รากลึกไม่กลัวลม

20170103_deeproots

When the roots are deep there is no reason to fear the wind.
– Unknown


ถ้าเราคือต้นไม้ ลมคือบททดสอบ รากที่เกาะดินคือปัจจัยสำคัญที่จะทำให้เราต้านล้ม (หรือลู่ลม) ได้โดยไม่โค่นไปเสียก่อน

ถ้าความรู้พื้นฐานของเราดี ต่อให้เจองานยากแค่ไหนก็ไม่หวั่น

ถ้าความสัมพันธ์ของเราแน่นแฟ้น ต่อให้เจอเรื่องร้ายแค่ไหนเราก็จะฝ่าฟันไปด้วยกัน

ถ้าการกระทำของเรายืนอยู่บนหลักการ ต่อให้มีคนไม่พอใจเราก็ไม่เสียศูนย์หรือเปลี่ยนจุดยืน

ถ้าเหตุผลของการดำรงอยู่ของเราแข็งแรงพอ ต่อให้เจออุปสรรคหนักหนาเพียงใดเราก็จะทำจนกว่าจะสำเร็จ

ปีใหม่ 2560 นี้ ขอให้เรามีรากที่หยั่งลึกกันทุกคนนะครับ


ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

Download eBook – เกิดใหม่

พรปีใหม่จากปรายฝน

20170101_newyear

เช้านี้มีโอกาสได้อยู่กับลูกสาวตามลำพัง เพราะพี่เลี้ยงลากลับบ้าน ส่วนภรรยาก็ออกไปจ่ายตลาด ผมเลยมีเวลาได้นั่งสังเกตปรายฝนอย่างใกล้ชิดและคิดได้ว่าจริงๆ เด็กวัยนี้ก็สอนอะไรเราได้เยอะเหมือนกันนะ

ปี 2560 นี้ จึงขอพรให้ตัวเอง

มองโลกด้วยความกระตือรือล้น เด็กๆ เวลาเห็นอะไรก็จะตื่นเต้นไปหมด เห็นเครื่องบินบินผ่านก็ชี้ เห็นกระรอกก็ชี้ เห็นไส้เดือนยังชี้ ทุกอย่างที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเป็นเรื่องน่าสนใจสำหรับเขา แต่ความกระตือรือล้นของเราดูจะน้อยลงไปเรื่อยๆ ตามวัยที่เพิ่มขึ้น หลายครั้งที่สิ่งมหัศจรรย์อยู่ตรงหน้าเราแท้ๆ เรายังมัวแต่เล่นมือถืออยู่ได้

ไม่กลัวที่จะลองสิ่งใหม่ๆ ลูกสาวผมให้ลองกินอะไรก็กินหมด เห็นบันไดก็จะปีน เห็นจักรยานก็จะขี่ คำว่ากลัวกับคำว่าอันตรายยังไม่มีอยู่ในพจนานุกรมของเขา ส่วนผู้ใหญ่อย่างเราแม้จะไม่ได้ใช้คำว่า “อันตราย” อยู่บ่อยๆ แต่เราก็มักจะมีคำที่เป็นญาติกันอย่าง “กังวล” “คิดดีๆ” “แน่ใจแล้วเหรอ” เวลาที่เจอโอกาสใหม่ๆ แล้วส่วนใหญ่เราก็จะปล่อยให้ความกังวลหรือความรอบคอบของเราทำหน้าที่มากเกินไปจนเราพลาดโอกาสดีๆ ไป

ทำสิ่งเดิมๆ ให้ดีกว่าเดิม เด็กเล็กๆ นั้นสามารถมีความสุขกับเรื่องเดิมๆ ได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะเป็นการเล่นจ๊ะเอ๋หรือเล่นของเล่นชิ้นเดิม แต่ผู้ใหญ่นั้นเบื่อง่าย เพียงแค่ต้องคิดว่าต้องทำงานเดิมๆ เราก็เบื่อแล้ว แต่งานเกือบทุกชิ้นนั้นมีแง่มุมที่เราจะสามารถหามุมสนุกกับมันได้เสมอ ขอเพียงแต่เราเติมความสร้างสรรค์เข้าไป หรือมองเสียว่ามันคือโอกาสสำหรับการฝึกปรือทักษะบางอย่างให้เก่งยิ่งขึ้น

อยู่กับปัจจุบัน เวลาปรายฝนเล่นอะไรหรือกำลังสนใจอะไรบางอย่าง ความจดจ่อของเขาทั้งหมดจะพุ่งตรงไปยังสิ่งนั้น กลับมามองตัวผมเองที่เตลิดไปทางความคิดและการกระทำทุกๆ สองสามนาที ซึ่งต้นเหตุอาจจะมาจากความเบื่อในการทำสิ่งเดิมๆ นั่นเอง (ต้องกลับไปอ่านข้อก่อนหน้านี้ใหม่)

เข้าใจว่าหกล้มเป็นเรื่องธรรมดา ปรายฝนยังเดินไม่ค่อยคล่อง แต่ก็ยังซ่าชอบเดินเร็วๆ และพอเดินเร็วเกินไปก็มักจะเสียการทรงตัวจนล้มลงหลายครั้ง แต่ล้มเสร็จแล้วก็ยิ้มหวานแล้วลุกขึ้นมาใหม่ ผู้ใหญ่อย่างเราก็น่าจะหัดยิ้มหวานและลุกขึ้นมาเดินใหม่ให้บ่อยขึ้นเช่นกัน

ไม่หยุดอยู่กับที่ ถ้าเด็กนั้น “ซนอย่างกับลิง” ผู้ใหญ่ก็อาจจะ “นิ่งอย่างกับทาก” ไม่ค่อยมีความกระฉับกระเฉงเท่าไหร่ ยิ่งเราทำงานออฟฟิศด้วยแล้ว เรามักจะนั่งอยู่กับที่ติดต่อกันนานหลายชั่วโมง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วเราควรจะเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอ ยิ่งถ้าคำนึงถึงความจริงที่ว่าร่างกายของคนเราไม่ได้วิวัฒนาการมาเพื่อการการนั่งหน้าจอคอมพิวเตอร์

ขอความช่วยเหลือเมื่อเจอเรื่องที่ทำไม่ได้ เวลาปรายฝนอยากได้ของที่ไกลเกินเอื้อม เขามักจะจับมือผม (หรือมือแฟนผม) แล้วชี้ไปตรงทิศทางนั้นเพื่อให้เราหยิบให้ แต่ผู้ใหญ่เราเองเวลาทำอะไรไม่ได้มักจะไม่บอก เพราะกลัวจะถูกมองว่าไม่เก่งหรือไม่พยายาม หรือบางทีเราก็อีโก้เกินไปที่จะยอมรับว่าคนอื่นเก่งกว่าเรา ไอ้ความปากหนักตรงนี้เองที่บางทีก็ทำให้เสียงานและทำให้คนอื่นเดือดร้อนไปด้วย

อย่าทำให้มันซับซ้อน ถ้าหิวก็กิน ถ้าเหนื่อยก็พัก ถ้าชอบก็แสดงออก ถ้าไม่ชอบก็ไม่ฝืนทำ เด็กเขาไม่มีจริตจะก้าน คิดอย่างไรก็ทำอย่างนั้น ผู้ใหญ่อย่างเรานี่แหละที่มักทำให้เรื่องมันซับซ้อนเกินกว่าเหตุ

สร้างความสุขให้ผู้อื่น เมื่อวานนี้ไปเยี่ยมญาติผู้ใหญ่ที่เพิ่งผ่าตัด พาเจ้าปรายฝนไปด้วย ปรากฎว่าตลอดเวลาเกือบสองชั่วโมงที่อยู่ในห้องพักคนไข้ ปรายฝนทำตัวโก๊ะๆ ทักคนนั้นที อ้อนคนนี้ที เต้นระบำ ออกท่าออกทาง จนสร้างรอยยิ้มให้ผู้ใหญ่ 10 กว่าคนในห้องได้อย่างถ้วนทั่ว คนวัยเราอาจจะไม่สามารถทำตัวน่ารักน่าชังได้เหมือนเด็กหนึ่งขวบ แต่ความสามารถในการสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับคนอื่นนั้นมีอยู่ในทุกคน แค่วางฟอร์มให้น้อยหน่อย เป็นตัวของตัวเองให้มากขึ้น และให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ เท่านี้ก็น่าจะช่วยให้ชีวิตของเราและคนรอบข้างรื่นรมย์ขึ้นได้ไม่น้อย

การเรียนรู้จากเด็กหนึ่งขวบในวันขึ้นปีใหม่ 2560 ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี

ยังมีอะไรให้เรียนรู้อีกตลอดปี 2560 นี้

เรามาเติบโตไปด้วยกันนะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ทางเลือกความเจ็บปวด

20161228_painchoice

“We must all suffer from one of two pains: the pain of discipline or the pain of regret. The difference is discipline weighs ounces while regret weighs tons.”

“เราต่างก็ต้องเจอความเจ็บปวดแบบใดแบบหนึ่ง ระหว่างเจ็บปวดจากวินัยหรือเจ็บปวดจากความเสียดาย ความเจ็บปวดจากวินัยนั้นบางเบาเหมือนขนนก ความเจ็บปวดจากความเสียดายนั้นหนักอึ้งดังขุนเขา”

– Jim Rohn


เห็นประโยคนี้แล้วผมนึกถึงศัพท์ๆ หนึ่งที่ฝรั่งชอบใช้กัน

มันคือคำว่า instant gratification ซึ่งน่าจะแปลได้ประมาณว่า “ความสุขเฉพาะหน้า” หรือ “ความสุขด่วนได้”

นั่นคือเราเลือกที่จะมีความสุข ณ ตอนนี้ ทั้งๆ ที่รู้อยู่แก่ใจว่าถ้าอดใจซักหน่อย จะเกิดประโยชน์ในอนาคตมากกว่านี้

สุภาษิตไทยที่มีความหมายตรงข้ามกับ instant gratification ก็คือ “อดเปรี้ยวไว้กินหวาน” นั่นเอง

เราทุกคนล้วนตกเป็นเหยื่อเจ้าความสุขด่วนได้

เราถึงส่องเฟซจนดึกดื่น จนตอนเช้าตื่นมาอย่างสะโหลสะเหล

เราถึงไม่ตั้งใจเรียน ทั้งๆ ที่จะเอาจริงๆ ก็ทำได้

เราถึงเลือกที่จะกินขนมมีผงชูรส ทั้งๆ ที่รู้ว่ามันไม่ดีต่อร่างกาย (และหนังศีรษะ)

เราถึงเลือกนอนอืดอยู่ในห้อง ทั้งๆ ที่ตอนแรกตั้งใจว่าเช้านี้จะไปออกกำลังกาย

แล้วเราก็ค่อยมาบ่นกับตัวเองทีหลังว่า “ไม่น่าเลย”

We must all suffer from one of two pains: the pain of discipline or the pain of regret.

การยอมอ่อนข้อให้ความสุขด่วนได้ คือการทำร้ายตัวเองในอนาคต

มีวินัยเพิ่มขึ้นอีกสักนิดในวันนี้ แล้วตัวเราในวันหน้าจะนึกขอบคุณเราครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

เราไม่อาจเริ่มชีวิตบทใหม่

20161226_newchapter

ถ้าเรามัวแต่อ่านบทที่แล้วซ้ำไปซ้ำมา

You can’t start the next chapter of your life if you keep re-reading the last one.

– Michael McMillan

จริงอยู่ ที่คนเราควรเรียนรู้จากอดีต

แต่อดีตเป็นเพียงสถานที่ให้เราเยี่ยมเยียน ไม่ใช่สถานที่ที่เราจะใช้ชีวิตอยู่ได้

วันแต่ละวัน เปิดโอกาสให้เราได้เขียนบทใหม่เสมอ ขึ้นอยู่กับเราว่าจะหยิบปากกาขึ้นมา หรือจะพลิกหน้ากลับไปอ่านบทก่อนๆ

การที่เราโหยหาอดีต ก็เพราะว่ามันหอมหวานกว่าปัจจุบัน

แต่เราสามารถสร้างอดีตที่หอมหวานยิ่งกว่า หากเราเริ่มอยู่กับปัจจุบันตั้งแต่วันนี้นะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

คำขอโทษที่ดีที่สุด

20161221_bestapology

คือการเปลี่ยนพฤติกรรมตัวเอง

The best apology is changed behavior
– Anonymous

—–

เวลาที่เราทำผิดกับใครซักคน เราควรกล้าพอที่จะเอ่ยคำขอโทษ

แต่สิ่งที่ดีกว่าคำพูดที่เปล่งออกมา คือคำที่เราพูดกับตัวเอง ว่าจะไม่ทำผิดพลาดอย่างนี้อีก

ซึ่งนั่นก็จะนำไปสู่การกระทำที่เปลี่ยนไป เปลี่ยนไปจนอีกฝ่ายรู้สึกและสังเกตได้ ซึ่งมันจะทำให้เขาเชื่อว่าคำขอโทษที่เราเอ่ยออกมาคราวนั้นมันมาจากใจจริงๆ ไม่ใช่แค่การเอาตัวรอดเฉพาะหน้า

กับคนบางคนที่ปากหนัก ไม่กล้าหรือเขินอายเกินจะเอ่ยคำขอโทษ ก็ไม่เป็นไรครับ บางทีผมก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

อย่างน้อยถ้าเราปรับปรุงพฤติกรรมของเราได้ ก็ยังดีกว่าอีกหลายคนที่ผิดพลาดเรื่องเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่านะครับ


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives
Download eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com