นิทานไก่ขันตะวันขึ้น

20180807_rooster

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พ่อไก่ตัวหนึ่งภูมิใจในความเป็นหัวหน้าครอบครัวของตัวเองมาก มันคอยกางปีกปกป้องภรรยาและลูกๆ ทุกตัว และอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขเสมอมา

ทุกๆ เช้า เวลาตีห้า พ่อไก่ก็จะบินขึ้นไปเกาะอยู่บนกิ่งไม้และโก่งคอขันเสียงก้องไปทั้งพงไพร จนถึงประมาณหกโมงเช้า พระอาทิตย์ก็ขึ้นมาฉายแสงส่องสว่างไปทั่ว

พ่อไก่มีความสุขมากที่ได้เห็นตะวันค่อยๆ ทอแสงขึ้นมา เขาจะยืนชื่นชมแสงตะวันและบอกตัวเองว่า

“เพราะฉันขัน ตะวันจึงขึ้น นี่คือผลงานที่ยิ่งใหญ่ของฉัน”

ดังนั้นทุกๆ เช้าพ่อไก่ตัวนี้ก็จะบินขึ้นมาเกาะกิ่งไม้ และเมื่อขันเสร็จ ก็จะรอดูตะวันขึ้นที่เหนือยอดเขา พอตะวันขึ้นแล้วก็บินกลับลงมาหากินกับลูกเมียตามปกติ

อยู่มาวันหนึ่ง เนื่องจากตรากตรำภาระหนักเหลือเกิน ร่างกายเริ่มทนไม่ไหว พ่อไก่ก็เริ่มป่วย เช้าตรู่วันนั้นพ่อไก่บินขึ้้นไปเกาะกิ่งไม้เดิม ขณะจะขันเพื่อเรียกตะวันขึ้น กลับร่วงหล่นลงมา รู้สึกไม่มีเรี่ยวแรง ลูกชายซึ่งเป็นไก่โต้งรุ่นใหม่ไฟแรงเดินเข้ามาประคองพ่อ พร้อมกับพูดว่า

“พ่อ ผมว่าถ้าพ่อขันไม่ไหว วันนี้ผมขันแทนให้เอาไหม”

พ่อไก่ยืดอกขึ้น หันมาชี้หน้าลูกพร้อมกับตอบเสียงดังว่า “น้ำหน้าอย่างแก ถ้าขัน ตะวันมันจะขึ้นไหม หัดดูเงาหัวตัวเองซะบ้างสิ”

เช้าวันนั้น ทั้งๆ ที่ป่วยอยู่ พ่อไก่ก็ขึ้นไปเกาะบนกิ่งไม้เดิม และขันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนตกลงมาดิ้นพราดๆ

ก่อนสิ้นลม พ่อไก่ได้กล่าวสั่งเสียกับภรรยาและลูกๆ ว่า

“พวกเราทั้งหลาย ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พ่อคงไม่อาจมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว และพอพ่อไม่ขัน ตะวันก็จะไม่ขึ้น โลกก็จะเข้าสู่กลียุค ถ้าไม่มีพ่อแล้วทุกคนก็จะอยู่ด้วยความยากลำบาก และมนุษยชาติก็จะถึงคราววิบัติ ดูแลกันให้ดีนะ”

—–
ขอบคุณนิทานจากเว็บเพื่อนกัลยาณธรรม

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 5 ที่)

ถ้าจะใส่รองเท้าข้างเดียว

20180728_oneshoe

สู้เดินเท้าเปล่าดีกว่า

ถ้าจะทำอะไรแค่ครึ่งๆ กลางๆ สู้ไม่ทำเสียเลยจะดีกว่า

ถ้าจะมาแค่ครึ่งใจ อย่ามาเสียเลยจะดีกว่า

“Do or do not. There is no try”
-Yoda

คนที่เวลาโดนชวนไปไหนแล้วมักจะตอบว่า “จะพยายามไป” ส่วนใหญ่เขาจะไม่มาหรอก

ถ้าจะทำก็ทำ ถ้าจะไม่ทำก็ไม่ต้องทำ อย่าบอกว่าจะพยายาม

เพราะเรื่องราวส่วนใหญ่ในชีวิต ไม่ได้ยากเย็นขนาดนั้น

การจะทำไม่ได้หรือไม่ได้ทำ จึงไม่ใช่เพราะขาดความพยายามหรือขาดความสามารถ แต่เพราะขาด commitment ต่างหาก

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 9 ที่)

คุณจะเชื่อนิทานเรื่องไหน

20180807_whichtale

สิ่งหนึ่งที่ผมได้จากการอ่าน Sapiens – A Brief History of Humankind ก็คือ “นิทาน” หรือชุดความเชื่อของแต่ละยุคแต่ละสมัยจะเป็นตัวกำหนดความคิดและการกระทำของเรา

เหตุผลหนึ่งที่ยุโรปครองโลก เพราะเมื่อ 500 ปีที่แล้ว ยุโรปเชื่อเรื่องการล่าอาณานิคมและการค้นพบดินแดนใหม่ ชาวยุโรปจึงออกทะเลไปยึดครองดินแดนที่ห่างไกลมากมายซึ่งรวมถึงทวีปอเมริกา ในขณะที่ประเทศจีนซึ่งมีวิทยาการการเดินทะเลก้าวหน้ากว่ายุโรป กลับไม่ได้ทำในสิ่งนี้ เพราะในยุคนั้นฮ่องเต้ไม่ได้สนใจ “นิทาน” เรื่องเดียวกันนี้ (อ่านเพิ่มเติมได้ใน Sapiens ตอนที่ 15 – เมื่อยุโรปครองโลก)

มาในยุคนี้ เรามีนิทานมากมายที่คนจำนวนมากเลือกที่จะเชื่อ

นิทานทุนนิยม – การเติบโตทางเศรษฐกิจและการเงินจะนำพามาซึ่งความเจริญและความสุขสบาย

นิทานมนุษยนิยม – มนุษย์ทุกคนเกิดมาเท่าเทียมกันและผลประโยชน์ของมนุษย์มีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด

นิทานมนุษย์เงินเดือน – ตั้งใจเรียน จบมหาลัยดังๆ ได้งานบริษัทที่มั่นคง มีเงินออมและมีเงินลงทุน ทำงานให้ดีจนได้รับการโปรโมต การได้เป็นผู้บริหารระดับสูงคือเป้าหมายสูงสุด

นิทานเจ้าของกิจการ – ทำงานประจำไม่มีทางรวย การเป็นนายตัวเองและอิสรภาพที่จะทำอะไรที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้คือเรื่องสำคัญ หาไอเดียแล้วลงมือทำ สร้างบริษัทจนมีกำไร แล้วค่อยๆ ถอยออกมา เอาคนที่ไว้ใจได้มาดูแลกิจการ เราก็จะมี passive income ไปตลอดชีวิต

นิทาน Social Media – การมียอด followers และ engagements สูงๆ คือเป้าหมายที่สำคัญที่สุด

นิทานนิพพาน – การเกิดแก่เจ็บตายเป็นทุกข์ เราจะหลุดพ้นจากวงจรนี้ได้ด้วยการเข้าถึงอริยสัจสี่ผ่านสติปัฏฐาน ๔ ซึ่งเป็นทางสายเอกและทางสายเดียว

ยังมีนิทานอีกมากมายที่คนเราเลือกจะเชื่อ นิทานพระผู้สร้าง นิทานอเทวนิยม(คนไม่เชื่อในพระเจ้า) นิทานบิ๊กแบง นิทานสตาร์ทอัพ นิทานประชาธิปไตย นิทานพรหมลิขิต นิทานเพลย์บอย  ฯลฯ

ผมคงไม่ขอออกความเห็นว่านิทานเรื่องไหนดี-ไม่ดี จริง-ไม่จริง แค่อยากชี้ให้คุณผู้อ่านลองมองไปรอบตัวว่าโลกนี้เต็มไปด้วยนิทานอะไรบ้าง และเรากำลังเลือกใช้ชีวิตอยู่ในนิทานเรื่องไหน

และถ้าไม่ชอบนิทานที่เรากำลังเล่นอยู่ ก็อย่าลืมว่าเราเปลี่ยนนิทานได้นะครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 8 ที่)

ยากก่อน ง่ายทีหลัง

20180807_hardbeforeeasy

มันเป็นอย่างนี้เสมอมา

ไม่ว่าเรื่องอะไรในชีวิต เราต้องเผชิญความยากก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่เรื่องนี้จะง่ายลง

แต่ถ้าเราเอาแต่วิ่งหนี เรื่องนี้มันก็จะยากเท่าเดิมหรืออาจจะยากขึ้นกว่าเดิม

หลายสิ่งที่เราเคยเอาแต่หลบหลีก พอได้ลองทำจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก มีคนอีกตั้งเป็นร้อยเป็นพันที่ทำเรื่องนี้ได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ จริงมั้ย?

มองเรื่องยากให้เป็นเกม มองให้มันเป็นความท้าทาย และอย่าไปเอาเป็นเอาตายกับมันมากนัก ชนะก็ดีไป แพ้ก็แค่ลองใหม่เท่านั้นเอง

เมื่อเราคุ้นชินกับการเผชิญหน้ากับความยาก อย่างอื่นในชีวิตก็จะง่ายขึ้นแน่นอน

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)

ผิดเกม

20180804_wronggame

วันนี้เจอบทความหนึ่งใน Quora ที่คิดว่าเจ๋งดี เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

คำถามคือ เรื่องอะไรที่คนเรามักจะพลาดโดยไม่รู้ตัว? – What is a common mistake people make without realizing it?

Sean Kernan เข้ามาตอบคำถามดังนี้ครับ

—-

เมื่อคืนนี้ผมเจอเลนส์กล้องถ่ายรูปที่ผมอยากได้เปิดประมูลขายอยู่บนเว็บ

มันเป็นเลนส์มือสองและยังไม่มีคนมาเสนอซื้อ

ผมเลยเสนอราคาไป $425

มีเวลาเหลือเพียงสองชั่วโมงก่อนจะปิดประมูล หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีใครมาประมูลเพิ่ม ผมเริ่มตื่นเต้นเพราะเลนส์นี้มันเจ๋งมาก

และแล้วก็มีเสียงปิ๊งป่อง

$430

อ๋อ จะแข่งเหรอ ได้เลย!

ผม: $440

เขา: $445

มั่นใจมากใช่มั้ย?

แล้วเราก็เริ่มประมูลแข่งกันอย่างดุเดือด ผมไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำเพราะต้องคอยพิมพ์ราคาใหม่ตลอด

ราคาประมูลวิ่งมาถึง $725

แล้วเขาก็เสนอราคา $730

แล้วผมก็ตาสว่าง

นี่แกจะยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อเลนส์มือสองจริงๆ เหรอ เลนส์นี้ราคามือหนึ่งคือ $790 นะ

ผมก็เลยถอนตัวจากการประมูล

ในหลายสถานการณ์ เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังพยายาม “เอาชนะ” อยู่

ปัญหาก็คือเรากำลังเอาชนะผิดเกม (the problem is we are trying to win the wrong game)

สำหรับชีวิตคนเรา เรามักจะพบว่าต้นทุนของการเอาชนะก็คือความพ่ายแพ้
(In life, we often find that the price of winning is losing.)

—–

เป็นเรื่องปกติของคนเราที่อยากเอาชนะ เพราะมันเป็นอาหารอันโอชะของอัตตาตัวตน

แต่ทั้งๆ ที่เราคิดว่าเราชนะ เราอาจจะแพ้ก็ได้

แพ้ในการรักษาน้ำใจ แพ้ในความสัมพันธ์ แพ้ให้กับกิเลสของเราเอง

การเอาชนะไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ารู้ตัวว่าเราเป็นคนเสพติดชัยชนะ สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือการ win the wrong game ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Sean Kernan’s answer to What is a common mistake people make without realizing it?

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)