อย่ายุ่ง

20160112_DontBeBusy

เคยมีช่วงไหนในชีวิตมั้ยครับที่คุณรู้สึกว่า “ยุ่งมาก” ตลอดทั้งวัน ตลอดทั้งสัปดาห์ หรือแม้กระทั่งตลอดทั้งเดือน

ไม่แน่ ตอนนี้คุณอาจจะรู้สึกอย่างนี้อยู่ก็ได้ (แต่ก็ยังมีเวลามาอ่านบทความของผมเนอะ ขอบคุณมากครับ!)

จะว่าไป คำว่า “ยุ่ง” นี่เป็นคำที่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่

เพราะในภาษาไทย นอกจากยุ่งจะแปลว่า busy แล้ว มันยังแปลว่า messy ด้วย (ยุ่งเหยิง)

เท่าที่สังเกตจากตัวเอง วันใดที่รู้สึกว่ายุ่งมากๆ มักจะเป็นวันที่รู้สึกว่าหายใจไม่ค่อยทัน มีอะไรต้องทำตลอดเวลา

ที่สำคัญ พอหมดวันกลับรู้สึกว่าตัวเองไม่ค่อยได้ทำอะไรที่มีคุณค่าเท่าไหร่

เมื่อใดก็ตามที่รู้สึกว่า “วันนี้ยุ่งทั้งวันเลย” มักจะตามมาด้วยความรู้สึกที่ว่า “ยังทำอะไรไม่เสร็จเลย” เสมอๆ

ดังนั้น ผมเลยคิดว่า ถ้าเราอยากให้งานของเรามีประสิทธิภาพจริงๆ เราควรจะทำยังไงก็ได้เพื่อให้ตัวเองอยู่ในสภาวะที่ไม่ยุ่ง

ไม่ยุ่ง ไม่ได้แปลว่าไม่ทำอะไร

เพราะสิ่งที่ตรงข้ามก้บ “ยุ่ง” ไม่ใช่ “ขี้เกียจ”

สิ่งที่ตรงข้ามกับยุ่ง น่าจะเป็น “จดจ่อ” (focused) มากกว่า

ยิ่งเราจดจ่อกับงานตรงหน้าได้มากเท่าไหร่ เราก็จะรู้สึกยุ่งน้อยลงเท่านั้น

พอจดจ่อจนงานหนึ่งเสร็จ เราสามารถที่จะพักเบรค คุยกับคนโน้นคนนี้ได้เพื่อเป็นการชาร์จแบตให้ตัวเอง ก่อนจะกลับมาจดจ่อกับงานชิ้นถัดไป

แน่นอน เรื่องอย่างนี้พูดง่ายแต่ทำยาก

แต่ก็ไม่ยากเกินไป ถ้าเราปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและสภาพแวดล้อมให้เหมาะสม

ต่อไปนี้คือรายการของสิ่งที่ผมลองแล้วช่วยให้รู้สึกว่าตัวเองยุ่งน้อยลง

  • To Do List ในแต่ละวัน ควรจะมีงานแค่เพียงสามชิ้น
  • ไม่เช็คอีเมล์หรือเล่นเฟซ จนกว่าเราจะทำงานหนึ่งในสามชิ้นนั้นเสร็จ
  • ปิด Instant Messaging ในคอม อย่างน้อยก็ในช่วงเช้า
  • ปิด Notifications ของแอพต่างๆ ในมือถือ
  • Log out จาก Facebook
  • ใช้ time blocking เพื่อจะได้ไม่โดนนัดประชุมพร่ำเพรื่อ
  • จัดโต๊ะให้สะอาด

เมื่อใดก็ตาม ที่คุณรู้สึกตัวได้ว่า กำลังยุ่งจนไม่มีเวลาหายใจ

จงกลับมาหายใจดูครับ

สูดลมหายใจลึกๆ เข้าออกซักสามครั้ง

แล้วบอกตัวเองว่า “Slow down”.

โลกหมุนเร็วก็จริง แต่อย่าปล่อยให้ใจของเราหมุนเร็วกว่าโลก

มันไม่ดีต่อสุขภาพครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

 

วิธีใช้มือถือในปี 2559

20160101_HowToUseMobileDevice

คือใช้ตอนที่เราอยู่คนเดียวเท่านั้น

ผมได้ความคิดนี้ตอนยืนดูหนังสือเรื่อง Are you fully charged? ของ Tom Rath ผู้เขียนหนังสือ Strengthsfinder 2.0 อันเลื่องลือ

หนึ่งในสารบัญของหนังสือเรื่องนี้คือ Use Your Phone When You’re Alone

ประโยคสั้นๆ ที่ทำให้คิดอะไรได้มากมาย

จุดประสงค์ดั้งเดิมของอุปกรณ์สื่อสาร คือการเป็นสะพานเชื่อมโยงให้มนุษย์สองคนได้คุยกัน

แต่เดี๋ยวนี้อุปกรณ์สื่อสารกลับกลายเป็นกำแพง

เวลาเราอยู่กับเพื่อน กับแฟน หรือกับคนในครอบครัว ถ้าเราหยิบมือถือหรือไอแพดขึ้นมาเล่น เราก็ส่งสัญญาณว่า ผมไม่อยาก/ขึ้เกียจคุยกับคุณนะ และเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ที่อีกฝ่ายก็คงต้องหยิบมือถือขึ้นมาเล่นแก้เขินเช่นกัน

ปีนี้ ผมก็เลยคิดว่าจะลองใช้ธีม “เล่นมือถือเฉพาะเวลาตอนอยู่คนเดียว” ดู

ไม่รู้เหมือนกันว่าจะไปได้ซักกี่น้ำ

แต่ผมว่าน่าจะส่งผลดีด้านความสัมพันธ์กับคนที่มีความหมายกับเราจริงๆ ครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ทำไมผู้บริหารถึงโต๊ะสะอาด?

20151227_CleanDesk

เคยรู้สึกเหมือนผมรึเปล่าว่า ทำไมโต๊ะผู้บริหารระดับสูงหลายท่านถึงสะอาดเรียบร้อย?

ยิ่งเมื่อเทียบกับโต๊ะทำงานของเราหรือของเพื่อนๆ ในทีม ก็จะเห็นความแตกต่างอย่างชัดเจน

อะไรเป็นเหตุ อะไรเป็นผล?

1. เพราะเขาเป็นผู้บริหาร โต๊ะจึงสะอาด หรือ

2. เพราะโต๊ะสะอาด เขาถึงได้เติบโตจนเป็นผู้บริหาร

ฝากไปคิดเล่นๆ นะครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–
ขอบคุณภาพจาก Wikimedia

 

5 เหตุผลที่เราควรเก็บเตียงทุกเช้า

20151210_BedMaking

ใครไม่ชอบเก็บเตียงยกมือขึ้น!

ผมเคยเป็นหนึ่งในนั้นครับ

สมัยเรียนม.ปลายที่นิวซีแลนด์ผมไม่ค่อยได้เก็บเตียงเท่าไหร่ หนึ่งเพราะตื่นสาย สองเพราะเห็นว่าเดี๋ยวตอนค่ำมันก็จะเละอยู่ดี จนแม่บ้านที่ดูแลผมบ่นปากเปียกปากแฉะ

เดี๋ยวนี้ผมเก็บเตียงนอนทุกวันแล้วครับ เก็บโดยไม่ได้คิดอะไรมากไปกว่ามันทำให้ห้องเรียบร้อยดี (และถ้าไม่ทำแฟนคงเคือง)

แต่ระยะหลังผมได้อ่านเจอข้อดีเกี่ยวกับการเก็บเตียงหลายอย่างที่ไม่เคยนึกถึง เลยอยากมาเล่าให้ฟังครับ

1. การเก็บเตียงเป็นโอกาสทองให้เราทำงานชิ้นแรกสำเร็จ
การเก็บเตียงเป็นงานที่ง่ายมาก ใช้เวลาแค่สองสามนาทีก็เสร็จแล้ว ยิ่งถ้าเราเก็บเตียงอย่างตั้งใจ ดึงผ้าปูเตียงให้ตึงๆ พับผ้าให้เรียบร้อย เตียงของเราก็จะออกมาเพอร์เฟ็ค เป็นการเริ่มต้นวันที่ดีเพราะเราได้ทำงานชิ้นหนึ่งเสร็จได้อย่างสมบูรณ์แบบ และช่วยสร้างแรงผลักดันให้เรามีพลังที่จะลุยงานชิ้นอื่นๆ ที่เราต้องเจอในวันนั้นด้วย

2. สภาพของเตียงสะท้อนสภาวะในใจเรา
Karen Maezen Miller ผู้เขียนหนังสือ Momma Zen กล่าวไว้ว่า

The state of your bed is the state of your head

การให้เวลากับตัวเองไม่กี่นาทีในการเก็บเตียง คือโอกาสที่เราจะได้ใช้ชีวิตยามเช้าให้ช้าลง ทำให้เรามีจิตใจที่สงบนิ่งยิ่งขึ้น และเตียงที่สะอาดเรียบร้อยก็จะช่วยให้สมองของเราโปร่งโล่ง เหมาะแก่การงาน

3. การเก็บเตียงเป็นอุปนิสัยที่นำไปสู่อุปนิสัยดีๆ อีกหลายอย่าง
ในหนังสือ The Power of Habit ของ Charles Duhigg มีการพูดถึงสิ่งที่เรียกว่า Keystone Habit

Keystone Habit คือ “อุปนิสัยหลัก” ที่จะช่วยเหนี่ยวนำให้เกิดนิสัยอื่นๆ ตามมา

ตัวอย่างของ Keystone Habit ก็เช่นการออกกำลังกายทุกวัน ที่อาจจะทำให้เราเปลี่ยนนิสัยอื่นๆ ด้วย เช่นตื่นนอนเช้าขึ้น กินอาหารที่มีประโยชน์มากขึ้น เลิกสูบบุหรี่ ฯลฯ

ชาลส์ ดูฮิก (ผู้เขียนหนังสือ) บอกว่าการเก็บที่นอนก็เป็น Keystone Habit อย่างหนึ่งเหมือนกัน โดยชี้ว่าคนที่เก็บที่นอนทุกเช้ามักจะเป็นคนที่มี productivity สูงกว่า มีความรู้สึกเป็นสุขมากกว่า และจัดการเรื่องรายรับรายจ่ายได้ดีกว่า

4. กลับบ้านมาเหนื่อยๆ เห็นเตียงที่เก็บแล้วมันช่าง Spark Joy
(ใครที่ยังไม่เข้าใจคอนเซ็ปต์ Spark Joy แนะนำให้อ่านบล็อกเรื่องการจัดบ้านแบบ KonMari นะครับ)

ในแต่ละวันเราต้องเจออะไรมากมายหลายอย่าง ในวันแย่ๆ ที่เราบอบช้ำจากโลกภายนอก การได้กลับมาที่ห้องแล้วเห็นเตียงนอนของเราปูไว้อย่างเรียบร้อยย่อมทำให้เราชื่นใจและรู้สึกได้ว่าถึงโลกจะโหดร้ายแค่ไหน แต่บ้านหลังนี้ก็พร้อมให้เรากลับมาพักพิงเสมอ

5. คนที่เก็บเตียงมักจะนอนหลับได้ดีกว่าคนที่ไม่เก็บเตียง
จากการศึกษาของ National Sleep Foundation ในอเมริกา พบว่าคนที่เก็บเตียงทุกวันหรือเกือบทุกวันมีโอกาสที่จะหลับได้ดีกว่าคนที่ไม่เก็บเตียงถึง 19% (44% ของคนเก็บเตียงบอกว่าได้นอนหลับเต็มอิ่ม ขณะที่ 37% ของคนที่ไม่เก็บเตียงบอกว่าได้นอนหลับเต็มอิ่ม)

เมื่ออานิสงส์ของการเก็บเตียงมีมากมายขนาดนี้ แถมยังใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ผมว่ามันเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ามากเลยนะครับ

—–

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก See First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก

Quora: Rizwan Aseem’s answer to What are some good “mini habits” to practice each day? 

Mother Nature Network: 6 reasons to make your bed every morning

Apartment Therapy: Make Your Bed! For Productivity, Profit and Peace

National Sleep Foundation: Bedroom Poll:Summary of Findings (หน้า 18 จะอ้างอิงถึงคนที่เก็บเตียงแล้วนอนหลับได้ลึกกว่า)

The Huffington Post: 10 Tips for a Mindful Home by Karen Maezen Miller

Google Books: The Power of Habit by Charles Duhigg

—–

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com