เข้มแข็งและกล้าหาญ

20160920_strongbrave

Be strong enough to stand alone, smart enough to know when you need help, and brave enough to ask for it.

จงเข้มแข็งพอที่จะยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง ฉลาดพอที่จะรู้ว่าเราต้องการความช่วยเหลือ และกล้าหาญพอที่จะเอ่ยปาก

– Mark Amend


บางทีความเข้มแข็งกับความหยิ่งผยองก็มีเส้นแบ่งเพียงบางๆ

เส้นนั้นขีดแบ่งระหว่างสิ่งที่เราทำได้เองด้วยตัวคนเดียว กับสิ่งที่เราไม่สามารถทำได้โดยปราศจากความช่วยเหลือ

การยืนหยัดได้ด้วยตัวเองนั้นเป็นเรื่องยาก แต่เรื่องที่ยากกว่าคือการยอมวางอีโก้ของเราลงเพื่อจะสำรวจตัวเองว่ายังมีข้อบกพร่องอะไรอยู่บ้าง และเสาะแสวงหาคนที่จะช่วยให้เราดีกว่าเดิม

เพราะต่อให้คุณจะเก่งแค่ไหน เส้นแบ่งบางๆ นั้นก็ไม่เคยหายไป

ขนาดยูเซน โบลต์ (Usain Bolt) มนุษย์ที่เร็วที่สุดในโลก ยังต้องมีโค้ชเลย


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

เรามีความสุขจริงๆ

20160913_happy

หรือเราแค่เคยชินกับความสบาย?

Are you really happy or are you just really comfortable?

– Anonymous


บางทีความสุขกับความสบายก็ใกล้เคียงกันจนแยกไม่ออก

โดยเฉพาะในบริบทของที่ทำงาน

เวลาเราบอกว่า “ทำงานนี้ก็มีความสุขดี” จริงๆ แล้วเราอาจจะกำลังพูดว่า “ทำงานนี้ก็สบายดี” ก็ได้

เพราะเมื่อเราเอางานชิ้นไหนอยู่แล้ว หรือเรามีลูกน้องที่เก่งจนทำงานแทนเราได้เกือบทุกอย่างแล้ว เราก็ไม่ต้องออกแรงมากนัก ไม่ต้องทำงานล่วงเวลา ได้กลับบ้านเร็ว ได้นอนเต็มอิ่ม

แต่เรากำลังมีความสุขจริงรึเปล่า?

เพราะความสุขไม่ได้เกิดจากความสบายอย่างเดียว

แต่เกิดจากการได้ทำสิ่งที่มีความหมาย ได้รู้ว่าเรากำลังก้าวหน้า ได้รู้ว่าเรากำลังเติบโต

ซึ่งทั้งสามอย่างนี้ ความสบายไม่อาจให้เราได้ เพราะว่ามันเป็นปฏิภาคกัน

Are you really happy or are you just really comfortable?

จึงเป็นคำถามที่ควรถามตัวเองบ่อยๆ

จะได้ไม่เข้าใจตัวเองผิดโดยไม่รู้ตัวครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ลูกแมวหรือลูกลิง

20160910_kitten

เคยสังเกตมั้ยครับว่าพฤติกรรมของลูกแมวกับลูกลิงนั้นต่างกันอย่างไร

เวลาลูกแมวเจอปัญหา แม่ของมันจะมาช่วยด้วยการงับคอแล้วพามันออกไป

เวลาลูกลิงเจอปัญหา แม่มันจะมาเดินผ่านมาเช่นกัน แต่เป็นหน้าที่ของลูกลิงที่จะกระโดดเกาะหลังแม่เอาไว้ให้แน่นๆ

ลูกแมวจะรอความช่วยเหลือ ขณะที่ลูกลิงต้องออกแรงช่วยตัวเอง

ก่อนปี 2000 พวกเราส่วนใหญ่ก็เหมือนลูกแมว

ถ้าคุณอยากเป็นนักดนตรี คุณต้องส่งเทปไปให้ค่ายเพลงพิจารณา

ถ้าคุณอยากเป็นนักเขียน คุณต้องรอให้บ.ก.นิตยสารตอบรับผลงานที่คุณส่งไปให้เขาพิจารณา

ถ้าคุณอยากเป็นนักธุรกิจ คุณต้องร่างโครงการไปให้นายทุนพิจารณา

แต่ยุคสมัยได้เปลี่ยนไปแล้ว

อยากเป็นนักดนตรีก็ทำเพลงอัพขึ้น  Soundcloud เองได้

อยากเป็นนักเขียนก็เปิดบล็อกและ Facebook page ได้ฟรีๆ

อยากเป็นนักธุรกิจก็สามารถเริ่มได้โดยใช้ต้นทุนน้อยกว่าแต่ก่อนมากมาย

จะเป็นลูกแมวที่รอคอยความช่วยเหลือหรือจะเป็นลูกลิงที่พึ่งพาตนเอง

เลือกได้ตามอัธยาศัยนะครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก The Icarus Deception by Seth Godin

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ห้าปียังเหมือนเดิม

20160830_fiveyears

“You will be the same person in five years as you are today except for the people you meet and the books you read.”

– Charlie “Tremendous” Jones

“You are the average of the five people you spend the most time with.”

– Jim Rohn


เคยถามตัวเองมั้ยครับว่าตัวเราวันนี้กับเมื่อวานนี้ต่างกันอย่างไร?

และตัวเราวันนี้กับตัวเราเมื่อปีที่แล้วต่างกันแค่ไหน?

แล้วตัวเราวันนี้กับเมื่อห้าปีที่แล้วล่ะ?

“ความต่าง” ในที่นี้ผมไม่ได้หมายถึงความมั่งคั่งหรือตำแหน่งหน้าที่นะครับ

แต่หมายถึงสิ่งที่อยู่ข้างในของเรา

ไม่ว่าจะเป็นความเชื่อบางอย่าง ความรู้สึกกับเรื่องบางเรื่อง หรือสภาวะจิตใจในแต่ละวัน

ถ้าเรายังรู้สึกว่าเป็นคนเดิมอยู่ ก็ตีความได้สองอย่าง

คือเราโตมานานแล้ว

หรือเราไม่ได้เติบโตขึ้นเลย


จิม รอห์นบอกว่า เราจะเป็นค่าเฉลี่ยของคนห้าคนที่เราใช้เวลาด้วยมากที่สุด

พวกนักธุรกิจฝรั่งจึงมักมี mastermind group หรือกลุ่มคนประมาณ  4-6 คนที่นัดจะเจอกันทุกสัปดาห์หรือทุกเดือน เพื่อแชร์ประสบการณ์ ปัญหา และหาทางแก้ร่วมกัน

ยิ่งเราใช้เวลากับคนที่ฉลาดกว่าเรามากเท่าไหร่ เราก็จะยิ่งฉลาดขึ้นเท่านั้น

ในทางกลับกัน ถ้าเราใช้เวลากับคนที่ความคิดความอ่านด้อยกว่าเรา เราอาจจะช่วยให้เขาดีขึ้นมาได้ แต่ตัวเราเองก็จะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้ช้าหน่อย


ส่วนตัวผมเอง ผมไม่มี mastermind group และไม่ค่อยได้เจอคนใหม่ๆ เท่าไหร่

แต่นั่นก็ใช่ว่าจะใช้กฎค่าเฉลี่ยของคนห้าคนไม่ได้

เพราะแม้จะไม่ได้พบเจอพูดคุยกันตัวเป็นๆ ผมก็ยังพูดคุยกับเขาผ่านตัวหนังสือได้

หนังสือจึงเป็นเครื่องมือหลักที่ช่วยให้ตัวผมในวันนี้แตกต่างจากตัวผมเองในห้าปีก่อน

ถ้าจะให้พูดถึงนักเขียนซักห้าคนที่ผมได้คลุกคลีด้วย และเปลี่ยนความคิดความเชื่อของผมไป 180 องศา ก็น่าจะมีดังนี้

Marie Kondo ผู้เขียน The Life Changing Magic of Tidying up จงเก็บแต่ของที่ Spark Joy แล้วเราจะไม่รู้สึกว่าขาดสิ่งใดอีก เพราะการจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างเราและสิ่งของที่เรามี

Charles Duhigg ผู้เขียน The Power of Habit – นิสัยของคนเรานั้นเกิดขึ้นจากสามปัจจัยที่เกื้อหนุนกันเป็นวงจร นั่นคือตัวกระตุ้น (Cue) – การกระทำ (Routine) – รางวัล (Reward) ถ้าอยากจะสร้างนิสัยใหม่ อย่าลืมหาตัวกระตุ้นและรางวัลมาใส่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ครบวงจรและนิสัยใหม่จะเกิดยาก

นพ.โยะชิโนะริ นะงุโม ผู้เขียน ยิ่งหิว ยิ่งสุขภาพดี – ทัศนคติเกี่ยวกับความหิวของผมเปลี่ยนไปโดยสิ้นเชิง เพราะธรรมดาเวลาหิวแล้วผมจะหงุดหงิด แต่ผู้เขียนบอกว่า การปล่อยให้ตัวเองหิวบ้าง คือการปล่อยให้ฮอร์โมนของความหนุ่มสาวทำงาน

Gary Keller ผู้เขียน The ONE Thing ที่แนะนำให้เราใช้เวลาจดจ่อกับเรื่องหนึ่งเรื่องให้เต็มที่ แล้วผลลัพธ์ทบต้นนั้นจะทำให้เราประหลาดใจ

Seth Godin ผู้เขียน The Icarus Deception ที่บอกว่า Comfort Zone และ Safety Zone นั้นเคยทับซ้อนกันอยู่ แต่ตอนนี้วงกลมสองวงนี้ไม่ได้ทับซ้อนกันอีกต่อไป ยิ่งเราปล่อยตัวเองให้อยู่ใน Comfort Zone นานเท่าไหร่ ความมั่นคงในชีวิตยิ่งน้อยลงเท่านั้น


“You will be the same person in five years as you are today except for the people you meet and the books you read.”

ตัวเราเองในวันนี้ เห็นตัวเราในอีกห้าปีข้างหน้าแตกต่างจากเดิมอย่างไรบ้าง?

ถ้าอยากจะเติบโต เราก็ควรออกไปพบคนใหม่ๆ เดี๋ยวนี้ Meetup.com ทำให้การพบเพื่อนใหม่ที่สนใจเรื่องเดียวกับเรานั้นง่ายขึ้นมาก

แต่ถ้าชีวิตไม่ได้เอื้อให้เราพบผู้คนขนาดนั้น เราก็ยังสามารถเติมความคิดและมุมมองใหม่ๆ ผ่านการอ่านหนังสือได้เสมอ เพียงใช้เวลากับมือถือ แท็บเบล็ต และทีวีให้น้อยลง ก็มีเวลาเพิ่มขึ้นไม่น้อยแล้ว

มาสนุกกับการเติบโตกันนะครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

บาดแผลคือหน้าต่าง

20160829_wound

“The wound is the place where the Light enters you.”
– Rumi

เราทุกคนต่างมีบาดแผลด้วยกันทั้งนั้น

บางคนโชคดี อาจมีรอยแค่ขีดข่วน

ส่วนบางคนที่โชคชะตาเล่นแรง อาจจะมีแผลเป็นอยู่เต็มไปหมด

ความเจ็บปวดตอนเป็นแผลนั้น ถึงจะเนิ่นช้าแค่ไหน สุดท้ายก็หายไป

แต่บทเรียนที่มาพร้อมกับบาดแผลนั้น จะยังคงอยู่กับเราไปตลอด และทำให้เราเติบโตขึ้น มีความกรุณามากขึ้น ตัดสินใจได้ดีขึ้น

“The wound is the place where the Light enters you.”

จากนี้ไป ทุกครั้งที่ต้องเจออุบัติเหตุชีวิต ขอให้ระลึกได้ถึงความจริงข้อนี้

ว่าบาดแผลคือหน้าต่างให้แสงแห่งปัญญาส่องมาถึงใจเรา

ตอนเกิดแผล ถ้าเรามัวแต่ดราม่าฟูมฟาย ก็เท่ากับกับเรากำลังปิดม่านหน้าต่างบานนั้น

ไหนๆ ก็เจ็บทั้งทีแล้ว อย่าให้เสียของครับ


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com