นิทานสามีผู้เชื่อฟังภรรยา

20200422

ศุกร์ที่แล้วฟังนิทานภรรยาผู้รักษาคำพูดไปแล้ว  วันนี้มาฟังเรื่องของสามีบ้างนะครับ

สมศรีเป็นคน “เยอะ” มาแต่ไหนแต่ไร สมศักดิ์ หนุ่มใหญ่วิศวกรผู้เป็นสามีก็เอือมระอาแต่ก็ชินซะแล้ว

วันหนึ่งสมศรีมีเหตุให้ต้องเดินทางไปทำงานต่างประเทศสองสัปดาห์ เธอจะโทรมาหาสมศักดิ์ทุกวันเพื่อเล่าเรื่องราวและถามโน่นถามนี่

ช่วงหนึ่งในบทสนทนา

“แล้วน้องแมวของชั้นเป็นยังไงบ้าง?”

“อ้อ มันตายแล้วล่ะ” สมศักดิ์ตอบ

“อะไรนะ!? ไม่ๆๆ!! คุณพูดอย่างนี้ได้ไง ไม่เห็นอกเห็นใจชั้นบ้างเลย”

“…ก็มันตายแล้วจริงๆ นี่ จะให้ทำยังไง”

“แต่คุณก็ค่อยๆ เล่าก็ได้นี่หน่า มาบอกกันอย่างนี้ชั้นรับไม่ทันรู้มั้ย”

“เอ่อ…แล้วจะให้เล่ายังไงเหรอ”

“เมื่อวานนี้คุณก็อาจจะเล่าว่า เจ้านวลมันเดินเล่นอยู่บนหลังคา ส่วนวันนี้คุณก็ค่อยเล่าวันนี้มันพลัดตกลงมาขาหัก พรุ่งนี้คุณค่อยเล่าว่าอาการมันแย่ลง แล้วมะรืนนี้คุณค่อยบอกว่ามันจากไปแล้วอย่างสงบ เล่าแบบนี้ชั้นจะได้มีเวลาทำใจหน่อย”

“โอเค…เข้าใจละ”

“เฮ่อคุณนี่ อยู่ด้วยกันมาตั้งนานยังไม่รู้ใจชั้นอีก ว่าแต่ว่าแม่ชั้นสบายดีมั้ย?”

“แม่คุณเดินเล่นอยู่บนหลังคาน่ะ”

เราเห็นเขาแต่เขาไม่เห็นเรา

20200421b

ผมว่าการที่เราเป็น “ประเทศกำลังพัฒนา” นั้นมีข้อดีอยู่อย่างหนึ่ง

คือเราจะเห็นคนอื่นมาก ในขณะที่คนอื่นไม่ค่อยได้เห็นเรา

เราคนไทยเห็นอะไรดีๆ ของฝรั่งก็เอามา ของจีนก็เอามา ของญี่ปุ่นก็เอามา

ในขณะที่ฝรั่งไม่ค่อยได้มีโอกาสที่จะเรียนรู้ภูมิปัญญาของคนไทยเท่าไหร่

หนังสือฝรั่งแปลไทยมีเป็นร้อยเป็นพันเล่ม หนังสือไทยแปลเป็นฝรั่งมีนับนิ้วได้

บางคนอาจจะบอกว่าก็แหงอยู่แล้ว ฝรั่งเขาล้ำหน้ากว่าไทยตั้งเยอะ ทำไมเขาต้องมาสนใจเราด้วย

แต่เมื่อมองดูสถานการณ์โควิดในขณะนี้ ผมก็ชักไม่แน่ใจว่าเขา “ล้ำหน้า” กว่าเรามากอย่างที่เราเคยคิดรึเปล่า

ทุนนิยมและเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่กำเนิดมาจากตะวันตก เมื่อเขาเป็นคนกำหนดเกมนี้ ก็เป็นเรื่องยากที่เราจะตามเขาทัน แต่ไม่เป็นไร ในยุคโลกาภิวัฒน์เช่นนี้ เราสามารถนำเข้าเทคโนโลยีเหล่านี้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้อยู่แล้ว

ในทางกลับกัน ภูมิปัญญาตะวันออกเป็นสิ่งที่ฝรั่งแทบไม่เคยสัมผัสหรือมีโอกาสได้ใช้ประโยชน์

ฝรั่งต้องขับรถทางไกล ใส่เข็มขัดนิรภัยและแวะพักบ่อยๆ

คนไทยต้องขับรถทางไกล ใส่เข็มขัดนิรภัย แวะพักบ่อยๆ ไหว้พระก่อนออกจากบ้าน ไหว้แม่ย่านางก่อนเหยียบคันเร่ง

ฝรั่งเป็นมะเร็ง ฉายคีโมได้

คนไทยเป็นมะเร็ง ฉายคีโมและทำบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวรได้

ฝรั่งจิตใจดีและเชื่อในพระเจ้า เพียรทำความดีเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์

คนไทยจิตใจดี เพียรทำความดีเพื่อให้ได้ขึ้นสวรรค์ และเพียรภาวนาเพื่อให้ถึงนิพพาน

ใครที่คิดว่าแม่ย่านาง เจ้ากรรมนายเวร เป็นเรื่องเหลวไหล ก็เป็นไปได้ว่าเขากำลังเชื่อมั่นในวิทยาศาสตร์เกินไป

มีคำศัพท์สำหรับอาการนี้ด้วยนะครับ เขาเรียกว่า “scientism” : excessive belief in the power of scientific knowledge and techniques.

วิทยาศาสตร์นั้นดีอยู่แล้ว และคนไทยเราก็รับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ได้ แต่ประเด็นของผมก็ยังเหมือนเดิมคือฝรั่งเขามีโอกาสน้อยกว่าเราเยอะที่จะได้เห็นอีกด้านหนึ่งของดวงจันทร์

สุดท้ายแล้วเราเลือกที่จะเชื่ออะไรนั้นเป็นสิทธิ์ของเรา แต่การที่เรามีทางเลือกมากกว่าตั้งแต่ต้น ผมมองว่ามันเป็นความโชคดีของเราครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

คนทำงานช้าไม่ได้ช้าตอนทำ

20200421

เราช้าตอนกลัว

พอเรากลัวก็เลยเอาแต่คิด เอาแต่หาข้อมูล เอาแต่วางแผน จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ลงมือทำเสียที

พอเรากลัว เปิดคอมขึ้นมาแทนที่จะได้ทำงาน เรากลับแวะเข้าโซเชี่ยลเน็ตเวิร์ค เช็คอีเมล ตอบแชท ทำงานง่ายๆ สุดท้ายงานยากๆ ก็เลยไม่ได้ทำ

พอเรากลัว แทนที่เราจะเอ่ยปากถามตอนที่เราติดปัญหา เราก็เลือกที่จะนิ่งๆ ไป จนเขามาตามงาน หรือไม่ก็ทำแบบคิดเอาเองว่าอย่างนี้ถูก สุดท้ายก็ต้องกลับมาแก้

ดังนั้น ถ้าเราเป็นคนทำงานช้าก็อย่าไปกังวล มันช้ากว่าคนทำงานเร็วไม่มากนักหรอก

สิ่งที่เราควรใส่ใจคือความกลัวของเรามากกว่า มองให้เห็นว่าเรากำลังกลัวอะไรอยู่ แล้วกล้าให้มากขึ้นอีกหน่อย

แล้วเราจะทำงานเสร็จเร็วขึ้นเยอะเลยครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

อวัยวะที่สำคัญที่สุดของนักร้อง

20200420

คือหู

เพราะถ้าสักแต่จะร้องโดยไม่ตั้งใจฟังว่าร้องอะไรออกไป เสียงจะเพี้ยนได้ง่ายมาก

อวัยวะที่สำคัญที่สุดของหัวหน้าก็คือหู

หัวหน้าต้องฟังข้างบน ฟังข้างล่าง ฟังเสียงตัวเอง แล้วหาจุดตรงกลางให้เจอ

ต่อให้ทำงานเก่งแค่ไหน ถ้าฟังไม่เป็นก็เป็นหัวหน้าที่ดีไม่ได้

และอวัยวะที่สำคัญที่สุดของสามีภรรยาก็คือหูอีกเช่นกัน

เพราะเราต่างอยากพูดสิ่งที่เราคิดสิ่งที่เรารู้กับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ใกล้ชิดเรามากที่สุด

ถ้าต่างฝ่ายต่างพูดมากกว่าฟัง ความสัมพันธ์ก็ไปต่อลำบาก

ใช้หูให้มาก ใช้ปากให้น้อยครับ

ถ้าเริ่มต้นวันได้ดี ที่เหลือของวันก็จะดีตาม

20200419

ช่วงที่ Work from home รูทีนที่เราเคยมีอาจจะสูญเสียไปไม่น้อย ซึ่งทำให้ชีวิตขาดบาลานซ์อะไรบางอย่าง ทำให้เหนื่อยเกินไป เฉาเกินไป

2-3 วันมานี้ผมเลยใส่ใจกับการเอากิจวัตรประจำวันกลับมาเป็นพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นการภาวนา การออกกำลังกายให้ออกเหงื่อ อ่านหนังสือ เขียนไดอารี่ เขียนบล็อก จำชื่อคน เรียนภาษาจีน ซึ่งเหล่านี้ล้วนเป็นกิจกรรมที่ผมทำเป็นประจำช่วงก่อนจะ work from home แต่ร้างราไปเมื่อถูก disrupt ด้วยสถานการณ์โควิด

พอกลับเข้า routine ของตัวเองได้อีกครั้ง ก็รู้สึกว่ามีพลังบวกมากขึ้น ใจเย็นลง ตัดสินใจเรื่องเล็กๆ ได้ดีขึ้น และชีวิตเราก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าผลรวมของการตัดสินใจเล็กๆ นับร้อยนับพันเหล่านี้

ผมเลยได้ข้อสรุปว่า ถ้าอยากจะมีวันดีๆ ให้เริ่มต้นวันให้ดี ด้วยการทำอะไรเพื่อตัวเอง ทำอะไรที่ productive ทำอะไรที่เป็น small wins ที่จะช่วยเสริมสร้างความมั่นใจให้เราไปได้ตลอดวัน

อ้อ แล้วการเริ่มต้นวันที่ดีไม่ใช่ตั้งแต่ตอนตื่นนอนนะครับ มันเริ่มตั้งแต่ตอนที่เราเข้านอนเลย เพราะการนอนมันไม่ได้มีผลอะไรกับวันที่เพิ่งผ่านมา แต่มันส่งผลต่อวันที่กำลังจะมาถึงเต็มๆ ถ้าเมื่อคืนเรานอนไม่พอ ตื่นมาก็ย่อมจะมีวันดีๆ ได้ยาก

เริ่มให้ดี แล้วมักจะจบได้สวยครับ