เรื่องร้ายๆ ที่ไม่ได้เกิด

ความทุกข์ใจของเรามักจะมาจากสองเรื่อง คือเรื่องที่อยากได้แล้วไม่ได้ กับเรื่องที่ไม่อยากได้แล้วดันได้

ส่วนความสุขใจของเรานั้นมักจะมาจากเรื่องเดียว คืออยากได้แล้วได้

เรื่องที่เรามักมองข้ามเสมอ ก็คือเรื่องที่เราไม่อยากได้แล้วเราไม่ได้

พูดอีกอย่างก็คือเรื่องร้ายๆ ที่ไม่ได้เกิดนั่นเอง

ในวันวันหนึ่งมีเรื่องร้ายๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้มากมาย แต่มันก็ไม่ได้เกิดกับเรา

ขับรถไปข้างนอก รถอาจจะชนก็ได้ แต่รถเราไม่ชน
คอมที่ใช้ทำงานอาจจะแฮงค์เมื่อไหร่ก็ได้ แต่มันไม่แฮงค์
มือถือหลุดมือตกพื้นหน้าจออาจจะแตกก็ได้ แต่จอไม่แตก
เราอาจจะติดโควิดก็ได้ แต่เราไม่ติด
คนที่เรารักอาจจะป่วยก็ได้ แต่เขาไม่ป่วย
บริษัทที่เราอยู่อาจจะเจ๊งก็ได้ แต่มันไม่เจ๊ง

Many things could have gone wrong, but they didn’t.

แต่เรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ ไม่ได้นับมันเป็นโชคดี เพราะเรา take them for granted คิดว่าเป็นของตาย คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เราต้องได้อยู่แล้ว

แต่ชีวิตไม่ได้แน่นอนขนาดนั้น หลายอย่างที่เรามั่นใจหนักหนาก็พลิกล็อคต่อหน้าต่อตามาแล้ว

ถ้าเราเข้าใจในความอนิจจังของชีวิต เราจะรู้สึกขอบคุณสิ่งร้ายๆ ที่ไม่ได้เกิด และเห็นคุณค่าของสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ทุกวันมากกว่านี้

และเราจะรู้ตัวว่าแท้จริงแล้วเราเป็นคนโชคดีแค่ไหนครับ

เหตุผลที่มังกรอ้าปาก

“ถ้าท่านไปที่ถ้ำอชันตาที่อินเดียจะพบภาพอุปมาของอหิงสา เขาทำเป็นรูปมกร (มังกร) อ้าปาก มังกรเป็นสัตว์ที่ยิ่งใหญ่ มีอำนาจมหาศาล แต่ก็อนุญาตให้ปลาตัวเล็กๆ เข้าไปว่ายน้ำเล่นในปากโดยไม่ทำร้าย ทั้งช่วยปกป้องคุ้มครอง”
-เขมานันทะ หนังสือดวงตาแห่งชีวิต

สิ่งที่มาพร้อมกับอายุงาน คือความรับผิดชอบและอำนาจหน้าที่

เมื่อมีอำนาจสูงส่ง ก็ให้คุณให้โทษได้มากเป็นเงาตามตัว

หากผู้นำใช้อำนาจไปในทางที่ดี คนจำนวนมากก็จะได้อานิสงส์และร่วมอนุโมทนาไปด้วย

หากผู้นำใช้อำนาจไปในทางที่ผิด ผู้นำคนนั้นย่อมไม่ได้รับการสรรเสริญ

เมื่อเราได้เป็นใหญ่ มีปลาเล็กปลาน้อยมาพึ่งพิง จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด สิ่งทีเราเลือกกระทำจะเป็นตัวบอกว่าเราคือมังกรหรือเป็นตัวอะไรครับ

หัวหน้าที่ดีต้องรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร

นอกจากรู้ว่าตัวเองไม่รู้อะไร ต้องมีอีโก้ที่ต่ำพอที่จะยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ด้วย

เพราะหากหัวหน้ามีอีโก้สูง ต้องการเป็น the smartest person in the room เสมอ ก็จะยึดมั่นถือมั่นในความคิดของตัวเอง และพาทีมออกทะเลไปได้ไกล

หากหัวหน้าทำเป็นรู้ในสิ่งที่ตัวเองไม่รู้ และสร้างความเสียหายหรือเสียเวลา ก็ย่อมสูญเสียความเชื่อมั่นของลูกทีม ซึ่งตรงข้ามกับสิ่งที่หัวหน้าคนนั้นต้องการเลยด้วยซ้ำ

หมดยุคที่คนหนึ่งคนต้องมีคำตอบสำหรับทุกอย่างแล้ว ความรู้และข้อมูลถูก democratized โดย Google ไปเรียบร้อย คุณค่าของหัวหน้าจึงไม่ใช่ความรู้ที่มีมากกว่าใคร คุณค่าของหัวหน้าคือการมอบหมายงานให้ถูกกับคน รับฟังความคิดเห็นที่หลากหลาย เป็นตัวกลางในการรับส่งข้อมูล และตัดสินใจเมื่อได้ไตร่ตรองปัจจัยต่างๆ อย่างครบถ้วนแล้ว

หัวหน้าที่ยอมรับว่าตัวเองไม่รู้ และเอ่ยปากถามคนที่รู้ นั่นคือหัวหน้าที่ลูกน้องส่วนใหญ่อยากทำงานด้วยครับ

เมื่อเรารู้ว่าเรากำลังไปไหน เราจะไม่กลัว

อย่างที่เขาว่าไว้ ทิศทางนั้นสำคัญกว่าความเร็ว

ตัดสินใจเสียก่อนว่าจุดหมายของเราอยู่ที่ใด แล้วก็หันหัวเรือให้ถูกทิศ

จากนั้นก็ออกเดินทาง ใช้กฎ 20 ไมล์ที่เน้นความสม่ำเสมอ ไม่ว่าอากาศจะสดใสหรือย่ำแย่ เราก็ยังออกเดินทางและสร้างความคืบหน้าในทุกวัน

เมื่อเราทำสิ่งเดิมๆ ซ้ำๆ ติดต่อกัน มันจะเกิด compound effect

วันต่อวันอาจไม่เห็นผลอะไร แต่ผ่านไปหนึ่งปีย่อมเห็นผล ผ่านไปสิบปีอาจมหัศจรรย์ราวกับเวทมนตร์

อ่านหนังสือ ดูแลอาหารการกิน ออกกำลังกาย ตั้งใจทำงานหนัก ฝึกการภาวนา กิจกรรมเหล่านี้ล้วนต้องใช้เวลากว่าที่เมล็ดที่เราหว่านจะออกดอกออกผล

แต่ถ้าเราเป็นคนที่รอได้ ถ้าเราไม่ใจร้อน ถ้าเราไม่ยอมแพ้เสียก่อน เราก็จะมีความมั่นคงมากเพียงพอที่จะทำในสิ่งที่เชื่อและเชื่อในสิ่งที่ทำ

เมื่อเราทำวันนี้ให้ดี เราก็ไม่ต้องกังวลถึงวันพรุ่งนี้

เมื่อเรารู้ว่าเรากำลังไปไหน เราจะไม่กลัวครับ

คาดเข็มขัดเถอะ จะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป

ผมเคยเรียน High School ที่นิวซีแลนด์ช่วงปี 1994-1997

ประเทศนี้ซีเรียสมากเรื่องความปลอดภัย

ทุกคนที่นั่งในรถต้องใส่เข็มขัดนิรภัย ไม่ว่าจะนั่งเบาหน้าหรือเบาะหลังก็ตาม

ทุกคนที่ปั่นจักรยานต้องใส่หมวกกันน็อค แม้ว่าจะปั่นอยู่แถวๆ หน้าบ้านก็ตาม

ถึงกระนั้น นิวซีแลนด์ก็ยังมีคนตายปีละ 90 คนเพราะไม่ได้ใส่เข็มขัด ทางกรมขนส่งจึงจับมือกับเอเจนซี่ชื่อดังอย่าง BDPO เพื่อสร้างแคมเปญ “Belt Up, Live On” ขึ้นมา โดยหาอาสาสมัครชายฉกรรจ์ 10 คนที่เคยประสบอุบัติเหตุจากรถชนและรอดมาได้ จากนั้นก็เอาพวกเขาเหล่านั้นมาแต่งหน้าแต่งตาเพื่อให้สภาพกลับไปเหมือนตอนที่เพิ่งประสบอุบัติเหตุมาหมาดๆ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เข็มขัดนิรภัยนั้นสำคัญแค่ไหน

เหตุผลที่ต้องเป็นผู้ชายวัยนี้เพราะนี่คือกลุ่มคนที่ไม่คาดเข็มขัดบ่อยที่สุด ชอบมองว่าการคาดเข็มขัดเป็นเรื่องของเด็กหรือคนแก่ ส่วนพวกเขาที่เป็นชายชาตรีนั้นไม่จำเป็นต้องคาดเข็มขัดก็ได้ แคมเปญ Belt Up, Live On จึงตั้งใจเจาะกลุ่มเป้าหมายนี้โดยเฉพาะ

คนไทยเรายังไม่ค่อยใส่ใจเรื่องใส่เข็มขัดกันเท่าไหร่ โดยเฉพาะเวลานั่งเบาะหลัง

อย่าลืมว่าการไม่ใส่เข็มขัดนั้นเราไม่ได้เดือดร้อนเพียงคนเดียว เพราะเวลารถชนแล้วเราอาจกระเด็นไปกระแทกคนอื่นอย่างรุนแรงได้

จะมีอะไรเลวร้ายไปกว่าการเป็นสาเหตุให้คนที่เรารักต้องเจ็บหนักหรือเสียชีวิตเพียงเพราะเพราะเราขี้เกียจใส่เข็มขัด

และจะมีอะไรแย่ไปกว่าการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรเพราะความประมาท และทำให้พ่อแม่ต้องมารดน้ำศพให้ลูกตัวเอง

แต่ละภาพที่ผมนำมามีแคปชั่นสั้นๆ ว่าแต่ละคนคือใครและเจออะไรมาบ้าง

อ่านโพสต์นี้จบแล้วลองแชร์ต่อไป เผื่อคนที่ไม่ค่อยชอบคาดเข็มขัดจะผ่านมาเห็นครับ

Dion Perry
รอดชีวิตเมื่อ 23.01.2017
ดิออนกำลังขับรถบนทางชนบทที่ถนนลื่น รถเสียการทรงตัวและพลิกคว่ำและตกลงไปในคู ห่างจากเสาไฟฟ้าเพียงนิดเดียว
ตัวรถพังเละเทะ แต่เพราะมีเข็มขัดนิรภัยเขาจึงมีรอยฟกช้ำเพียงเล็กน้อย
Rick Haira
รอดชีวิตเมื่อ 04.11.2004
ริคกำลังขับรถไปทำงานนอกเมือง ขณะข้ามทางรถไฟ รถของเขาถูกรถไฟเฉี่ยว รถพลิกคว่ำไปหลายตลบและพุ่งไปชนตู้หม้อแปลงไฟฟ้า
เข็มขัดนิรภัยช่วยให้เขาไม่กระเด็นออกจากตัวรถ
Liam Bethell
รอดชีวิตเมื่อ 08.08.2017
รถของเลียมถูกรถบรรทุกชนเข้ากลางตัวรถ เหตุเกิดเพียง 200 เมตรจากบ้านของเขา กระดูกซี่โครงหักเกือบหมด หมอนรองกระดูกหักไปสามชิ้น มีเลือดออกในสมองและอยู่ในโคม่าเป็นเวลา 10 วัน
เขาฟื้นขึ้นหนึ่งวันก่อนที่ลูกสาวของเขาจะลืมตาดูโลก
เข็มขัดนิรภัยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้
James McDonald
รอดชีวิตเมื่อ: 27.09.2017
แดดเข้าตาจนทำให้เจมส์มองทางที่ขับอยู่ทุกวันได้ไม่ถนัด รถของเขาวิ่งไปขวางทางรถบรรทุก 18 ล้อ
เจมส์แขนหักและจมูกขาดเป็นสองท่อน พวงมาลัยก็หักไปด้วย
เข็มขัดนิรภัยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้
Kahutia Foster
รอดชีวิตเมื่อ 28.01.2011
คาฮูเดียกำลังขับรถกลับจากบ้านเพื่อน รถแหกโค้งจนพลิกคว่ำและพุ่งไปชนกับต้นไม้
แขนขวากระดูกแหลกเพราะโดนรถทับ
เข็มขัดนิรภัยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้
Dan Mason
รอดชีวิตเมื่อ 02.05.2008
แดนเพิ่งจะอายุครบ 21 ปี เขากำลังขับรถกลับบ้านหลังทำงานกะดึกเสร็จ รถของเขาถูกชนโดยคนเมาแล้วขับ
กระดูกกรามหัก ซี่โครงหัก กระดูกแตก 6 จุดและสมองถูกกระทบกระเทือน ทีมแพทย์พยาบาลต้องทำการผ่าตัดฉุกเฉินให้เขา ณ จุดเกิดเหตุ
เข็มขัดนิรภัยช่วยชีวิตเขาเอาไว้ได้