นิทานไก่กับไข่

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ลูกไก่ถามแม่ไก่

“แม่ขา…วันนี้ไม่ออกไข่ได้ไหม พาหนูออกไปเที่ยวเล่นเถอะ”

“ไม่ได้หรอก แม่ต้องทำงาน”

“แต่แม่ออกไข่มาตั้งเยอะแล้วนะ”

“หนึ่งวันออกไข่หนึ่งฟอง มีดอีโต้ย่อมห่างตัว”


ขอบคุณนิทานจากเพจ PAG Design

อย่านึกว่าเราพิเศษกว่าคนอื่นทั้งทางบวกและทางลบ

พิเศษทางบวก

  • เราทำงานดีขนาดนี้ ควรจะได้เงินเดือนมากกว่าคนนั้นนะ
  • ไม่ต้องใส่เข็มขัดนิรภัยก็ได้ ไปแค่ปากซอยเอง
  • ความคิดเห็นทางการเมืองของเราสอดคล้องกับข้อเท็จจริงและมีความถูกต้องมากกว่าคนอื่น
  • ถึงสูบบุหรี่ก็ไม่เป็นมะเร็งหรอก วันละไม่กี่ตัวเอง ที่ตรวจๆ มายังไม่เคยเจออะไรเลย
  • ของแค่นี้น่าจะผ่อนไหวแหละ เราไม่ใช่คนสุรุ่ยสุร่ายซะหน่อย

พิเศษทางลบ

  • ทำไมมีแต่คนจ้องจะเอาเปรียบเราอยู่เรื่อยเลย
  • เราน่าจะเป็นคนอาภัพเรื่องความรักนะ
  • ปลูกต้นไม้แล้วตายหมด สงสัยเป็นคนมือร้อน
  • ผลงานของเราก็โอเคอยู่นะ แต่ไม่มีใครใช้บริการเราเลย
  • ถึงพูดไปเขาก็ไม่ฟังเราหรอก

พิเศษทางบวกนั้นเราน่าจะเป็นกันทุกคนอยู่แล้ว ส่วนพิเศษทางลบเราก็เป็นเหมือนกัน เพียงแต่เรามักจะไม่รู้ตัวว่ามันคือการมองตัวเองว่าเป็น “ข้อยกเว้น” และไม่ได้อยู่ภายใต้กฎเกณฑ์เหมือนคนอื่นๆ

ถึงจะมีคนบอกว่าโลกนี้คือละคร แต่เราก็ไม่ควรสำคัญตัวว่าเป็นพระเอกที่จะโชคดีตลอดกาล แล้วก็ไม่ควรคิดว่าตัวเองคือลิ่วล้อที่ตายก่อนเสมอ

ละครนั้นมีหลายเรื่อง บางเรื่องเราก็เป็นพระเอก บางเรื่องเราเป็นพระรอง บางเรื่องเราเป็นผู้ร้าย แต่ส่วนใหญ่เราจะเป็นแค่ตัวประกอบ

เตือนตัวเองว่าเราไม่ได้พิเศษกว่าคนอื่นทั้งทางบวกและทางลบครับ

นิทานผู้สืบทอด

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ซามูไรผู้หนึ่งมีลูกชาย 3 คน ต่างก็มีความเชี่ยวชาญในเชิงซามูไร

พอถึงวาระที่ซามูไรผู้พ่อจะต้องมอบตราประจำตระกูลให้ลูกชายเพื่อสืบทอดต่อไปนั้น เขาก็ใช้วิธีทดสอบความสามารถของลูกๆ ทั้ง 3 คน โดยซามูไรผู้พ่อเข้าไปนั่งอยู่ในห้อง แล้วเรียกให้ลูกชายเข้าไปหาทีละคน

ลูกชายคนโตถูกเรียกก่อน พอขยับประตูเลื่อน ก็มองเห็นหมอนอยู่ข้างบน จึงเอื้อมมือไปหยิบ แล้วเลื่อนประตูเข้าไปหาพ่อ

ซามูไรผู้พ่อสั่งให้เอาหมอนไปไว้ที่เดิม แล้วให้นั่งรออยู่ในห้อง

ลูกชายคนกลางถูกเรียกเป็นคนต่อไป เมื่อเดินไปถึงประตูก็เลื่อนประตูเปิด ทันใดนั้นหมอนก็ตกลงมา ลูกชายคนกลางรีบรับเอาไว้ทันที แล้วจึงเดินเขาไปหาพ่อ ซามูไรผู้พ่อจึงสั่งให้เอาหมอนไปวางไว้ที่เดิม แล้วให้นั่งรออยู่ในห้องเช่นกัน

ลูกชายคนเล็กถูกเรียกเป็นคนสุดท้าย พอเดินถึงประตูก็เลื่อนเปิดทันที หมอนจึงตกลงมา ดาบซามูไรปลิวออกจากฝักในชั่วพริบตา หมอนถูกฟันขาดเป็นสองท่อน แล้วลูกชายคนเล็กก็เดินอย่างสง่าและสงบเข้าไปหาพ่อ

ซามูไรผู้พ่อได้พูดกับลูกทั้งสามว่า

“เจ้าทั้งสามคิดว่าพวกเจ้าพี่น้อง ใครเหมาะจะเป็นผู้สืบทอด”

“น้องรองขอรับท่านพ่อ เพราะมีความว่องไวเป็นเลิศ” ลูกชายคนโตตอบ

“น้องเล็กขอรับท่านพ่อ เพราะมีฝีมือดาบดีที่สุด” ลูกชายคนรองเห็นต่าง

“แต่พ่อคิดว่าพี่ใหญ่ของเจ้าเหมาะสมที่สุด เจ้าคนเล็ก เจ้ามีฝีมือดาบดีก็จริง แต่เจ้าต้องรู้จักใช้ปัญญาว่าเวลาไหนควรที่จะใช้ดาบ เจ้าคนรอง เจ้ารู้จักใช้ปัญญา ไม่คิดที่จะใช้ดาบในทันใด แต่พี่ใหญ่ของเจ้า นอกจากจะมีปัญญาแล้วยังมีความรอบคอบ รู้ว่าอะไรควรไม่ควรก่อนทำการทั้งปวง”

พระราชดำรัสเมื่อ ๙ มิ.ย.๔๙

เมื่อวันศุกร์ที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๔๙ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรเสด็จออกมหาสมาคม ณ สีหบัญชร ระเบียงหน้าพระที่นั่งอนันตสมาคม เนื่องในโอกาสพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครอบ ๖๐ ปี

ในวันมหามงคลนั้น ในหลวงรัชกาลที่ ๙ มีพระราชดำรัส ใจความว่า

“ข้าพเจ้ามีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้มาอยู่ในท่ามกลางมหาสมาคม พร้อมพรั่งด้วยบุคคลจากทุกสถาบันในชาติ ตลอดจนประชาชนชาวไทย ขอขอบใจในคำอำนวยพรและการเฉลิมฉลองยิ่งใหญ่ ที่ทุกคนตั้งใจจัดให้ข้าพเจ้าเป็นพิเศษ ทั้งรัฐบาลได้จัดงานครั้งนี้ได้เรียบร้อยและงดงาม

น้ำใจไมตรีของประชาชนชาวไทยที่ร่วมกันแสดงออกทั่วประเทศ รวมทั้งที่พร้อมเพรียงกันมาในวันนี้ น่าปลาบปลื้มใจมาก เพราะแต่ละคนได้แสดงออกและตั้งใจมาด้วยความหวังดีจากใจจริง จึงขอขอบใจทุก ๆ คน

จิตใจที่เปี่ยมไปด้วยความปรารถนาดี และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทุกคน ทุกฝ่าย ทำให้ข้าพเจ้าเห็นแล้วมีกำลังใจมากขึ้น นึกถึงคุณธรรมซึ่งเป็นที่ตั้งของความรัก ความสามัคคี ที่ทำให้คนไทยเราสามารถร่วมมือร่วมใจกันรักษาและพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อกันไปได้ตลอดรอดฝั่ง

ประการแรก คือ การที่ทุกคนคิด พูด ทำ ด้วยความเมตตา มุ่งดี มุ่งเจริญต่อกัน

ประการที่สอง คือ การที่แต่ละคนต่างช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ประสานงาน ประสานประโยชน์กัน ให้งานที่ทำสำเร็จผล ทั้งแก่ตน แก่ผู้อื่น และ แก่ประเทศชาติ

ประการที่สาม คือ การที่ทุกคนประพฤติปฏิบัติตนอยู่ในความสุจริต ในกฎกติกา และในระเบียบแบบแผน โดยเท่าเทียมเสมอกัน

ประการที่สี่ คือ การที่ต่างคนต่างพยายามทำความคิด ความเห็นของตนให้ถูกต้อง เที่ยงตรง และมั่นคงอยู่ในเหตุในผล

หากความคิด จิตใจ และการประพฤติปฏิบัติที่ลงรอยเดียวกันในทางที่ดี ที่เจริญนี้ ยังมีพร้อมมูลในกาย ในใจของคนไทย ก็มั่นใจได้ว่า ประเทศชาติไทยจะดำรงมั่นคงอยู่ตลอดไปได้

จึงขอให้ท่านทั้งหลายในมหาสมาคมนี้ ทั้งประชาชนชาวไทยทุกหมู่เหล่า ได้รักษาจิตใจและคุณธรรมนี้ไว้ให้เหนียวแน่น และถ่ายทอดความคิด จิตใจนี้กันต่อไปอย่าให้ขาดสาย เพื่อให้ประเทศชาติของเราดำรงยืนยงอยู่ด้วยความร่มเย็นเป็นสุข ทั้งในปัจจุบันและในภายหน้า

ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในสากล จงคุ้มครองรักษาประเทศชาติไทย ให้ปลอดพ้นจากภัยอันตรายทุกสิ่ง และอำนวยความสุข ความเจริญ สวัสดี ให้เกิดมีแก่ประชาชนชาวไทยทั่วกัน”

นิทานคุณตาอารมณ์ดี

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในรายการทอล์คโชว์รายการหนึ่ง คุณตาผมขาวโพลนถือไม้เท้าเดินกะโผลกกะเผลกขึ้นเวทีก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างทุลักทุเล

“คุณตาไปหาหมอบ่อยมั้ยครับ” พิธีกรยิงคำถามแรก

“บ่อยสิ”

“ทำไมล่ะครับ”

“คนไข้ก็ต้องหมั่นไปเยี่ยมหมอบ่อยๆ สิ ไม่อย่างนั้นหมอก็ตกงานพอดี!”

“แล้วคุณตาต้องปรึกษาเภสัชกรมั้ยว่าต้องทานยายังไง”

“แหงอยู่แล้ว ไม่งั้นเภสัชกรก็ตกงานเหมือนกัน”

“แล้วคุณตากินยาตามที่หมอสั่งมั้ย?”

“ส่วนใหญ่ทิ้งลงถังขยะนะ ผมก็ยังอยากมีชีวิตอยู่นะ!”

“ขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมรายการในวันนี้นะครับ”

“ด้วยความยินดี คุณจะได้ไม่ต้องตกงานเหมือนกัน”

“ในกรุ๊ปไลน์คุณตาชอบส่งรูปสวัสดีวันจันทร์มั้ยครับ”

“ส่งบ่อยเลยล่ะ ถ้าอยู่ในกลุ่มแล้วเอาแต่เงียบ เค้าอาจจะนึกว่าผมตายไปแล้วก็ได้”


ขอบคุณนิทานจาก LINE OA สัญชาติจีน แปลโดย Google Translate และดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับคนไทยโดย Anontawong’s Musings