ช่วงหยุดปีใหม่ผมไม่ได้ไปเที่ยวไหน เลยใช้เวลาไปกับการจัดบ้านอยู่หลายวัน ชวนให้ย้อนนึกถึงตอนอ่านหนังสือ The Life-Changing Magic of Tidying Up ของ Marie Kondo แล้วลุกขึ้นมาจัดบ้านครั้งใหญ่เมื่อ 10 ปีที่แล้วด้วยเทคนิค KonMari (อ่านว่า คมมาริ)
ก่อนจะจัดบ้านได้ ขั้นตอนแรกคือการคัดของออก ซึ่งก็ได้ของที่เหมาะแก่การทิ้ง ของที่เหมาะแก่การทำลาย เช่นเอกสาร รวมถึงของที่เหมาะแก่การส่งต่อให้คนอื่นได้ใช้ประโยชน์
จัดบ้านไปก็คิดได้ว่า สิ่งที่อยู่ในบ้านมันบ่งบอกถึงความเชื่อของเราเหมือนกัน ว่าอะไรจะนำความสุขมาให้เราได้บ้าง
ตัวอย่างบ้านผม
- หนังสือ non-fiction: ความรู้จะนำมาสู่ความสำเร็จ และความสำเร็จจะนำความสุขมาให้
- หนังสือนิทาน: การได้อ่านนิทานให้ลูกฟังก่อนนอนจะนำความสุขมาให้
- ตุ๊กตาของลูกๆ: การได้กอดตุ๊กตาตัวที่น่ารักจะนำความสุขมาให้
บ้านอื่นคงจะมีข้าวของที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นเกมคอนโซล แกดเจ็ท อุปกรณ์ทำขนม อุปกรณ์ออกกำลังกาย และอะไรอื่นๆ อีกมากมาย
หรือถ้ามองไปไกลกว่าสิ่งที่เห็นได้ทางกายภาพ เช่น คอร์สออนไลน์ที่สมัครเอาไว้ หรือแอปบางตัวที่อยู่ในมือถือ ก็ล้วนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงสิ่งที่เราปรารถนา
เวลาเราซื้อของบางชิ้นหรือบริการบางอย่าง เรามักจะมีภาพฝันเล็กๆ ว่ามันจะทำให้ชีวิตเราดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง
ของบางอย่างก็ได้ทำหน้าที่อย่างที่เราจินตนาการไว้จริงๆ ส่วนของบางชิ้นก็ยังไม่เคยได้หยิบมาใช้ และมีของอีกมากมายที่เรารู้อยู่แก่ใจว่าจะไม่สามารถ spark joy ให้กับเราได้อีกแล้ว และอาจถึงเวลาต้องปล่อยให้มันไปอยู่กับคนอื่นมากกว่า
มาริเอะ เจ้าของเทคนิค KonMari เคยเขียนไว้ว่า การจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์ระหว่างตัวเรากับข้าวของที่เรามี
สิ่งที่เคยสร้างความสุขให้ชีวิต หรือสิ่งที่เราเคยคิดว่าจะสร้างความสุขให้ชีวิต ถ้าวันนี้มันไม่ได้สอดคล้องกับตัวตนและทิศทางที่เราจะไป ก็อาจไม่มีความจำเป็นต้องเสียดายหรือเก็บเอาไว้เผื่อวันข้างหน้า
ยิ่งไปกว่านั้น การซื้ออะไรเข้ามาคือการบ่งบอกว่าเรายังขาดอะไรบางอย่าง การมีข้าวของเต็มบ้าน (หรือเต็มมือถือ) จึงเป็นสัญญาณว่าในใจเรายังโหยหาบางสิ่งที่ยังไม่มี ซึ่งมักจะหนีไม่พ้นความรู้สึกปลอดภัย (security) และความรู้สึกว่าอยากให้ตัวเองมีความสำคัญ (significance)
ส่วนคนที่มีเงินพอจะซื้ออะไรก็ได้ แต่เลือกที่จะไม่ซื้อ และการไม่ซื้อนั้นไม่ได้เกิดจากความตระหนี่ นั่นก็อาจเป็นสัญญาณที่ดีว่าชีวิตค่อนข้างเต็มอยู่แล้ว พออยู่แล้ว จึงไม่เห็นความจำเป็นที่จะต้องเสาะแสวงหาอะไรมาเติมให้มากมาย
ข้าวของภายในบ้านคือร่องรอยของการพยายามมีความสุขครับ




