เราหนีความจริงได้

20160601_avoidreality

แต่เราหนีผลลัพธ์จากการหนีความจริงไม่ได้

“You can avoid reality but you cannot avoid the consequences of avoiding reality.”

-Anonymous*

นิสัยหลายอย่างของคนเราน่าจะมีต้นกำเนิดมาจากการหนีความจริง

บางคนชอบผัดวันประกันพรุ่ง ไม่ยอมทำงานที่ยากและน่าเบื่อ และในเมื่อมันยังไม่ถึงเส้นตายก็เลยขอซื้อเวลาออกไปก่อน

หรือบางคนติดเหล้า เพราะจะได้ไม่ต้องคิดถึงปัญหามากมายที่ถาโถมเข้ามาในชีวิต

ถ้าจะมองในแง่ยุทธศาสตร์ คนที่ชอบผัดวันประกันพรุ่งกับคนที่กินเหล้าเพื่อลืมความทุกข์นี่ถือว่าใช้กลยุทธ์ที่ไม่ได้เรื่องเอามากๆ

เพราะสู้ยังไงก็แพ้

ต่อให้ผัดวันประกันพรุ่งไปนานแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องทำอยู่ดี (ถ้างานมันต้องทำ)

ส่วนงานที่ไม่ต้องทำก็ได้ (เช่นโปรเจ็คที่จะทำให้ชีวิตดีขึ้น) พอผัดวันประกันพรุ่งไปเรื่อยๆ ม้นก็ไม่ได้เริ่ม และชีวิตก็ไปไม่ถึงไหนเสียที

คนที่ติดเหล้า ต่อให้จะเป็นเหล้าชั้นดีเพียงใด ช่วยให้ลืมปัญหาได้นานแค่ไหน แต่พอตื่นมาตอนเช้าก็เหลือปัญหาเท่าเดิม ดีไม่ดีจะมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ


พระพุทธเจ้าบอกว่าชีวิตนี้เป็นทุกข์

การเผชิญความจริงก็คือการเผชิญความทุกข์

เมื่อคนส่วนใหญ่ตามหาความสุข เราจึงวิ่งหนีความทุกข์และวิ่งหนีความจริง

ความทุกข์เป็นเหมือนคนที่รักเรา อยู่กับเราเหมือนเงาตามตัว ความจริงก็เป็นเช่นนั้นเหมือนกัน ยิ่งเราทำเป็นมองไม่เห็นมันนานเท่าไหร่ เงาแห่งความจริงก็จะยิ่งทอดยาวขึ้น

ความจริงกับความทุกข์นั้นเหมือนกันอีกอย่างตรงที่มันจะน่ากลัวก็ต่อเมื่อเราไม่สบตามัน เพราะพอตาเราไม่มอง สมองก็เริ่มมโนไปต่างๆ นาๆ

แต่หากเรากล้าสบตากับความจริง บ่อยครั้งเราจะพบว่า เฮ้ย มันก็ไม่ได้แย่อย่างที่กลัวนี่หว่า รู้งี้สบตากันไปตั้งนานแล้ว

“You can avoid reality but you cannot avoid the consequences of avoiding reality.”

ความจริงหนีได้ก็เพียงชั่วคราว และยิ่งหนี ผลลัพธ์ก็ยิ่งแย่

เลิกหนี แล้วหันมาสู้กับความจริงดูซักตั้ง

แล้วชีวิตจะ “เอาอยู่” มากกว่านี้ครับ


* เว็บส่วนใหญ่จะบอกว่าคำพูดนี้เป็นของ Ayn Rand แต่ Quote Investigator บอกว่าไม่น่าใช่ครับ 

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

Banner468x60ver1.jpg

ไม่ผิดแล้วจะถูกเอง

20160531_nowrong

ถ้าใครเป็นแฟนคลับของหลวงพ่อปราโมทย์ และเคยฟัง mp3 ของท่าน น่าจะจำคอนเซ็ปต์หนึ่งที่ท่านมักสอนอยู่เสมอ คือ “รู้ว่าผิดแล้วมันจะถูกเอง”

เช่น ถ้าอยากมีสติมากขึ้น ก็แค่คอยรู้ตัวว่าเผลอ หรือรู้ตัวว่าคิดอยู่ สติก็เกิดแล้ว

หรือในศาสนาพุทธ ถ้าอยากเป็นคนดี เราก็ไม่ต้องทำดีก็ได้ แค่ละเว้นจากการทำชั่วด้วยการถือศีลห้า คุณก็เป็นคนดีได้แล้วเช่นกัน

วันเสาร์ที่ผ่านมา ผมอยากจะใช้เวลาให้มีประโยชน์มากขึ้น เพราะสังเกตตัวเองหลายทีแล้วว่าวันหยุดมักจะหมดเวลาไปกับการอ่านการ์ตูนบนไอแพด หรือนั่งเล่นเฟซบุ๊คในคอมหรือมือถือมากเกินไป

วันนั้นผมจึงไม่มีแผนตายตัว แค่บอกตัวเองว่า อยากทำอะไรก็ทำไป แต่ก่อนเที่ยงวันนี้จะไม่เล่นมือถือ ไอแพด หรือคอมพิวเตอร์

พอปิดโอกาสตัวเองที่จะผลาญเวลากับอุปกรณ์พวกนี้ ผมก็เลยได้เก็บกวาดห้องนอน พับผ้า ถูพื้น และทำอะไรอีกหลายๆ อย่างที่ผัดวันประกันพรุ่งมานานเพราะว่า “ไม่มีเวลา”

วันนั้นจังเป็นวันที่รู้สึก productive มากที่สุดวันหนึ่ง ทั้งๆ ที่ไม่มีแผนการอะไรเลย

คุณผู้อ่านลองเอาเทคนิค “ไม่ผิดแล้วจะถูกเอง” ไปลองใช้ดูบ้างก็ได้นะครับ แค่ระบุว่าอะไรที่เราไม่ควรทำ (เช่นเล่นเฟซบุ๊คหรือเช็คอีเมล์) แล้วก็ลองตั้งใจที่จะไม่ทำสิ่งนั้นซัก 2 ชั่วโมง

แล้วคุณอาจจะแปลกใจกับผลลัพธ์ครับ


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

คิดมากไป ทำน้อยไป

20160522_think

ขี้เกียจมากไป ขยันน้อยไป จึงไม่ก้าวหน้า
ใช้เงินมากไป หาเงินน้อยไป จึงชักหน้าไม่ถึงหลัง
หาเงินมากไป ให้เงินน้อยไป จึงกลายเป็นคนตระหนี่
ซื้อของมากไป ซื้อประสบการณ์น้อยไป จึงไม่ลุ่มลึก

พูดมากไป ฟังน้อยไป จึงไม่เข้าใจปัญหา
สั่งมากไป สอนน้อยไป จึงขาดความน่าเชื่อถือ
ใจดีมากไป เด็ดขาดน้อยไป จึงเสียการปกครอง
อารมณ์มากไป เหตุผลน้อยไป จึงสูญเสียความเคารพ

ไลน์มากไป โทร.น้อยไป จึงเข้าใจผิด
จับผิดมากไป ไว้ใจน้อยไป จึงทะเลาะง่ายดาย
ตัวเรามากไป ตัวเขาน้อยไป จึงตัวใกล้ใจห่าง
เอาชนะมากไป ยอมแพ้น้อยไป จึงแพ้ทั้งคู่

เสพมากไป สร้างน้อยไป จึงสมองฝ่อ
กลัวมากไป กล้าน้อยไป จึงฝันแท้ง
สุขมากไป ทุกข์น้อยไป จึงไม่เห็นความจริง
คิดมากไป ทำน้อยไป…จึงไม่ถึงไหนซักที


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก

20160515_Hardship

เมื่อเจอสถานการณ์ที่ยากลำบาก

ให้ระลึกว่า หนักกว่านี้ก็เคยเจอมาแล้ว เรายังผ่านมันมาได้เลย

เมื่อต้องเจอเรื่องที่ทำให้เรารู้สึกว่าไม่กล้าทำ เช่นออกไปพูดหน้าห้องหรือเดินเข้าไปคุยกับสาวคนนั้น

ให้ระลึกว่า เรื่องที่น่าอายกว่านี้เราก็ยังเคยทำมาแล้วเลย

เมื่อต้องเจ็บปวดกับความสัมพันธ์ ให้ระลึกว่า เราก็เคยเจ็บปวดเพราะคนอื่นมาแล้ว และเวลานั้นช่วยเยียวยาได้จริงๆ

มนุษย์เราทุกคนมีประสบการณ์ แต่มันจะมีประโยชน์ก็ต่อเมื่อเราเลือกใช้มันให้ถูกที่ถูกเวลา

ผมเชื่อว่าเรื่องเกือบทั้งหมดที่จะเกิดขึ้นในชีวิตเรา เราเคยผ่านมันมาแล้วทั้งนั้น ต่างกันเพียงบริบทและความหนัก-เบา

ในเมื่อเราเคยผ่านมันมาได้แล้ว และวันนี้ก็ยังหายใจอยู่

ก็จงเชื่อเถอะว่า ถ้าเราต้องเจอมันอีกครั้ง เราก็จะผ่านมันไปได้อีกแน่นอน


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

กฎสิบเต็มสิบ

20160503_10

บทความของผมส่วนใหญ่จะเอาเนื้อหามาจากสิ่งที่อ่านมาจากหนังสือหรือฟังใครเล่ามาอีกที

นานๆ ครั้งถึงจะคิดอะไรขึ้นมาได้เอง

วันนี้เป็นวันดี เพราะผมจะขอเขียนถึงเทคนิคที่คิดขึ้นได้เองครับ!

เป็นเทคนิคที่จู่ๆ ก็แล่นเข้ามาในหัวเมื่อวันอังคารที่แล้ว ได้ทดลองใช้แล้วก็รู้สึกว่ามันเวิร์คดีแฮะ

ผมขอเรียกมันว่ากฎสิบเต็มสิบแล้วกัน

—–

[Classic Post]: กฎสิบเต็มสิบ

เชื่อว่าในชีวิตนักเรียนของเรา น่าจะเคยได้คะแนนสิบเต็มสิบกันมาบ้าง

อาจจะเป็นการบ้านวิชาเลข หรือภาพวาดศิลปะ หรืองานเย็บปักถักร้อย

การได้สิบเต็มสิบมันเป็นความรู้สึกที่ดีมาก เพราะนานๆ จะได้ทีนึง และมันช่วยสร้างความเชื่อมั่นว่า ถ้าเราทำอะไรบางอย่างอย่างตั้งใจ เราก็สามารถสร้างผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดได้

หลักการของกฎสิบเต็มสิบนั้นง่ายมากครับ คือก่อนที่เราจะทำ (หรือไม่ทำ) อะไรก็แล้วแต่ ลองถามตัวเองว่า เราให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่กับสิ่งที่เราทำอยู่ตอนนี้

และถ้ามันยังไม่ใช่คะแนนสิบเต็มสิบ เราจะทำอะไรให้แตกต่างออกไปเพื่อให้ได้คะแนนมากกว่านี้มั้ย?

ยกตัวอย่างเช่นมีคนขับรถตัดหน้าเรา สิ่งที่เรามักจะทำเพื่อเป็นการตอบโต้คืออะไร?

– บ่นให้แฟนฟัง
– บีบแตรใส่
– ปาดหน้าคืน

คราวนี้คุณผู้อ่านก็ลองให้คะแนนดูว่า การกระทำแต่ละข้อข้างบน ได้กี่คะแนนกันบ้าง?

สำหรับผม

บ่นให้แฟนฟัง – 6/10
บีบแตรใส่ – 4/10
ปาดหน้าคืน – 0/10

แล้วทำยังไงถึงจะได้สิบเต็มสิบ?

ดูใจเราที่โกรธ คิดเสียว่าเขาคงรีบ และขับรถต่อไปอย่างระมัดระวัง – 10/10

เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนมากขึ้น ขอยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้กฎสิบเต็มสิบในช่วงเจ็ดวันที่ผ่านมาของผมแล้วกันนะครับ

ตัวอย่างที่ 1 – เจอคนที่เราเคยมีปัญหาด้วย

ที่ออฟฟิศมีพี่คนหนึ่งที่เคยมีเรื่องให้ผิดใจกันตั้งแต่สองปีที่แล้ว จนเดี๋ยวนี้เวลาเจอหน้าก็จะไม่คุยกันหรือถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ก็จะคุยให้น้อยที่สุด

เมื่อวันพฤหัสฯ ที่แล้วผมมีธุระ จึงไปกินข้าวคนเดียวที่ร้านก๋วยเตี๋ยวรถเข็นที่มีโต๊ะอยู่แค่สี่โต๊ะ ตอนไปถึงมีโต๊ะว่างเหลืออยู่โต๊ะนึงพอดี ผมสั่งอาหารเสร็จแล้วหันไปจึงเห็นพี่คนนั้นกำลังนั่งกินก๋วยเตี๋ยวอยู่โต๊ะถัดไป

ความคิดแรกของผมก็คือ นั่งหันหลังให้พี่เขาแล้วก็กินก๋วยเตี๋ยวของเราไป

แล้วกฎสิบเต็มสิบก็ทำงาน ผมบอกว่าถ้าทำอย่างนี้ผมคงให้คะแนนตัวเองแค่ 5/10

ผมก็เลยเปลี่ยนไปนั่งโต๊ะเดียวกับเขาแทน และเราก็ได้คุยกันนานกว่าทุกครั้งในรอบสองปีที่ผ่านมา

กฎสิบเต็มสิบทำให้เราได้กลับมาคุยกันอีกครั้ง

ตัวอย่างที่ 2 – เข้าคิวจ่ายเงินที่โลตัส

เมื่อวานนี้ผมไปช้อปปิ้งที่โลตัสกับแฟน ซื้อของมาเกือบเต็มรถเข็น พอเดินมาที่ตรงช่องจ่ายเงินก็สังเกตเห็นว่ามีน้องผู้หญิงอีกคนหนึ่งถือของหนึ่งชิ้น กำลังเดินสวนมา ท่าทางกำลังจะจ่ายเงินเหมือนกัน

ผมรู้ตัวว่าเดินเร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อให้เอารถเข็นเข้าจอดคิวถัดไป (คิวก่อนหน้านี้กำลังจะเสร็จพอดี) น้องผู้หญิงคนนั้นก็มายืนต่อท้ายผม

แล้วผมก็ถามตัวเองว่า การที่เราเดินเร็วขึ้นเล็กน้อยเพื่อมาให้ถึงก่อนน้องคนนั้น จะให้คะแนนตัวเองเท่าไหร่

ผมให้คะแนนตัวเอง 7/10 เพราะเราก็มาถึงก่อนจริงๆ ก็ไม่ผิดอะไรที่เขาจะต่อคิวเรา

แต่ทำยังไงถึงจะได้ 10/10?

ผมหันไปบอกน้องเค้าว่า เชิญน้องก่อนเลยครับ มีของชิ้นเดียวเอง

น้องเขามองหน้าผมแบบงงๆ ปนดีใจ แล้วพูดว่าขอบคุณค่ะ จ่ายเงินเสร็จแล้วก็หันมาพูดว่าขอบคุณนะคะอีกรอบ

กฎสิบเต็มสิบทำให้ผมได้รับคำขอบคุณถึงสองครั้ง

ตัวอย่างที่ 3 – ซื้อขนมฝากแฟน

ที่ออฟฟิศผมมักจะไปทานข้าวเที่ยงที่ร้านป้าหยวก

นอกจากข้าวแกงและตามสั่งแล้ว ร้านป้าหยวกยังทำขนมหวานอร่อยมาก แต่ละวันจะทำแค่อย่างสองอย่าง

วันนี้ป้าหยวกทำข้าวเหนียวลำไยกับกล้วยบวชชีมา ทั้งสองเมนูนี้นานๆ ถึงจะทำครั้ง

ผมสองจิตสองใจ เพราะวันนี้จะกลับบ้านค่ำ ซื้อกลับไปอาจไม่ทันได้กิน และถ้าซื้อก็ไม่แน่ใจว่าเธอจะอยากกินเมนูไหนมากกว่ากัน

ผมมีอยู่สี่ทางเลือก

– ไม่ซื้อ เอาไว้ซื้อวันหลัง
– ซื้อแต่กล้วยบวชชีไป เพราะรู้ว่าเธอชอบกินแน่ๆ
– ซื้อแต่ข้าวเหนียวลำไย เพราะหากินยากกว่ากล้วยบวชชี
– ซื้อไปทั้งสองอย่าง

ซึ่งแต่ละทางก็มีข้อดีข้อเสียไม่เหมือนกัน

แล้วผมก็ถามอีกว่า ถ้าอยากได้ 10/10 ควรจะทำยังไง?

ถามตัวเองเสร็จก็ยกหูโทรหาแฟน บอกว่าวันนี้มีกล้วยบวชชีที่เธอชอบ และมีข้าวเหนียวลำไยด้วยนะ แฟนบอกว่าเอากล้วยบวชชี เพราะกินข้าวเหนียวลำไยไม่เป็น

ผมก็เลยซื้อแต่กล้วยบวชชีไป โดยแฟนก็รู้ตัวว่าวันนี้อาจได้กินค่ำหน่อย

สิบเต็มสิบอีกหนึ่งเรื่อง

หลังจากสังเกตตัวเองมาหนึ่งสัปดาห์ ผมรู้สึกว่าการใช้ชีวิตแบบสิบเต็มสิบ สร้างรอยยิ้มให้คนอื่นได้มากขึ้น ทะเลาะกับคนใกล้ตัวน้อยลง และรู้สึกดีกับตัวเองวันละหลายหน

เราใช้กฎสิบเต็มสิบไม่ใช่เพื่อจะทำตัวเป็นเพอร์เฟ็คชั่นนิสต์นะครับ

เพราะเราให้คะแนนที่การกระทำและสภาพจิตใจของเรา ไม่ได้ให้คะแนนที่ผลลัพธ์

ความเจ๋งของกฎสิบเต็มสิบก็คือ เราเป็นคนนิยามเองว่า อะไรคือเต็มสิบสำหรับเรา

ดังนั้นการจะทำคะแนน 10/10 จึงเป็นเรื่องที่อยู่ในวิสัยที่เราจะทำได้อยู่แล้ว เพียงแต่ต้องออกแรงเพิ่มขึ้นอีกนิด เสียสละมากขึ้นอีกหน่อย

อีกหนึ่งความเจ๋งหนึ่งคือกฎนี้ใช้ได้กับทุกๆ สถานการณ์ในชีวิตไม่ว่าจะเป็นเป็นที่บ้านหรือที่ทำงาน

ความท้าทายของการใช้กฎนี้ คือต้องอาศัยความรู้เนื้อรู้ตัวระดับหนึ่ง แต่ก็เชื่อว่าเป็นเรื่องที่ฝึกกันได้ไม่ยาก

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ


อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่