คนเก่งจริงย่อมกล้าจ้างคนเก่งกว่า

20160717_aplayers

อดีตผู้บริหารบริษัทผมคนหนึ่งชื่อฟิลิปเคยเขียนบล็อกเอาไว้ว่า

คนเกรด A จะจ้างคนเกรด A (A players hire A players)

ส่วนคนเกรด B จะจ้างคนเกรด C (B players hire C players)

เพราะหัวหน้าทีมที่เป็นคนเกรด A จะรู้ได้ทันทีว่าคนที่เขาสัมภาษณ์อยู่นั้นเป็นคนเกรด A เหมือนกัน (เสือย่อมเห็นเสือ)

และคนเกรด A จะไม่กังวลว่าเด็กใหม่ที่ร้บเข้าทีมจะเก่งกว่าหรือจะโดดเด่นไปกว่าเขา

แต่ถ้าหัวหน้าทีมเป็นคนเกรด B ถ้าเขาได้สัมภาษณ์เด็กที่เป็นเกรด A เขาอาจจะไม่รับก็ได้ เพราะอาจจะดูไม่ออก หรือไม่ก็ดูออกแต่รู้สึกว่าอาจจะมาทำให้ตำแหน่งของตัวเองคลอนแคลน

คนเกรด B เลยจะจ้างแต่คนเกรด C

และคนเกรด C ก็จะจ้างแต่คนเกรด D

แล้วในเวลาไม่นาน องค์กรก็จะเต็มไปด้วยคนทุกเกรด ยกเว้นเกรด A (เพราะหนีไปทำที่อื่นหมด)

แต่ก็มีคนถามว่า ในโลกแห่งความจริง มันจะทำได้เหรอที่จะจ้างแต่คนเกรด A อย่างเดียว?

ฟิลลิปบอกว่าทำได้ เพราะ Google กับ Apple ก็ทำอย่างนี้มาตลอด

องค์กรของเราอาจจะไม่ได้เนื้อหอมเท่า Google หรือ Apple แต่นั่นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เราจะจ้างคนไม่เก่งซักหน่อย

เพราะคนเกรด B ถ้าได้รับการดูแลดีๆ เขาอาจจะกลายเป็นคนเกรด A ก็ได้

และคนทำงานเกรด A ก็ย่อมอยากได้คนเก่งๆ มาร่วมทีม เพื่อจะช่วยให้บริษัทก้าวหน้าและเพิ่มโอกาสในการเติบโตในองค์กร ไม่มามัวคิดเล็กคิดน้อยว่าคนเก่งๆ ในทีมจะมาทำให้ตำแหน่งของเราสั่นคลอน

จริงๆ แล้วในฐานะหัวหน้า เราควรจะจ้างแต่คนที่เก่งพอ (หรือมีศักยภาพพอ) ที่จะมาทำงานแทนเราด้วยซ้ำไป

เหมือนคำกล่าวที่ว่า Don’t be indispensable. If you can’t be replaced, you can’t be promoted. อย่าเป็นคนสำคัญจนทีมขาดไม่ได้ เพราะถ้าไม่มีใครแทนคุณได้ คุณก็ไปต่อไม่ได้เหมือนกัน

มีคนเสนอไอเดียด้วยซ้ำว่า ในใบประเมินผู้สมัคร ควรจะมีคำถามว่า “ผู้สมัครคนนี้เก่งกว่าคุณในด้านใดบ้าง?”

หัวหน้าเกรด A ย่อมมองเห็นว่าผู้สมัครเก่งกว่าตนในด้านไหน และไม่ลังเลที่จะดึงมาเข้าทีม

เพราะถ้าคุณไม่กล้าจ้างคนเกรด A

นั่นก็แสดงว่าคุณไม่ใช่หัวหน้าเกรด A เช่นกัน


อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจากPixabay.com

นิสัย 10 ข้อของเจ้านายที่ดี

20160711_goodboss

การมีนายดีเป็นลาภอันประเสริฐ

และการจะเป็นนายที่ดีก็เป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย

เว็บไซต์ Fast Company  จึงได้รวบรวมนิสัย 10 ข้อของเจ้านายที่ลูกน้องนิยมชมชอบ อันได้แก่

1. สื่อสารชัดเจน – ไม่มีใครชอบความคลุมเคลือ เจ้านายที่ดีคือคนที่สามารถอธิบายความเป็นไปในบริษัทให้ลูกน้องเข้าใจได้ง่ายๆ แถมยังฟังและให้ความสำคัญกับความเห็นของลูกน้องอีกด้วย

2. ไว้ใจลูกน้อง – เวลารับใครเข้าทำงาน หัวหน้าที่ดีจะไม่ดูแค่ประสบการณ์ในเรซูเม่ แต่เขาต้องเล็งเห็นความฉลาดเฉลียว คุณธรรม และความเชื่อมั่นในตัวเองของคนที่เขาจะรับเข้ามา เมื่อคัดลูกน้องเป็นอย่างดีแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นต้องมาคอยจ้ำจี้จำไชหรือกังวลว่างานจะเสร็จหรือเปล่า เพราะเจ้านายจะมอบหมายหน้าที่และเชื่อมั่นว่าลูกน้องจะทำออกมาได้ดี

3. เสมอต้นเสมอปลาย – ไม่เลือกที่รักมักที่ชัง ปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน

4. เข้าใจงานที่ลูกน้องทำ – หัวหน้าที่ดีจะรู้ว่า แต่ละวันลูกน้องต้องเจอกับอะไรบ้าง และพร้อมเข้าไปช่วยแก้ปัญหายามลูกน้องติดขัด

5. เปิดโอกาสให้ลูกน้องได้ทำผิดพลาด – ยังไงเสียความผิดพลาดก็ต้องเกิดอยู่แล้ว สู้ให้ทำผิดพลาดแล้วหัวหน้าได้รู้ ดีกว่าผิดพลาดแล้วลูกน้องไม่กล้ามาบอก

6. รู้เนื้อรู้ตัว – หัวหน้าที่ดีจะรู้ว่าสิ่งที่เขาทำและคำที่เขาพูดนั้นมีส่วนสำคัญในการสร้าง (หรือทำลาย) บรรยากาศในการทำงาน ดังนั้นเขาจะระวังตัวเป็นพิเศษและไม่ปล่อยให้จุดอ่อนที่เขามีมาทำให้เสียบรรยากาศ

7. จัดการเจ้านายตัวเองได้ – เวลาคุยกับผู้บริหาร หัวหน้าที่ดีจะเป็นป๋าดันให้ลูกน้องในทีม (คือพูดให้ลูกน้องตัวเองดูดี) ถ้าหัวหน้าเป็นที่ยอมรับของผู้ใหญ่ในองค์กร ก็จะยิ่งช่วยให้ทั้งทีมทำงานได้สะดวกโยธินยิ่งขึ้น

8. เข้าอกเข้าใจลูกน้อง – ว่าลูกน้องก็มีชีวิตนอกออฟฟิศเหมือนกัน หัวหน้าที่ดีจะให้ความเคารพกับเวลาส่วนตัวของลูกน้อง ปล่อยให้ลูกน้องได้ทำกิจกรรมกับครอบครัวและจัดการชีวิตตนเอง

9. เชื่อในเรื่องพัฒนาตนเอง – เจ้านายที่ดีก็เคยเป็นลูกน้องมาก่อน เขาเคยได้รับโอกาสในการฝึกฝนและเคยมีพี่เลี้ยงดูแล ดังนั้นเมื่อตัวเองได้เป็นเจ้านายแล้วเขาก็ยย่อมมองหาโอกาสให้ลูกน้องได้รับสิ่งดีๆ บ้างเช่นกัน

10. หนุนหลังลูกน้อง – เจ้านายที่ดีคือเจ้านายที่ลูกน้องเชื่อใจว่าจะคอยสนับสนุนเขาเสมอ เป็นเจ้านายที่มอบหมายงานที่ท้าทายและมีประโยชน์ มีความจริงใจในการติเพื่อก่อ

อ่านครบ 10 ข้อแล้ว คิดว่าเจ้านายของเรามีกี่ข้อครับ?

แล้วถ้าคุณเป็นเจ้านาย (หรือคิดจะเป็นเจ้านายซักวัน) คิดว่าเราเองมีครบสิบข้อแล้วรึย้ง?


ขอบคุณข้อมูลจาก Fast Company: 10 Habits of Well-liked bosses

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (กดไลค์แล้วเลือก See First หรือ Get Notifications ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com

ตัวอย่าง

20160401_Example

“Example is not the main thing in influencing others. It is the only thing.”

“การทำให้ดูเป็นตัวอย่างไม่ใช่วิธีหลักในการโน้มน้าวคนอื่น มันคือวิธีเดียวเลยต่างหาก”

– Albert Schweitzer

ผู้นำที่แท้ไม่จำเป็นต้องพูดเยอะ

พ่อแม่ที่ดีก็ไม่จำเป็นต้องสั่งสอนลูกให้มากคำ

เพราะต่อให้เราพูดให้ปากเปียกปากแฉะอย่างไร ถ้าการกระทำของเราไม่สอดคล้องกับสิ่งที่เราพูด เด็กมันก็คงไม่เชื่ออยู่ดี

ทำให้ผมนึกถึงอีก Quote ที่เคยอ่านมาจากที่ไหนซักที่ว่า

Your children don’t grow up to be what you teach them – they grow up to be who you are

ลูกของคุณจะไม่โตมาเป็นอย่างที่คุณสอนเขาหรอก เขาจะโตมาเป็นอย่างที่คุณเป็นนี่แหละ

นี่คือเหตุผลที่เราควรจะพูดเพราะๆ กับแม่เราเอง เพื่อลูกจะได้พูดเพราะๆ กับเราด้วยเช่นกัน

นี่คือเหตุผลที่เราควรจะขยันทำงาน เพื่อที่ลูกเราจะได้ตั้งใจเรียนหนังสือ

และนี่คือเหตุผลที่เราควรจะมีเวลาเล่นกับลูก เพื่อที่ลูกจะได้เรียนรู้ว่า อะไรคือสิ่งที่สำคัญจริงๆ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia