ซื้อได้-ซื้อไม่ได้

20160412_Buyable

“Spend your money on the things money can buy.
Spend your time on the things money can’t buy.”

“จงใช้เงินกับสิ่งที่คุณซื้อได้ และใช้เวลากับสิ่งที่คุณซื้อไม่ได้”

– Haruki Murakami

เงินซื้อหนังสือได้ แต่ซื้อความรู้ในหนังสือไม่ได้

เงินซื้อใบปริญญาได้ แต่ซื้อปัญญาไม่ได้

เงินซื้อห้องพักสุดชิลได้ แต่ซื้อความสบายใจไม่ได้

เงินซื้อหน้าตาสะสวยได้ แต่ซื้อจิตใจงดงามไม่ได้

เงินซื้อเมมเบอร์ฟิตเนสได้ แต่ซื้อสุขภาพที่ดีไม่ได้

เงินซื้อเหล้าได้ แต่ซื้อเพื่อนร่ำสุราไม่ได้

เงินซื้อความสนใจได้ แต่ซื้อความใส่ใจไม่ได้

เงินซื้อแอปเปิ้ลวอทช์ได้ แต่ซื้อความตรงต่อเวลาไม่ได้

เงินซื้อรถเบนซ์ได้ แต่ซื้อมารยาทบนท้องถนนไม่ได้

เงินซื้อตำแหน่งใหญ่โตได้ แต่ซื้อบารมีไม่ได้

เงินซื้อความบันเทิงได้ แต่ซื้อความปีติไม่ได้

เงินซื้อความสุขได้ แต่ซื้อความหมดทุกข์ไม่ได้

เงินซื้อ House ได้ แต่ซื้อ Home ไม่ได้

เงินซื้อของเล่นให้ลูกได้ แต่ซื้อความอบอุ่นให้ลูกไม่ได้

เงินซื้อไอแพดให้พ่อได้ แต่ซื้อการนั่งคุยกับพ่อไม่ได้

เงินซื้อซูชิแซลม่อนได้ แต่ซื้อกับข้าวรสมือแม่ไม่ได้

หยุดยาวสงกรานต์นี้ ขอให้ได้ใช้เวลากับสิ่งที่เงินซื้อไม่ได้นะครับ

—–

หมายเหตุ: ข้อความบางประโยคจำมาจากที่เคยอ่านในฟอวอร์ดเมล์

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pexels.com

ก็แค่เอ่ยปาก

20160331_JustAsk

“If you don’t ask, the answer is always no”

ถ้าคุณไม่ขอ คุณก็จะได้แต่คำตอบว่า “ไม่”

– Pat Fynn

ตั้งแต่มีลูก แฟนผมไปทำงานแต่เจ็ดโมงเช้า และกลับบ้านห้าโมงเย็น

วันก่อน แล็ปท็อปของเธอรวน ก็เลยเอาลงไปให้ทีม IT Support ตอนสี่โมงเย็น ซึ่งดูแล้วน่าจะใช้เวลาเกินหนึ่งชั่วโมง เลยเวลาที่แฟนต้องออกจากออฟฟิศแล้ว

ถ้าเป็นแต่ก่อนแฟนผมคงจะรอให้ IT Support โทร.มาบอกวันรุ่งขึ้นว่าคอมซ่อมเสร็จ แล้วจึงลงไปเอา

แต่พอนึกได้ว่า วันรุ่งขึ้นจะมาถึงที่ทำงานตั้งแต่เช้า และกว่า IT Support จะโทร.มาก็น่าจะเก้าโมงเป็นอย่างน้อย จะให้นั่งทำงานโดยไม่มีคอมสองชั่วโมงก็ดูจะลำบากไปหน่อย

แฟนก็เลยขอ IT Support ว่า พอซ่อมแล็ปท็อปเสร็จแล้ว ช่วยเอามาวางไว้ที่โต๊ะได้มั้ย

ผลก็คือ เช้าวันรุ่งขึ้นที่เธอมาถึงที่โต๊ะทำงาน ก็มีแล็ปท๊อปที่ซ่อมเสร็จแล้วรออยู่ เธอจึงเริ่มงานได้เลยทันที

—–
นอกจากจะขอให้ IT Support เอาแล็ปท็อปมาให้ที่โต๊ะ แฟนผมยังขอหัวหน้ากลับบ้านเร็ว (ที่ทำงานของแฟน พนักงานชอบทำงานจนมืดค่ำ) แถมเธอยังขอหัวหน้าว่าจะลองเอาพนักงานใหม่จากโปรเจ็คหนึ่งมาช่วยงานในทีมเธออีกด้วย

ซึ่งหัวหน้าก็ไม่ว่าอะไร เพราะฟังดูก็สมเหตุสมผลดี

แฟนบอกว่า เธอเริ่มปรับตัวเป็นคนที่กล้าขอมากขึ้น เพราะผมเคยเล่าให้แฟนฟังบทเรียนบทหนึ่งจากหนังสือ The Last Lecture ของ Randy Pausch ที่บอกว่า Sometimes, all you need to do is ask 

ใช่ บางทีสิ่งที่เราต้องทำก็แค่เอ่ยปากออกไปเท่านั้นเอง

แต่ที่เราไม่กล้าเอ่ยปาก เพราะว่าเราเกรงใจ

แต่เหตุผลที่ลึกไปกว่านั้น เพราะเรากลัวถูกปฏิเสธ

เหตุผลที่ลึกลงไปอีกชั้นหนึ่งก็คือ เพราะเรากลัวจะโดนมองไม่ดี

และเหตุผลที่อยู่ข้างในสุด ก็คือเราหวงแหนอัตตาตัวตนของเราเอง

การที่เรากล้าขอ ไม่ได้ทำให้เราเป็นคนเห็นแก่ตัว เพราะก่อนที่จะขอ เราเองก็ควรคิดมาก่อนแล้วว่าสิ่งที่ขอนั้นไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงสำหรับเขา

และหากว่าสิ่งที่เราขอมันทำให้เขาลำบากใจ เขาก็จะบอกเราเอง โดยอาจจะเสนอทางเลือกอื่นที่อาจจะได้ผลลัพธ์ใกล้เคียงกันก็ได้

มองในอีกมุมหนึ่ง การที่เราเอ่ยปากขอ คือการเปิดโอกาสให้อีกฝ่ายได้แสดงน้ำใจ

และยังช่วยสร้างโอกาสให้เราได้ตอบแทนน้ำใจของเขาในอนาคตด้วย

“If you don’t ask, the answer is always no”

อยากได้อะไร อย่ามัวแต่เกรงใจหรือกลัวเสียหน้านะครับ

เพราะการไม่เอ่ยปาก อาจทำให้เราเสียอะไรมากกว่านั้นเยอะครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Unsplash.com

ทุกคนเป็นแม่

20160306_Sulak

“คนที่ลาดักซึ่งเป็นดินแดนเล็กๆ ในอินเดีย สถิติตามมาตรฐานของธนาคารโลกหรือสหรัฐอเมริกา บริเวณนั้นถือว่าจนที่สุด แต่พวกเขาถือว่ามีความสุขที่สุด เพราะเขาเอื้อาทรต่อคนอื่น ผมไปลาดักครั้งแรก เขาเรียกผมแม่ ผมก็ดีใจ คิดว่าเขาเรียกเพราะพุงเราใหญ่ (หัวเราะ) คิดว่า เออ นี่ ผมคงจะออกลูกได้แล้วมั้ง แต่จริงๆ แล้วเขาเรียกเพราะเขาเชื่อว่าถึงผมไม่ได้เป็นแม่เขาในชาตินี้ ชาติก่อนผมก็อาจจะเป็นแม่เขาก็ได้ ชาติต่อไปก็อาจจะเป็นแม่ ดังนั้น หลักของเขาคือ เมื่อเราเห็นทุกคนเป็นแม่ ความรัก ความเคารพมันจะเกิดขึ้น”

– สุลักษณ์ ศิวรักษ์
a day BULLETIN 100 Interview The Thinker
พฤษภาคม 2555 สัมภาษณ์โดยวิไลรัตน์ เอมเอี่ยม

—–

เป็นมุมมองที่น่าสนใจมาก

เพราะในศาสนาพุทธ ไม่มีคำว่าบังเอิญ

คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเรา ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่เราเคยเจอมาแล้วทั้งนั้น อาจจะในชาติอื่น ภพอื่น และบริบทอื่น

และถ้าต่างฝ่ายต่างยังไม่ได้บรรลุพระอรหันต์ ก็เป็นไปได้อย่างยิ่งที่จะได้เจอกันอีกหลายครั้งใน “อนาคต”

ดังนั้น ไม่ว่าจะพบเจอใครก็ตาม ไม่ว่าจะคนหรือสัตว์ เราก็ควรจะดีต่อเข้าไว้

วันหนึ่งเราจะได้มีแม่ที่ดี และลูกที่น่ารักครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก a day BULLETIN 100 Interview The Thinker

ขอบคุณภาพจาก Wikimedia 

โชคดี

20160214_GoodCouple

“คู่ที่เหมาะสม คือคู่ที่คบกันแล้วต่างคนต่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายโชคดี”

– วรรณสิงห์ ประเสริฐกุล
หนังสืออักษรตัวหนา ปรัชญา / การเมือง / เรื่องสั้น

ขณะนี้เป็นเวลาตี่หนึ่งสามสิบสี่นาทีของเช้าวันอาทิตย์ที่สิบสี่กุมภาพันธ์

ผมกำลังนั่งเขียนบล็อกของวันเสาร์ แต่ที่ล่าช้ามาขนาดนี้ก็เพราะว่าวันที่ผ่านมาไม่มีจังหวะเขียนเลย

แฟนตื่นแต่เช้ามานั่งปั๊มนม ส่วนผมออกไปวิ่งจ๊อกกิ้ง กลับมาเราก็กินขนมปังเป็นอาหารเช้า ขนมปังหมดสต๊อคก็เลยพาปรายฝนไปช๊อปปิ้งที่โลตัสหน้าปากซอย กลับมาก็ฝึกโยคะกับคุณครูมือใหม่ ตอนเที่ยงพาคุณครูไปเลี้ยงข้าวขอบคุณ ก่อนจะแวะไปแบงค์ ขากลับแฟนอยากไปดูต้นไม้ก็เลยขับรถไปแถวอีเกียแต่ก็หลงทางหาร้านไม่เจอ กลับบ้านมือเปล่ามาปั๊มนม ก่อนออกไปคุยธุระเรื่องบ้าน และจากหัวค่ำเป็นต้นมาก็ปลุกปล้ำกับปรายฝนที่โยเยอยู่ร่วมสี่ชั่วโมงจนผลอยหลับกันไปตอนห้าทุ่ม ตื่นมาอีกทีเกือบตีหนึ่งเพื่อจะอาบน้ำแล้วมานั่งเขียนบล็อก

ขณะที่ผมนั่งอยู่หน้าจอคอมเพื่อคิดว่าจะเขียนอะไรดี แฟนผมที่ตื่นให้หลังและเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จก็มานั่งเก้าอี้ข้างๆ ยกเท้าสองข้างมาวางบนตักผมและขอให้ผมช่วยนวดเท้าให้ นวดเสร็จแล้ว คุณเธอก็เปิดคอมนั่งเล่นเฟซบุ๊ค เดาว่าคงอยากนั่งให้กำลังใจผมหรือไม่ก็กำลังรอให้ตัวเองง่วงอยู่

—–

“คู่ที่เหมาะสม คือคู่ที่คบกันแล้วต่างคนต่างรู้สึกว่าตัวเองเป็นฝ่ายโชคดี”

ถ้ายึดเอานิยามของคุณวรรณสิงห์ ผมว่าเราเป็นคู่ที่เหมาะสมกันใช้ได้เลย

เพราะผมรู้สึกมาตลอดว่า ผมโชคดีมากที่เราได้คบและได้ใช้ชีวิตร่วมกัน

แต่ก่อน ผมมักคิดอะไรเอง ทำอะไรเอง โดยไม่ค่อยปรึกษาใคร

พอมีกันสองคน ผมก็ได้เห็นเลยว่าที่ผ่านมาผมคงพลาดอะไรไปไม่น้อย เพราะไอเดียของแฟนหลายต่อหลายครั้งก็เป็นมุมมองที่ผมคิดไม่ถึง และอาจไม่มีวันคิดได้ด้วย

(ตอนนี้แฟนหันมาถามว่า เขียนใกล้เสร็จรึยัง…ยังใช่มั้ย ว่าแล้วก็เดินเข้าห้องไป)

แต่ก่อน ผมจะเป็นเสือยิ้มยาก เพราะไม่ค่อยแสดงออกทางอารมณ์เท่าไหร่

พอมีกันสองคน ผมกลายเป็นเสือยิ้มง่าย เพราะผู้หญิงคนนี้ทำตัวโก๊ะให้ผมหัวเราะได้ทุกวัน

แต่ก่อน ผมมักจะไปเดินห้างคนเดียว กินข้าวคนเดียว บางทีก็ดูหนังคนเดียว

พอมีกันสองคน เวลาจอดรถในห้างก็มีคนช่วยโบก กินข้าวก็สั่งกับข้าวที่อยากกินได้มากขึ้น ดูหนังจบก็มีคนให้ถกเถียงด้วย

—–

แน่นอน ไม่ใช่ทุกอย่างจะราบรื่น เพราะทางเดินแห่งชีวิตคู่นั้นมีหลุมมีบ่อเสมอ

ยิ่งใกล้กันมากเท่าไหร่ ความแตกต่างเรื่องแนวคิดหรือข้อบกพร่องของแต่ละฝ่ายก็ยิ่งชัดเจน

แต่ผมว่านั่นก็คือความงดงามอย่างหนึ่งของชีวิตคู่

เพราะแตกต่างกัน เราจึงมีทางเลือกมากกว่าเดิม

เพราะมีทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง เราจึงส่งเสริมซึ่งกันและกันได้

ถ้าคิดเหมือนกันหมด เก่งเหมือนกันหมด ก็ไม่ต้องมีอีกคนหรอก จริงมั้ย?

—–

(ผมเดินไปแง้มประตูห้องนอน แฟนหลับปุ๋ยไปเรียบร้อยแล้วตามคาด)

วาเลนไทน์ปีนี้คงจะเป็นวันธรรมดาอีกวันหนึ่ง

แฟนผมคงจะตื่นมาปั๊มนม ส่วนผมก็ออกไปวิ่ง กลับมากินข้าวเช้า ออกไปชอปปิ้งที่โลตัสหน้าปากซอย กลับมานั่งเขียนบล็อกหรือเล่นโยคะนิดหน่อย ออกไปขับรถหลงทางตามประสา กลับมาปลุกปล้ำกับลูกจนผลอยหลับไป ก่อนจะตื่นมาอาบน้ำและนั่งนวดเท้าให้อีกฝ่าย

แค่คิดก็มีความสุข

เรื่องธรรมดากับคนพิเศษ ก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้วันนี้เป็นวันดีๆ อีกหนึ่งวัน

ขอบคุณที่ดูแลกันมา

และขอบคุณล่วงหน้า ที่จะดูแลกันไป

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ

—–

ป.ล. ใครที่ยังไม่มีคู่ ก็ไม่ต้องวิตกนะครับ

ทั้งโสดและมีคู่นั้นมันดีพอๆ กัน เพียงแต่ดีคนละอย่าง

ช่วงนี้ก็ใช้ชีวิตของเราให้เต็มที่ อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ เพราะถึงวันหนึ่งที่เรามีคู่แล้ว จะได้ไม่รู้สึกว่าเราขาดหรือพลาดอะไรไปครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ที่ปุ่มไลค์จะมี drop down menu ให้เลือกได้ว่าอยากจะให้มี notifications หรืออยากเห็นโพสต์จากเพจนี้อยู่ต้นๆ ฟีดรึเปล่าครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสืออักษรตัวหนา ปรัชญา / การเมือง / เรื่องสั้น โดยวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล

ทำไมผู้ชายที่มีแฟนแล้วถึงยังชอบมองผู้หญิงสวย

20160117_MenLookAtBeautifulWomen

เมื่อหลายปีที่แล้ว เพื่อนร่วมงานชาวฝรั่งเศสชื่อฟรองค์มาเยี่ยมลูกน้องที่เมืองไทย ผมเลยพาเขาไปทานข้าว

ระหว่างเดินไปร้านอาหาร มีผู้หญิงหน้าตาสะสวยหุ่นดีเดินผ่านเราไป ฟรองค์หันมาหาผมและชมผู้หญิงคนนั้นว่าสวยจังเลย

ผมจึงพูดปรามฟรองก์ว่า เฮ้ยนายน่ะลูกสามแล้วนะ

ฟรองก์ก็ยิ้มๆ และบอกผมว่าที่ฝรั่งเศสมีคำพูดประมาณว่า Just because you are on the diet, it doesn’t mean you can’t look at the menu – เพียงเพราะว่าคุณกำลังไดเอ็ทอยู่ไม่ได้แปลว่าคุณจะดูเมนูไม่ได้ซะหน่อย

—–

มีคนเคยถามใน Quora ว่า Is it OK to look at other women when you are married? มันโอเคมั้ยที่จะมองผู้หญิงคนอื่นทั้งๆ ที่คุณแต่งงานแล้ว

คำตอบหนึ่งที่ได้รับโหวตเยอะๆ ก็คือ

It must be OK to look at other women. It is not OK to look for other women

มันโอเคอยู่แล้วที่จะมองผู้หญิงคนอื่น แต่มันไม่โอเคถ้าคุณจะมองหาผู้หญิงคนอื่น

—–

มีเพื่อนร่วมงานคนหนึ่งของผมที่แต่งงานแล้ว แต่พอเจอผู้หญิงสวยๆ เดินผ่านทีไรก็จะออกอาการชัดเจนมาก คือตาโต ปากเผยอ และมองผู้หญิงคนนั้นไปจนกว่าจะสุดสายตา

อาการเพื่อนผมคนนี้ชัดเจนเสียจนภรรยาเขาเองก็รู้และชินแล้ว

ถึงจะกระดี๊กระด๊าทุกคร้้งที่เห็นผู้หญิงสวย ผมก็ไม่เคยเห็นเขาออกนอกลู่นอกทางเลย แต่งงานมา 9 ปีแล้ว ตอนนี้ก็ยังรักกันดี

—–

ผมเคยเอ่ยประโยคหนึ่งกับแฟน (ภรรยา) ว่า

“วันที่เราเลิกมองผู้หญิงสวย ก็คือวันที่เราเลิกมองผู้หญิง”

เป็นเรื่องธรรมดาของมนุษย์ที่จะถูกดึงดูดด้วยความสวยงาม

พระอาทิตย์ตกมันสวย เราก็เลยต้องมอง

ภูเขาไฟฟูจิสวย เราก็เลยต้องมอง

ผู้หญิงสวย ผู้ชายอย่างเราก็เลยต้องมอง

อย่าว่าแต่ผู้ชายเลย ขนาดผู้หญิงแท้ๆ ด้วยกัน เห็นผู้หญิงสวยยังต้องเหลียวเลย

ดังนั้นการมองผู้หญิงสวย จึงเป็นธรรมชาติของมนุษย์ทุกคน

และการแต่งงาน ก็ไม่ได้มีผลอะไรต่อสายตาและระดับกิเลส

จริงๆ ควรจะดีใจด้วยซ้ำ

เพราะการที่เขามองเห็นความสวยในผู้หญิงคนอื่น

นั่นก็แสดงว่าเขายังมองเห็นความสวยในตัวคุณเช่นกัน

—–

ป.ล. อ้าว แล้วคนไม่สวยทำยังไงล่ะ?

ความสวยมีทั้งภายนอกและภายในนะครับ

ความสวยภายนอกจะทำให้คนมองและเข้าหา

แต่ความสวยภายในจะทำให้เขาอยากใช้ชีวิตร่วมกับคุณครับ

—–

อ่านตอนเก่าๆ ได้ที่ https://anontawong.com/archives/

อ่านตอนใหม่ๆ ได้ทุกวันที่ Facebook Page Anontawong’s Musings (ถ้ากด Get Notifications ใต้ปุ่ม Like หรือเลือก Show First ใต้ปุ่ม Following ก็จะไม่พลาดตอนใหม่ครับ)

ดาวน์โหลดอีบุ๊ค “เกิดใหม่

—–

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com