขอพักที่นี่ซักคืนได้มั้ยครับ?

หญิงสาว: ฉันเห็นใจคุณนะคะ บ้านก็ยังมีห้องว่างอยู่หลายห้องและฉันก็อยู่คนเดียวด้วย แต่ฉันเพิ่งจะสูญเสียสามีไปไม่นาน ถ้าให้คุณเข้ามาพักที่นี่เพื่อนบ้านจะนินทาเอาได้

แจ๊ค: ไม่เป็นไรครับ พวกเราขอนอนในยุ้งฉางก็ได้ พรุ่งนี้เช้าหิมะพอหิมะหยุดตกแล้วเราก็จะรีบออกเดินทางทันทีเลยครับ

หญิงสาวตกลง แจ๊คกับบ๊อบจึงได้นอนที่ยุ้งฉางในคืนนั้น วันรุ่งขึ้นอากาศแจ่มใส ทั้งสองจึงขับรถไปถึงรีสอร์ตและได้เล่นสกีตามทีตั้งใจไว้

9 เดือนถัดมา แจ๊คก็ต้องประหลาดใจที่ได้รับจดหมายจากทนายความ ใช้เวลาสักครู่จึงพอจะปะติดปะต่อเรื่องราวได้  จึงรีบไปหาบ๊อบที่บ้าน

แจ๊ค: มึงจำวันที่เราไปเล่นสกีแล้วต้องไปนอนในยุ้งฉางเพราะติดพายุหิมะได้มั้ย?

บ๊อบ: จำได้สิ

แจ๊ค: แล้วมึง…ลุกขึ้นมากลางดึกแล้วแวะไปเยี่ยมเจ้าของบ้านรึเปล่า?

บ๊อบ (หน้าแดง): ใช่ว่ะ กูไปหาเขา

แจ๊ค: แล้วมึงก็บอกเขาไปว่ามึงชื่อ “แจ๊ค จอห์นสัน” ใช่ม้้ย?

บ๊อบ: ใช่…เฮ้ยกูขอโทษจริงๆ ที่อ้างชื่อมึง…กูทำให้มึงเดือดร้อนรึเปล่าเนี่ย?

แจ๊ค: ก็ไม่เชิงว่ะ ผู้หญิงคนนั้นเธอเพิ่งเสีย แล้วคุณเธอดันทิ้งมรดกไว้ให้กูหมดเลย


ขอบคุณภาพจาก The Guardian: France Holiday + Adventure Travel

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

เมื่อหัวหน้าไม่ใส่ใจ

20160525_planet

คนทำงานหลายคนอาจเคยเจอสภาวะ “น้อยใจหัวหน้า”

ส่งเมล์ไปก็ไม่ค่อยอ่าน ให้ฟีดแบ็คอะไรไปก็ไม่เห็นจะเอาไปทำอะไรต่อ อธิบายอะไรก็ไม่ค่อยจะฟัง แถมบางทียังพูดจาทำร้ายน้ำใจเราอีก

ทั้งๆ ที่เขาก็เป็นคนเก่ง และโดยพื้นฐานแล้วก็น่าจะเป็นคนจิตใจดี แต่ทำไมเขาถึงไม่ให้ความสำคัญกับเราเลย

บางทีอาจจะเป็นเพราะเหตุผลนี้ครับ – เราเป็นเพียงดาวเคราะห์ดวงหนึ่งในสุริยจักรวาลของเขา

หัวหน้าของเราคือพระอาทิตย์ ยิ่งถ้าเขาเป็นคนเก่ง ยิ่งมีความรับผิดชอบ ก็ยิ่งมีดาวบริวารหลายดวงจนอาจดูแลได้ไม่ทั่วถึง

แต่เรามักจะลืมประเด็นนี้ เพราะว่าเราเห็นเขาตลอดเวลา และเผลอคิดว่าเขาควรจะเห็นเราตลอดเวลาเช่นกัน

ดาวเคราะห์มองเห็นพระอาทิตย์ได้ง่ายเพราะพระอาทิตย์เป็นดาวฤกษ์ที่มีแสงสว่างและมีอยู่ดวงเดียว แต่จะให้พระอาทิตย์มองเห็นดาวเคราะห์ทุกดวงตลอดเวลานั้นเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

ดังนั้นก็จงอย่าน้อยใจไปถ้าหัวหน้าจะดูแลเราไม่ได้ดังที่เราคาดหวัง

ดีเสียอีก ที่เรามีโอกาสเลือกได้ว่าจะรักษาระยะห่างกับเขามากแค่ไหน

ถ้าอยู่ไกลมากเหมือนดาวเนปจูน ก็อาจหนาวเหน็บและโดดเดี่ยว แต่ถ้าเราอยู่ใกล้กับเขาเหมือนดาวพุธก็อาจจะร้อนจนอยู่ยากเหมือนกัน

ทำตัวเองให้เป็น “ดาวเคราะห์โลก” นี่แหละดีที่สุด ใกล้พอให้ได้รับแสงแดด ไกลพอที่จะไม่โดนแผดเผา ฤดูร้อนอาจจะอบอ้าวหน่อย ฤดูหนาวอาจต้องทนสักนิด แต่ก็สบายใจได้ว่าแต่ละฤดูมันก็จะผ่านมาและผ่านไป

และอย่าลืมว่าถึงหัวหน้าจะเป็นดาวฤกษ์สำหรับเราก็จริง แต่เขาก็เป็นดาวเคราะห์สำหรับเจ้านายเขาด้วย

และที่สำคัญกว่านั้นก็คือ แม้เราจะเป็นดาวเคราะห์ของหัวหน้า แต่เราก็เป็นดาวฤกษ์ของใครบางคนเช่นกัน (เพียงแต่คนเหล่านั้นอาจไม่ได้อยู่ที่ทำงาน)

ดังนั้น แทนที่จะมัวมานั่งน้อยใจหัวหน้า สู้หันมารักษาระยะห่างให้เหมาะสม และทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

และใช้เวลาที่เหลือมาใส่ใจดาวเคราะห์ของเราดีว่า (เขาอาจจะแอบน้อยใจเราอยู่ก็ได้นะ)


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

วิธีดับสุขที่ง่ายที่สุด

20160524_happygone

คืออยากมีความสุขให้มากกว่านี้

มนุษย์เราเป็นนักดับสุขมือฉมัง (และเป็นนักดับทุกข์ที่ไม่ได้เรื่อง)

มีวิออสก็อยากขับแคมรี่ มีแคมรี่ก็อยากขับเบนซ์ มีเบนซ์ก็อยากขับเฟอรารี่

ได้เงินเดือนสามหมื่นก็ฝันถึงเงินเดือนหกหมื่น พอได้หกหมื่นก็อยากได้หนึ่งแสน

ความสุขของเราจึงอายุสั้นเสมอ เพราะพอใจได้เดี๋ยวเดียวเราก็เริ่มมองหาสิ่งที่ดีกว่าแล้ว

ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องผิดบาปอะไร เพราะมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์

แต่มันคงจะดีมาก ถ้าระหว่างที่เราแสวงหาสิ่งที่ดีกว่านั้น เราพอใจและเห็นคุณค่าสิ่งที่เรามีอยู่แล้วด้วย

เราจะได้ไม่เผลอ “ฆ่าตัดตอนความสุข” ก่อนเวลาอันควรครับ


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com