นิทานลู่ลม

20191225

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในป่าแห่งหนึ่งมีต้นโอ๊กใหญ่ที่สมบูรณ์แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาเป็นที่อาศัยของนกและให้ร่มเงาแก่สัตว์ต่างๆ

ใกล้ๆ นั้นยังมีต้นอ้อกอเล็กๆ ลมพัดมาเพียงแผ่วเบาก็โอนเอน

ต้นโอ๊กจึงกล่าวกับต้นอ้อว่า

“สหายเอ๋ย เจ้าช่างช่างอ่อนแอยิ่งนัก แค่ลมพัดมาเจ้าก็โอนเอนเสียแล้ว ดูข้าสิ ไม่ว่าจะเจออะไร ข้าก็สู้ไม่ถอยแม้แต่น้อย”

ค่ำวันนั้น เกิดฝนตกหนัก พายุกระหน่ำรุนแรง ต้นโอ๊กพยายามยืนลำต้นเพื่อต่อกรกับลมพายุอย่างสุดกำลัง

เช้าวันรุ่งขึ้น ต้นโอ๊กที่ยิ่งใหญ่หักโค่นลง คนผ่านมาเห็นจึงเอาไปทำฟืน

ส่วนต้นอ้อก็ยังโอนไปเอนมารับสายลมและแสงแดดยามเช้าอยู่ตรงนั้น

—–

ดัดแปลงจากนิทานต้นอ้อกับต้นโอ๊ก โดย Yuwadee Kingprompoo

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

20191225b

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

เพราะ 4 ชั่วโมงนี้มันจะกำหนดคุณภาพชีวิตของเราได้เลย

หากเราใช้เวลาสองชั่วโมงสุดท้ายไปกับเรื่องไร้ประโยชน์จนนอนตื่นสาย ส่งผลให้สองชั่วโมงแรกของวันเสียไปกับรถติดและความวุ่นวาย นั่นคือ 4 ชั่วโมงต่อวันหรือ 1000 ชั่วโมงต่อปี*

แต่ถ้าเราใช้มันอย่างชาญฉลาด 1000 ชั่วโมงนี้ก็มากพอที่จะสร้างความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้น สร้างรายได้แหล่งที่สอง อ่านหนังสือจบได้หลายสิบเล่ม หรือวิ่งได้หลายร้อยกิโลเมตร

2 ชั่วโมงแรกกับ 2 ชั่วโมงสุดท้ายของวันเราทำอะไร?

เลือกให้ดี แล้วอีก 10 ปีตัวเราในวันนั้นจะขอบคุณตัวเราในวันนี้ครับ

—-

* นับเฉพาะวันทำงาน 5 วัน 50 สัปดาห์ = 250 วัน

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้ววันนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/eitrfacebook

ของสำคัญในชีวิตมันต่อรองราคาไม่ได้

201912233

สิ่งที่มาพร้อมกับยุคอินเตอร์เน็ต คือ Lifehacks หรือทางลัดในการดำเนินชีวิต

ทำอย่างไรถึงจะสำเร็จได้รวดเร็วโดยลงแรงให้น้อยที่สุด

เราจึงคุ้นเคยกับการเฟ้นหาทางลัดและการต่อรองราคากับความสำเร็จ

แต่ของสำคัญจริงๆ มันต่อรองราคาไม่ได้ ถ้าอยากได้จริงๆ ก็ต้องจ่ายราคาที่เหมาะสม

ไม่ว่าจะเป็นความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกๆ สุขภาพที่แข็งแรง หรือความก้าวหน้า(อย่างยั่งยืน)ในหน้าที่การงาน

ของเหล่านี้ไม่มีทางลัด มีแต่ทางตรงกับทางอ้อมเท่านั้น

เดินทางตรงเสียแต่ตอนนี้ จะได้ไม่เสียโอกาสและเสียดายเวลาทีหลังครับ

จะโทษคนอื่นก็ได้ แต่อย่าหวังว่ามันจะดีขึ้น

201912232

เรารักตัวเองมาก เราจึงไม่อยากเป็นคนผิด และไม่อยากเป็นคนรับผิดชอบ

ปัญหาส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้น เราจึงมองไปที่คนอื่นก่อนเสมอ และจะบอกตัวเองว่าเราทำดีแล้ว คนอื่นต่างหากที่ไม่เข้าใจ คนอื่นต่างหากที่ใช้ไม่ได้

ข้อดีคือเราได้ปกป้องตัวตนไปอีกหนึ่งวัน ข้อเสียคือเรื่องนี้มันมีโอกาสที่จะเกิดขึ้นอีกซ้ำแล้วซ้ำเล่า

เมื่อเราคาดหวังในสิ่งที่คนอื่นทำให้ไม่ได้หรือไม่คิดจะทำ เราก็ต้องอกหักอยู่ร่ำไป

เมื่อเราได้เรียนรู้ชีวิตมากพอ เราจะเลิกคาดหวังให้คนอื่นเปลี่ยน เพราะถ้าเค้าจะเปลี่ยนเค้าคงเปลี่ยนไปนานแล้ว

การเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นได้จริงๆ เมื่อเรากลับมาสำรวจตัวเองก่อน ว่าเราเองจะทำอะไรให้มันดีขึ้นได้บ้าง หรือเราจะปรับใจของตัวเองอย่างไรได้บ้าง ทางออกมีมากกว่าหนึ่งเสมอถ้าใจเปิดกว้างพอ

จะโทษคนอื่นก็ได้ แต่อย่าหวังว่ามันจะดีขึ้น

อย่าจำกัดความเป็นไปได้ในชีวิตด้วยการโทษคนอื่นอยู่เลยนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงคริสต์มาสนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/eitrfacebook

เมื่อซีอีโอ Nike โทรหาสตีฟ จอบส์

20191223

ในปี 2006 ที่มาร์ค พาร์คเกอร์ (Mark Parker) เข้ารับตำแหน่ง CEO ของ Nike คนแรกๆ ที่พาร์คเกอร์โทรหาคือสตีฟ จอบส์เพื่อขอคำแนะนำว่าจะรับมือกับ digital disruption ที่กำลังก่อเกิดได้อย่างไร

จอบส์ตอบว่าอย่างนี้ครับ

“อืม ก็แค่เรื่องเดียวนะ ไนกี้ผลิตของคุณภาพระดับโลกออกมามากมาย สินค้าหลายตัวของคุณมีแต่คนอยากครอบครอง แต่ไนกี้ก็ผลิตของห่วยๆ ออกมาเยอะเช่นกัน ดังนั้นคุณควรกำจัดของห่วยๆ ทิ้งและผลิตแต่ของดีๆ เท่านั้น”

พูดจบจอบส์ก็เงียบ…พาร์คเกอร์พยายามหัวเราะแก้เก้อแต่จอบส์ไม่หัวเราะตามด้วย พาร์คเกอร์จึงรู้ตัวว่าจอบส์จริงจังกับคำตอบนี้

จากนั้นมา แทนที่ไนกี้จะพยายามสร้างไลน์โปรดักท์ด้านดิจิทัล (ซึ่งพวกเขาไม่ถนัด) ด้วยตัวเอง ไนกี้เลือกที่จะพาร์ทเนอร์กับแอปเปิ้ลเพื่อสร้าง Nike+ ซึ่งกลายมาเป็นหนึ่งในแคมเปญที่ประสบความสำเร็จที่สุดในประวัติศาสตร์ของไนกี้

ถ้อยคำสั้นๆ ที่ออกจากปากคนเก๋าๆ นี่สร้างแรงกระเพื่อมได้มากมายจริงๆ นะครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Forbes และ QZ

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงคริสต์มาสนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่นี่ครับ http://bit.ly/eitrfacebook