นิทานกล้วยไม้

20190329_orchid

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีพระอาจารย์คนหนึ่งชอบดอกกล้วยไม้มาก ที่วัดปลูกกล้วยไม้เป็นร้อยๆ ชนิด ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า กล้วยไม้เป็นชีวิตของอาจารย์

วันหนึ่งอาจารย์มีธุระต้องออกไปข้างนอก อาจารย์สั่งให้ลูกศิษย์รดน้ำให้กล้วยไม้ แต่ลูกศิษย์ไม่ได้ระวัง ทำกระถางตกพื้น ทำให้กล้วยไม้ต้นหนึ่งตายไป

ลูกศิษย์วิตก ถ้าอาจารย์กลับมาเห็น ตนต้องแย่แน่ๆ

เมื่ออาจารย์กลับมา ได้รับรู้เรื่องราว กลับไม่โกรธลูกศิษย์

“อาตมาชอบปลูกกล้วยไม้เพราะใช้มาทำบุญ อีกหนึ่งทำให้สิ่งแวดล้อมของวัดดีขึ้น ไม่ใช่ปลูกมาเพื่อโกรธ”


ขอบคุณนิทานจากเพจนิทานเซน

โน๊ตดนตรียังต้องมีตัวหยุด

20190328_rest

หนึ่งในเทคนิคการทำงานที่มีประสิทธิผลที่สุด คือเทคนิคที่เรียกว่า pomodoro

หลักการคือทำงาน 25 นาที พัก 5 นาที

ตอนทำงาน 25 นาที ก็ทำให้เต็มที่ เหมือนวิ่ง 100 เมตรที่อัดแน่นไปด้วยความมุ่งมั่นและความตั้งใจ

แต่เมื่อทำครบ 25 นาทีแล้ว ให้ไปพัก 5 นาที

งาน 25 พัก 5 งาน 25 พัก 5 สลับกันไปเรื่อยๆ ทำได้ซัก 4 รอบแล้วค่อยพักยาวๆ

ด้วยวิธีการนี้จะทำให้เราทำงานอย่างมีโฟกัสและรักษาแรงไว้ได้ตลอดทั้งวัน ไม่หมดก๊อกไปเสียก่อน

—–

ใครที่เคยเห็นโน๊ตเพลงตามรูปด้านบน น่าจะพอคุ้นเคยกับกุญแจซอล ขีดห้าเส้น และตัวโน๊ตสีดำๆ ขาวๆ ที่แซมอยู่บนบรรทัดเหล่านั้น

ตัวดำๆ ขาวๆ แต่ละตัวจะบอกว่าโน๊ตที่ต้องเล่นมีอะไรบ้าง โด เร มี อะไรก็ว่ากันไป

แต่สิ่งที่คนที่ไม่ได้เรียนดนตรีอาจไม่รู้ก็คือนอกจากตัวโน๊ตที่บอกว่าต้องเล่นอะไร มันยังมี “ตัวหยุด” (rest) ที่บอกว่าต้องหยุดเล่นเมื่อไหร่ และหยุดนานแค่ไหนด้วย

ตรงไหนมีตัวหยุด ตรงนั้นไม่มีเสียงดนตรี

เป็นความเงียบ เป็นช่องว่าง เป็นพื้นที่ให้หายใจ

ตัวหยุดเหมือนเป็นพระรอง แม้เหมือนจะไม่มีอะไร แต่มันก็ทำให้ตัวโน๊ตซึ่งเป็นพระเอกโดดเด่นขึ้น

—–

เมื่อ 9 ปีที่แล้ว ผมได้ดูหนังชื่อ “ชั่วฟ้าดินสลาย” ที่กำกับโดยหม่อมน้อย (หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล) นำแสดงโดยคุณบี๋ ธีรพงศ์ เหลียวรักวงศ์ คุณอนันดา เอเวอริ่งแฮม และคุณพลอย เฌอมาลย์ บุณยศักดิ์

คุณบี๋เล่นเป็น “พะโป้” มหาเศรษฐีหม้ายชาวพม่าผู้สืบเชื้อสายมาจากเจ้านายชั้นสูง

คุณอนันดาเล่นเป็น “ส่างหม่อง” หลานของพะโป้

คุณพลอยเล่นเป็น “ยุพดี” ภรรยาใหม่ของพะโป้

ส่างหม่องกับยุพดีลอบเป็นชู้กัน พะโป้จับได้จึงลงโทษด้วยการล่ามโซ่ข้อมือให้ส่างหม่องกับยุพดีตัวติดกัน

ตอนแรกส่างหม่องกับยุพดีก็ดีใจ นึกว่าจะโดนลงโทษหนัก กลับกลายเป็นว่าได้อยู่กันใกล้ชิดกว่าเดิม ไม่ต้องลักๆ ลอบๆ อีกต่อไป

แต่เมื่อต้องอยู่ด้วยกันทั้งวันทั้งคืน ความรำคาญก็เริ่มตามมา เพราะแต่ละคนมีพื้นเพไม่เหมือนกัน วิถีชีวิตไม่เหมือนกัน รสนิยมไม่เหมือนกัน จึงเริ่มมีปากมีเสียงและทะเลาะกันหนักขึ้นเรื่อยๆ

แม้กระทั่งตอนที่ยุพดีเสียชีวิตแล้ว พะโป้ก็ยังไม่ยินยอมให้ส่างหม่องถอดกุญแจมือ เรื่องราวตอนจบจึงกลายเป็นโศกนาฎกรรม

—–

เมื่อมองไปรอบๆ ตัว เรามักจะเห็นสรรพสิ่ง

สิ่งที่เรามองแต่มักไม่เห็นก็คือพื้นที่ว่าง

เรามองเห็นหน้าจอมือถือ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับมือถือ

เรามองเห็นต้นไม้ แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับต้นไม้

เรามองเห็นดวงดาว แต่เรามองไม่เห็นพื้นที่ว่างระหว่างเรากับดวงดาว

พื้นที่ว่างมีอยู่ในทุกภาคส่วนของชีวิต และเป็นสิ่งที่จำเป็นกว่าที่คิด เพราะถ้าจักรวาลนี้ไม่มีพื้นที่ว่าง เราก็คงไม่อาจมองเห็นและไม่อาจทำอะไรได้เลย

เมื่อพื้นที่ว่างคือองค์ประกอบสำคัญ เราจึงไม่ควรละเลยที่จะมีพื้นที่ว่างให้ชีวิต

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการทำงาน การเล่นดนตรี หรือความสัมพันธ์

ถ้าทำงานโดยไม่พัก สุดท้ายก็หมดแรง

ถ้าเล่นดนตรีโดยไม่มีโน๊ตหยุด เพลงนี้อาจไม่เพราะเท่าที่ควร

และถ้ามีความสัมพันธ์โดยไม่มีพื้นที่ว่างให้กัน หนังเรื่องนี้ก็อาจไม่มี happy ending ครับ

—–

ป.ล. ผมกำลังจะเปิด Writing Workshop รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 20 เมษายนนี้ ติดตามข่าวได้ทางเพจ Anontawong’s Musings นะครับ

ถ้าไม่อาจฉลองความสำเร็จ

20190326_celebrate

ให้ฉลองการกระทำ

หลายครั้งที่ลงแรงไปมากมาย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่มุ่งหวัง

ผลลัพธ์ก็คือผลลัพธ์ ให้จมจ่อมยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

แต่อย่างน้อยถ้ารู้ตัวว่าเราทำเต็มที่แล้ว และสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามที่ควรจะเป็นแล้ว ก็อย่าลืมตบไหล่ให้กำลังใจตัวเองบ้าง

เพราะความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

ในเวลาที่ฟ้ายังไม่เปิด ดีที่สุดคือหยุดพักให้หายเหนื่อย แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกครั้งเท่านั้นเอง

เดินเข้าหาสิ่งที่เราไม่รู้จัก

20190326_getcloser.png

เพราะอะไรที่เราไม่รู้จัก เรามักจะกลัวไปก่อน

พอเริ่มต้นด้วยความกลัว ความเกลียดชังและอคติก็จะตามมา ซึ่งหนึ่งทำให้สูญเสียพลังงาน สองทำให้เสียโอกาส

ถ้าเจอคนพูดจาไม่เข้าหู ก็ควรถามว่าไม่เข้าหูอย่างไร เพราะมันขัดกับความเชื่อที่เรามีใช่มั้ย แล้วความเชื่อที่เรายึดมั่นนั้นมาจากไหน และแน่ใจได้อย่างไรว่าเราถูก

ถ้าเจอไอเดียธุรกิจที่ไม่เข้าท่า ขอให้ระลึกได้ว่าไอเดียธุรกิจที่มันพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินล้วนแต่เป็นธุรกิจที่ไม่เข้าท่ามาก่อน เพราะถ้ามันเข้าท่ามันคงมีคนทำมานานแล้ว

ถ้าเจอคนมีความเห็นทางการเมืองต่างกับเราอย่างสุดขั้ว ลองสวมบทบาทนักโต้วาทีฝ่ายค้าน มองให้เห็นว่าหากต้องสนับสนุนฝ่ายตรงข้าม เราจะนำเสนออย่างไร

ไม่มีอะไรที่ต้องกลัว มีแต่เรื่องที่ต้องทำความเข้าใจเท่านั้นเอง

“Nothing in life is to be feared. It is only to be understood.”
-Marie Curie

สี่คำพูดที่นึกถึงใน 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา

20190325_fourwords

“With some distance and awareness, you can become much more than a follower of or a rebel against your generation; you can mold your own relationship to the zeitgeist and become a formidable trendsetter.”

“ด้วยระยะห่างที่เหมาะสมและความตระหนักรู้ คุณจะเป็นได้มากกว่าผู้ตามหรือผู้ต่อต้าน คุณจะหล่อหลอมความสัมพันธ์ที่คุณมีต่อยุคสมัยและกลายมาเป็นผู้จุดกระแสให้กับสังคมนี้ได้”

-Robert Greene, The Laws of Human Nature


“โจรสลัดเป็นฝ่ายเลว?
กองทัพเรือคือความถูกต้อง
ไอ้ของพรรค์นั้นจะเปลี่ยนไปเปลี่ยนมายังไงก็ได้อยู่แล้ว
ผู้ที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดคือคนที่สามารถเปลี่ยนแปลงความผิดเป็นถูกได้
และตอนนี้ที่นี่คือสถานที่กึ่งกลางนั้น
ความถูกต้องย่อมชนะงั้นเรอะ
มันก็แหงอยู่แล้วสิ
เพราะมีแต่ผู้ชนะเท่านั้น
ถึงจะเป็นฝ่ายถูกต้องยังไงล่ะ!!”
– ดองกี้โฮเต้ โดฟลามิงโก้, One Piece ตอนที่ 556 หนวดขาวและลูฟี่ปะทะกองทัพเรือเพื่อช่วยเอส หมัดอัคคี


“I’m a relic of a bygone era. No ship can carry me into the New Age.”
“ฉันเป็นเพียงซากปรักหักพังแห่งยุคสมัย ไม่มีเรือให้ฉันนั่งไปสู่ยุคใหม่หรอกนะ”
-หนวดขาวกล่าวกับกลุ่มโจรสลัดหนวดขาว, One Piece ตอนที่ 572


“You die as a hero or live long enough to see yourself become the villain.”
“คุณจะตายอย่างวีรบุรุษ หรืออยู่นานพอที่จะเห็นตัวเองกลายเป็นผู้ร้าย”
Harvey Dent กล่าวกับ Bruce Wayne, The Dark Night