นิทานฉลามเลิกบุก

20180215_shark

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในการทดลองครั้งหนึ่ง นักวิจัยจับปลาฉลามมาใส่ไว้ในตู้ขนาดใหญ่

พอถึงเวลาที่ฉลามเริ่มหิว นักวิจัยก็ปล่อยปลาตัวเล็กๆ พันธุ์ที่เป็นเหยื่อของฉลาม เข้ามาในตู้ ฉลามที่หิวโซจึงไล่กินเหยื่อจนเกือบหมดตู้

จากนั้น นักวิจัยก็หยอดแทงค์ทรงกระบอกที่ทำจากกระจกใสลงมาครอบตัวฉลาม

พอถึงเวลาให้อาหาร ปลาที่เป็นเหยื่อถูกปล่อยออกมา แต่เมื่อฉลามจะว่ายไปหาเหยื่อเหล่านั้น มันก็ชนกับแท้งค์กระจกเข้าอย่างจัง

ฉลามพยายามจะว่ายออกไปหลายครั้ง แต่ก็ชนกระจกทุกครั้ง หลังจากพยายามอยู่ร่วมชั่วโมง ฉลามก็เลิกพยายามไปเอง

นักวิจัยยังคงทำแบบเดิมซ้ำๆ อยู่หลายวัน และแต่ละวันฉลามก็พยายามน้อยลงเรื่อยๆ

จนถึงวันหนึ่งฉลามก็ไม่คิดแม้กระทั่งจะว่ายไปหาเหยื่อเหล่านั้น นักวิจัยจึงเอาแท้งค์น้ำทรงกระบอกออกไป

และแม้แทงค์น้ำจะไม่อยู่แล้ว แต่ปลาฉลามก็ไม่คิดที่จะกินเหยื่ออีก ปลาตัวเล็กตัวน้อยจึงว่ายอยู่ในตู้เดียวกับปลาฉลามโดยไม่เป็นอันตรายอีกต่อไป

—–

ขอบคุณนิทานจาก Quora: Maxwell Ampong’s answer to What kind of people will not succeed in life?

จะเลือกทางไหนดี

20180215_whichway

มีหลายคนเคยมาถามผมว่า ตอนนี้เหมือนยังค้นหาตัวเองไม่เจอ ไม่แน่ใจว่าชีวิตควรจะเลือกทางไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าทางที่กำลังจะเลือกเดินคือทางที่ถูกต้อง

ผมก็มักจะตอบไปว่า ชีวิตไม่ใช่ข้อสอบปรนัย คำตอบที่ถูกต้องไม่ได้มีเพียงคำตอบเดียว

เลือกข้อ A ก็ถูกในแบบ A เลือกข้อ B ก็ถูกในแบบ B

และถ้าเลือก B แล้วเราไม่ชอบ หลายครั้งเราก็ยังกลับไปเลือก A ได้ แม้จะเสียเวลาไปบ้าง แต่จริงๆ แล้วการที่ได้เรียนรู้ว่าเราไม่ชอบ B ก็น่าจะช่วยประหยัดเวลาในอนาคตได้ไม่น้อย

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าการตัดสินใจจะถูกต้องหรือไม่ 50% ขึ้นอยู่กับว่าเราเลือกทางไหน แต่อีก 50% ก็ขึ้นอยู่กับว่าเราทำอะไรหลังจากตัดสินใจไปแล้วด้วย

เพราะการตัดสินใจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น แต่สิ่งที่เราทำทุกวันหลังจากนั้นต่างหากที่จะเป็นตัวตัดสินว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จครับ

ถูกทุกอย่างก็ยังแพ้ได้

20180214_nomistakes

“It is possible to commit no mistakes and still lose. That is not a weakness; that is life”
-Jean-Luc Picard

ออกกำลังกาย กินดี นอนเต็มที่ ก็ยังป่วยได้อยู่ดี

ทำดีกับเขาทุกอย่าง แต่เขาก็ยังไม่รักเราอยู่ดี

มีฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสา แต่อาจไม่ได้โบนัสอยู่ดี

เพราะชีวิตมีปัจจัยมากมายเกินกว่าที่เราจะควบคุมได้ทั้งหมด

ดังนั้น ถ้าผลลัพธ์ไม่เป็นไปอย่างที่เราคาดหวัง ก็อย่าเพิ่งสิ้นหวัง

เพราะแม้เราจะไม่สามารถกะเกณฑ์อะไรได้ แต่เราเพิ่มความน่าจะเป็นได้

ถ้าทำเหตุให้ดี โอกาสที่ผลจะออกมาดีย่อมสูงตาม

และแม้จะทำเหตุไว้ดีแล้ว แต่ผลไม่ได้เป็นไปตามหวัง ก็แค่หัวเราะให้กับความไม่แน่นอนของชีวิต แล้วเริ่มต้นใหม่เท่านั้นเอง

โลกนี้มันช่างสับสนวุ่นวาย

20180213_chaos

หรือเราเองต่างหากที่สับสนวุ่นวาย

เพราะไม่มีใครอยู่ในโลกโดยปราศจากการปรุงแต่ง (ถ้าจะมีข้อยกเว้นก็คงเป็นพระอรหันต์)

ดังนั้น “โลก” ที่เราอยู่ จึงไม่ใช่โลกอย่างที่มันเป็น แต่เป็นโลกที่เราให้ความหมายกับมัน

สำหรับคนที่เสพข่าวการเมืองทุกวัน โลกย่อมเต็มไปด้วยคนใหญ่คนโตที่น่ารังเกียจ

สำหรับคนที่ชอบเมาธ์เรื่องใต้เตียงดารา โลกย่อมมีกลิ่นคาวๆ และเรื่องราวดราม่า

สำหรับคนที่ชีวิตมีแต่งาน โลกก็จะเต็มไปด้วยความเร่งรีบและกดดัน

ดังนั้น ถ้าไม่ชอบความรู้สึกที่ตัวเองประสบอยู่ ก็อย่าเพิ่งไปโทษโลก เพราะโลกไม่ได้ผิด

ดังคำพระท่านสอนว่า ทุกอย่างมันถูกของมันอยู่แล้ว คนเดียวที่ผิดคือเราเอง

ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องดี

เพราะนั่นหมายความว่า เราสามารถรู้สึกดีขึ้นได้ โดยที่ไม่ต้องรอหรือร้องขอให้โลกเปลี่ยน

แค่ปรับมุมมองและความคาดหวังที่เรามี โลกก็น่าอยู่ขึ้นมากมายแล้ว

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ กล้าที่จะถูกเกลียด โดย คิชิมิ อิชิโร & โคะกะ ฟุมิทะเกะ

ทัพพีไม่รู้รสแกง

20180212_ladle

สมัยผมทำงานอยู่ที่ตึกอื้อจื่อเหลียง จะมีร้านหนังสือนายอินทร์ร้านเล็กๆ ที่ผมมักจะแวะไปตอนพักเที่ยง

วันหนึ่งก็ไปเจอหนังสือชื่อ “ทัพพีไม่รู้รสแกง“*  ซึ่งเป็นการ์ตูนภาพสี่สีเกี่ยวกับเรื่องราวคำสอนของพระพุทธเจ้า

สุดท้ายแล้ว ถึงผมจะไม่ได้ซื้อหนังสือเล่มนี้มา แต่ชื่อปกหนังสือก็ติดหัวผมมาจนทุกวันนี้

ทัพพีไม่รู้รสแกง หมายถึงการที่ทัพพีไม่มีทางรู้รสชาติแกง แม้ว่าจะโดนจุ่มลงไปในน้ำแกงกี่สิบกี่ร้อยครั้ง

ในบริบทของหนังสือ มันหมายถึงคนพาลที่แม้จะได้นั่งใกล้บัณฑิตตลอดชีวิต เขาก็ย่อมไม่รู้แจ้งธรรม

แต่ทัพพีไม่รู้รสแกงนั้นมีอยู่ในทุกที่

สามีที่ไม่เห็นคุณค่าของภรรยา

ลูกที่ลืมนึกถึงพ่อแม่

คนทำงานที่มองไม่เห็นว่าบริษัทที่คุณทำอยู่มันเจ๋งแค่ไหน

ลูกน้องที่ได้ทำงานกับเจ้านายที่เก่งมาก แต่กลับไม่ได้ใช้โอกาสนี้ในการพัฒนาตัวเอง

หรือแม้กระทั่งองค์กรที่มีคนเก่งๆ อยู่ในมือ แต่กลับใช้คนไม่เป็น

ทัพพีไม่รู้รสแกง ก็เหมือนนกไม่เห็นฟ้า ปลาไม่เห็นน้ำ

ใกล้กันเสียจนเราลืมมองเห็นคุณค่า

และเสียโอกาสดีๆ ในชีวิตไปมากมายครับ


* หนังสือ ทัพพีไม่รู้รสแกง เขียนโดยชัยวุฒิ สุทธิบุตร,สมชาย สุริยาสถาพร,ศิวชัย เดชะ,ภาษิต จันทรสมาน, และวลัยนุช ปานะรังษี