19 สัญญาณของความเป็นผู้ใหญ่

  1. ลงมือทำทั้งๆ ที่ยังไม่มีอารมณ์
  2. อดทนฟังทั้งๆ ที่คันปาก
  3. มองไกลกว่าหนึ่งช็อต
  4. ความสัมพันธ์มาก่อนการเป็นฝ่ายถูก
  5. ทำสิ่งที่ถูกแม้ไม่มีใครล่วงรู้
  6. รู้ว่าความจริงของเราไม่ใช่ความจริงทั้งหมด
  7. เห็นต่างด้วยความเคารพอีกฝ่าย
  8. อ่อนน้อมแม้แต่กับคนที่อ่อนกว่า
  9. สนใจเรื่องราวของคู่สนทนามากกว่าอยากเล่าเรื่องราวของตัวเอง
  10. ยินดีอย่างจริงใจในความสำเร็จของคนอื่น
  11. ให้เครดิตคนอื่นเสมอ
  12. ไม่ด่วนตัดสินคน ไม่ด่วนฟันธง
  13. เข้าใจว่าอะไรอะไรมันก็ไม่แน่
  14. หนักแน่นแต่อ่อนโยน
  15. เด็ดขาดแต่ใจเย็น
  16. ไม่แสวงหาการยอมรับ
  17. ทำเยอะเรียกร้องน้อย
  18. ความสามารถสูง ความต้องการต่ำ
  19. ข้างนอกอย่างไรข้างในอย่างนั้น

นิทาน Growth Mindset

เมล็ดสองเมล็ดฝังอยู่ในดินใกล้ๆ กัน

เมล็ดแรกบอกกับตัวเองว่า

“ฉันอยากโตเต็มแก่แล้ว! ฉันจะออกรากเพื่อดูดซึมสารอาหารต่างๆ ที่อยู่ใต้ดินนี้ แล้วฉันก็จะแตกหน่อทะลุดินขึ้นไป ฉันจะออกไปรับแสงสว่างจากดวงอาทิตย์ แล้วฉันก็จะออกดอกออกผลให้งดงามไปเลยล่ะ!”

แล้วเมล็ดแรกก็เติบโตไปตามครรลอง

เมล็ดที่สองบอกกับตัวเองว่า

“ฉันกลัว! ถ้าฉันออกรากไปที่ใต้ดินมืดๆ ก็ไม่รู้ว่าจะเจออะไรบ้าง ถ้าฉันพยายามทะลุดินขึ้นไปหน่อของฉันจะหักจะงอรึเปล่าก็ไม่รู้ แดดคงร้อนน่าดู แล้วถ้าฉันออกดอกแล้วมีเด็กมาเด็ดไปจะทำยังไง ฉันขอรอดูสถานการณ์ก่อนดีกว่า”

วันหนึ่งไก่เดินมาเขี่ยพื้นแถวนั้น เมล็ดที่สองเลยโดนไก่กิน


ดัดแปลงจากเนื้อหาในหนังสือ Chicken Soup for the Soul

จะเป็นเพื่อนกับอดีตหรือเป็นเพื่อนกับปัจจุบัน

อดีตนั้นใจแข็งเป็นหิน ต่อให้เราอยากกลับไปแก้ไขอย่างไรก็ทำไม่ได้แล้ว

อดีตไม่เคยให้โอกาสครั้งที่สองกับเรา ผิดกับปัจจุบันที่ให้โอกาสครั้งที่สอง ครั้งที่สาม-สี่-ห้ากับเราเสมอ

กับปัจจุบันนั้น เรามีโอกาสเปลี่ยนแปลงได้เสมอ

ก็เหลือแต่ว่าเราจะเลือกคบกับใครมากกว่ากัน

จะเป็นเพื่อนกับอดีตที่เราทำอะไรไม่ได้นอกจากระลึกถึงและเรียนรู้จากมัน

หรือจะเป็นเพื่อนกับปัจจุบันที่โคตรใจกว้าง และพร้อมอยู่เคียงข้างเราไปตลอดทางครับ

อะไรคือชัยชนะที่แท้จริง

เราถูกสอนมาว่า ชีวิตต้องมีเป้าหมาย

การตั้งเป้าหมายที่ยาก และพยายามอย่างมากมายเพื่อพิชิตเป้าหมายนั้น ตอนพิชิตได้มันก็ฟินอยู่ แต่พอเสร็จแล้วก็ต้องเผชิญกับคำถามที่ว่า “แล้วยังไงต่อ?”

คำตอบที่มักจะได้ ก็คือ ตั้งเป้าหมายให้ท้าทายกว่าเดิม แล้วเราก็ออกเดินทางอีกครั้งเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้น

แล้วมันจะไปจบลงที่ตรงไหน มันคือการทรมานทรกรรมร่างกายในนามของการบรรลุศักยภาพหรือการพิชิตความฝันรึเปล่า

เพราะถ้าเราเอาแต่ตั้งเป้าหมายใหม่ไปเรื่อยๆ เราก็กำลังเล่นอยู่ในเกมที่ไม่มีวันชนะ

และชัยชนะที่แท้จริง คือการที่เราพอใจในจุดที่เรายืนอยู่ ไม่มีความรู้สึกว่าต้องตั้งเป้าหมายอะไรให้ท้าทายกว่านี้แล้วรึเปล่า

พอใจไม่ได้แปลว่าใส่เกียร์ว่าง ไม่ได้แปลว่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว แต่มันคือการรักษาระดับให้อยู่บนทางสายกลาง ไม่หย่อนเกินไป และต้องไม่ตึงเกินไป

เพราะดีเกินดีคือไม่ดี

และดีที่สุดคือพอดีครับ

คนที่เราชื่นชมเคยเป็นมือสมัครเล่นมาก่อน

ศิลปินที่เราชื่นชอบเคยแต่งเพลงแย่ๆ มาก่อน

นักเขียนนิยายคนโปรดเคยเขียนไม่ได้เรื่องมาก่อน

เชฟร้านดังเคยทำไข่เจียวไหม้มาก่อน

ตอนเริ่มต้น ทุกคนเป็นมือสมัครเล่นด้วยกันทั้งนั้น ไม่มีใครที่ทำครั้งแรกแล้วมันจะเลิศเลอเพอร์เฟกต์

ความแตกต่างของมือสมัครเล่นอย่างเรากับมืออาชีพอย่างเขาอาจมีแค่สามข้อ

หนึ่งคือเขาลงมือ

สองคือเขาเรียนรู้

สามคือเขาไม่หยุด

ไม่มีใครเป็นยอดมนุษย์มาแต่กำเนิด แต่ด้วยการฝึกฝนและเคี่ยวกรำ คนธรรมดาก็สามารถทำสิ่งที่เหนือธรรมดา และมือสมัครเล่นก็กลายเป็นมืออาชีพ

เราเองก็เป็นมืออาชีพได้ เพียงทำสามข้อที่กล่าวมา

ขึ้นอยู่กับว่าจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง