ถ้าไม่อาจฉลองความสำเร็จ

20190326_celebrate

ให้ฉลองการกระทำ

หลายครั้งที่ลงแรงไปมากมาย แต่ผลลัพธ์ไม่ได้ตามที่มุ่งหวัง

ผลลัพธ์ก็คือผลลัพธ์ ให้จมจ่อมยังไงก็เปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้

แต่อย่างน้อยถ้ารู้ตัวว่าเราทำเต็มที่แล้ว และสิ่งที่เราทำนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้องเที่ยงตรงตามที่ควรจะเป็นแล้ว ก็อย่าลืมตบไหล่ให้กำลังใจตัวเองบ้าง

เพราะความพยายามเป็นเรื่องของมนุษย์ ความสำเร็จเป็นเรื่องของฟ้าดิน

ในเวลาที่ฟ้ายังไม่เปิด ดีที่สุดคือหยุดพักให้หายเหนื่อย แล้วค่อยเริ่มใหม่อีกครั้งเท่านั้นเอง

ความสำเร็จเป็นกับดักชั้นยอด

20190312_successtrap

หนึ่ง เพราะเราชอบความรู้สึกดีๆ

สอง เพราะเราไม่ชอบออกแรง

สาม เพราะเราไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง

เมื่อเราทำอะไรสำเร็จแล้ว เราจึงมีแนวโน้มที่จะทำแบบนั้นต่อไปเรื่อยๆ เพราเราเสพติดความรู้สึกดีๆ เพราะเราไม่อยากเปลืองแรงไปลองผิดลองถูก เพราะเราไม่อยากเปลี่ยนแปลงเพราะการเปลี่ยนแปลงมาพร้อมกับความไม่แน่นอน

แต่ถึงเราจะเปลี่ยนหรือไม่เปลี่ยน ความไม่แน่นอนก็ย่อมมีอยู่ตามกฎไตรลักษณ์

ทำแบบเดิมสำเร็จมานานปี ทำแบบเดิมวันนี้อาจล้มเหลว เพราะบริบทไม่เคยเหมือนเดิม และคนก็ไม่เคยเหมือนเดิม

ความสำเร็จจึงเป็นกับดักที่อันตรายกว่าความล้มเหลว เพราะความล้มเหลวมันบังคับให้เราต้องเปลี่ยน แต่ความสำเร็จเป็นตัวบอกว่า เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว เป็นอย่างนี้แหละดีแล้ว

กว่าจะรู้ตัวอีกที มันก็ไม่ได้ดีอีกต่อไปแล้ว

สิ่งที่คนสำเร็จทำเหมือนกัน

20190212_success

คือเขาทำสิ่งที่แตกต่างจากคนอื่น

หรือไม่ก็ทำเหมือนคนอื่นในเวลาที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน

ยกตัวอย่างเช่น

ถึงออฟฟิศเรียบร้อยในเวลาที่คนอื่นกำลังรถติด

อาสาบันทึกการประชุมในขณะที่คนอื่นนั่งฟังเฉยๆ

ทำให้เกินที่หัวหน้าคาดหวังในขณะที่คนอื่นทำงานให้พอเสร็จๆ ไป

ทำหนึ่งอย่างให้ดีสุดๆ ในขณะที่คนอื่นๆ ทำ 5 อย่างแต่ไม่เสร็จซักอย่าง

อ่านหนังสือดีๆ ในเวลาที่คนอื่นเสพดราม่า

ยกหูโทร.คุยในเวลาที่คนอื่นคุยผ่านไลน์

ทำโปรเจ็คส่วนตัวในเวลาที่คนอื่นๆ กำลังนั่งดูซีรี่ส์

ออกไปวิ่งในเวลาที่คนอื่นๆ ยังซุกอยู่บนเตียง

เลือกที่จะเสี่ยงในขณะที่คนอื่นเลือกที่จะอยู่ใน comfort zone

เผชิญหน้ากับอุปสรรคในขณะที่คนอื่นๆ หลีกเลี่ยง

เลือกที่จะสู้ต่อในเวลาที่คนอื่นยอมแพ้ไปแล้ว

ถ้าลองสำรวจคนที่ประสบความสำเร็จ จะเห็นว่าเขาไม่ได้ฉลาดหลักแหลมหรือมีโอกาสมากกว่าเรา เขาแค่ทำสิ่งที่คนอื่นไม่ทำกัน หรือทำสิ่งธรรมดาๆ ในเวลาที่คนอื่นไม่ทำกัน

เพราะถ้าทำเหมือนคนอื่น ผลลัพธ์ก็จะได้เหมือนคนอื่น – if you follow the crowd you end up with the crowd.

ถ้าอยากจะได้ผลลัพธ์ที่แตกต่างออกไป ก็แค่ต้องทำอะไรบางอย่างให้แตกต่างออกไปเท่านั้นเอง

ถ้าอยากได้ความสำเร็จ

20181001_success

จงคำนวณราคา แล้วก็จ่ายมันซะ

“If you want success, figure out the price, then pay it.”
– Scott Adams

เพราะโลกนี้ไม่เคยมีอะไรฟรี

คนไม่น้อยมักลืมความจริงข้อนี้ เลยชอบตั้งเป้าหมาย โดยไม่ยอมจ่ายราคาเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายนั้น

ถ้าอยากผอม ราคาที่ต้องจ่ายคือความหงุดหงิดเวลาที่ต้องอดใจไม่กินของโปรด

ถ้าอยากวิ่งมาราธอน ราคาที่ต้องจ่ายคือการนอนแต่หัวค่ำเพื่อเตื่อนแต่เช้ามืดมาซ้อมวิ่ง

ถ้าอยากเป็นเจ้าของธุรกิจ ราคาที่ต้องจ่ายคือความสม่ำเสมอของรายได้ที่หายไป สีหน้าไม่เข้าใจของคนที่เรารัก และการถูกปฏิเสธซ้ำแล้วซ้ำเล่าจากลูกค้า

คนส่วนใหญ่ไม่ยอมจ่ายราคานี้ คนส่วนใหญ่ก็เลยไม่เคยไปถึงจุดหมาย

แต่ในทางกลับกัน

ถ้าเราคิดให้ถ้วนถี่ว่าราคาที่ต้องจ่ายคืออะไร แล้วก็ยอมจ่ายเต็มราคาโดยไม่มัวมานั่งต่อรอง ก็มีโอกาสสูงมากที่เราจะบรรลุเป้าหมายนั้นครับ

Threshold ของความสำเร็จ

20180903_threshold

ใครที่เรียนฟิสิกส์หรือสายวิศวกรรมมา จะรู้ว่าค่า threshold (เทรชโฮลด์) คือค่าต่ำสุดที่จะก่อให้เกิดการรับรู้หรือการเปลี่ยนแปลง

เช่นหูของคนเราไม่สามารถได้ยินเสียงบางคลื่นความถี่ได้ จนกว่าความดังจะขึ้นถึงระดับ threshold ก่อน เช่นเสียง 1000 Hz ต้องดังประมาณ 4 เดซิเบลก่อนที่หูของเราจะได้ยินเสียงนั้น

เราสามารถเอา threshold นี้มาประยุกต์ใช้ได้กับหลายเรื่องในชีวิตในฐานะ “ราคาขั้นต่ำที่ต้องจ่ายกว่าจะได้อะไรมา”

และราคานั้นมักจะมีชื่อว่าความล้มเหลวหรือความผิดพลาด

ยกตัวอย่างเช่น เวลาหัดปั่นจักรยานสองล้อ เราอาจต้องล้มอย่างน้อย 20 ครั้งถึงจะเริ่มทรงตัวบนจักรยานได้

หรือเวลาเราต้องโทร.ไปขายของลูกค้า เราอาจต้องโดนปฏิเสธประมาณ 10 ทีก่อน ถึงจะมีคนนึงยอมฟัง

หรือเวลาเราต้องเตรียมตัวขึ้นพูดเวทีใหญ่ เราอาจต้องซ้อมอย่างน้อย 5 รอบก่อนที่จะเริ่มมีความมั่นใจว่าจะงานนี้จะไม่ล่ม

ล้ม 20 ครั้ง โดนปฏิเสธ 10 ที ซ้อม 5 รอบ เหล่านี้ล้วนเป็นค่า threshold หรือราคาที่เราต้องจ่ายกว่าจะได้สิ่งที่เราต้องการมา

ดังนั้น การผิดพลาดหนึ่งครั้งจึงมีความหมายเท่ากับเราเข้าใกล้ความสำเร็จขึ้นอีกหนึ่งก้าว

น่าเสียดายที่ระบบการศึกษาสอนให้เรากลัวความผิดพลาด ต้องทำถูกเยอะๆ เท่านั้นถึงจะได้เกรด 4 เป็นสิ่งตอบแทน และถ้าทำผิดเยอะเกินไปก็จะได้การซ้ำชั้นเป็นการลงโทษ

เราเลยโตมาเป็นผู้ใหญ่ที่กลัวความผิดพลาด พะวงนั่นพะวงนี่จนไม่กล้าทำอะไรที่ออกจาก comfort zone เหมือนเป็นนักมวยที่เอาแต่เต้นฟุตเวิร์คหนีคู่ปรับ หนียังไงก็ไม่มีทางชนะ เผลอๆ ถูกจับแพ้ด้วยข้อหาชกไม่สมศักดิ์ศรี

ดังนั้น อย่ากลัวที่จะผิดพลาด ยิ่งพลาดเยอะยิ่งดี เพราะทุกความสำเร็จมีค่า threshold ของมันอยู่

สะสมแต้มครบเมื่อไหร่ ความสำเร็จก็เป็นสิ่งที่พึงหวังได้แน่นอน