ยากก่อน ง่ายทีหลัง

20180807_hardbeforeeasy

มันเป็นอย่างนี้เสมอมา

ไม่ว่าเรื่องอะไรในชีวิต เราต้องเผชิญความยากก่อนเป็นระยะเวลาหนึ่ง ก่อนที่เรื่องนี้จะง่ายลง

แต่ถ้าเราเอาแต่วิ่งหนี เรื่องนี้มันก็จะยากเท่าเดิมหรืออาจจะยากขึ้นกว่าเดิม

หลายสิ่งที่เราเคยเอาแต่หลบหลีก พอได้ลองทำจริงๆ มันก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิดหรอก มีคนอีกตั้งเป็นร้อยเป็นพันที่ทำเรื่องนี้ได้ ทำไมเราจะทำไม่ได้ จริงมั้ย?

มองเรื่องยากให้เป็นเกม มองให้มันเป็นความท้าทาย และอย่าไปเอาเป็นเอาตายกับมันมากนัก ชนะก็ดีไป แพ้ก็แค่ลองใหม่เท่านั้นเอง

เมื่อเราคุ้นชินกับการเผชิญหน้ากับความยาก อย่างอื่นในชีวิตก็จะง่ายขึ้นแน่นอน

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)

ผิดเกม

20180804_wronggame

วันนี้เจอบทความหนึ่งใน Quora ที่คิดว่าเจ๋งดี เลยอยากเอามาเล่าสู่กันฟังครับ

คำถามคือ เรื่องอะไรที่คนเรามักจะพลาดโดยไม่รู้ตัว? – What is a common mistake people make without realizing it?

Sean Kernan เข้ามาตอบคำถามดังนี้ครับ

—-

เมื่อคืนนี้ผมเจอเลนส์กล้องถ่ายรูปที่ผมอยากได้เปิดประมูลขายอยู่บนเว็บ

มันเป็นเลนส์มือสองและยังไม่มีคนมาเสนอซื้อ

ผมเลยเสนอราคาไป $425

มีเวลาเหลือเพียงสองชั่วโมงก่อนจะปิดประมูล หนึ่งชั่วโมงผ่านไปก็ยังไม่มีใครมาประมูลเพิ่ม ผมเริ่มตื่นเต้นเพราะเลนส์นี้มันเจ๋งมาก

และแล้วก็มีเสียงปิ๊งป่อง

$430

อ๋อ จะแข่งเหรอ ได้เลย!

ผม: $440

เขา: $445

มั่นใจมากใช่มั้ย?

แล้วเราก็เริ่มประมูลแข่งกันอย่างดุเดือด ผมไม่รับโทรศัพท์ด้วยซ้ำเพราะต้องคอยพิมพ์ราคาใหม่ตลอด

ราคาประมูลวิ่งมาถึง $725

แล้วเขาก็เสนอราคา $730

แล้วผมก็ตาสว่าง

นี่แกจะยอมจ่ายเงินขนาดนั้นเพื่อเลนส์มือสองจริงๆ เหรอ เลนส์นี้ราคามือหนึ่งคือ $790 นะ

ผมก็เลยถอนตัวจากการประมูล

ในหลายสถานการณ์ เราไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเรากำลังพยายาม “เอาชนะ” อยู่

ปัญหาก็คือเรากำลังเอาชนะผิดเกม (the problem is we are trying to win the wrong game)

สำหรับชีวิตคนเรา เรามักจะพบว่าต้นทุนของการเอาชนะก็คือความพ่ายแพ้
(In life, we often find that the price of winning is losing.)

—–

เป็นเรื่องปกติของคนเราที่อยากเอาชนะ เพราะมันเป็นอาหารอันโอชะของอัตตาตัวตน

แต่ทั้งๆ ที่เราคิดว่าเราชนะ เราอาจจะแพ้ก็ได้

แพ้ในการรักษาน้ำใจ แพ้ในความสัมพันธ์ แพ้ให้กับกิเลสของเราเอง

การเอาชนะไม่ใช่สิ่งผิด แต่ถ้ารู้ตัวว่าเราเป็นคนเสพติดชัยชนะ สิ่งที่ต้องระวังที่สุด คือการ win the wrong game ครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Quora: Sean Kernan’s answer to What is a common mistake people make without realizing it?

Time Management Workshop รุ่นที่ 10 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนวันเสาร์ที่ 1 กันยายนที่ Sook Station สุขุมวิท 101/2 (BTS อุดมสุข) ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/eXKLhg (เหลืออีก 13 ที่)

บางครั้งเราก็ไม่ได้ต้องการเวลา

20180731_dontneedtime

เพราะของบางอย่างไม่ต้องใช้เวลา

ความคิดสร้างสรรค์ไม่ต้องใช้เวลา

ความอ่อนโยนไม่ต้องใช้เวลา

ความเบิกบานก็ไม่ต้องใช้เวลา

สิ่งที่เราต้องการจริงๆ จึงไม่ใช่เวลา แต่คือพื้นที่ว่าง – space

เราจึงควรจะสร้างพื้นที่ว่างเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ว่างในห้อง พื้นที่ว่างบนโต๊ะ พื้นที่ว่างในหัว หรือพื้นที่ว่างในใจ

ความดีงามบางอย่างเราไม่จำเป็นต้องแสวงหา แค่เอาสิ่งที่ไม่จำเป็นออกไป เตรียมพื้นที่ว่างเอาไว้ แล้วสิ่งดีๆ ก็จะไหลเข้ามาหาเราเองครับ

—–
ขอบคุณประกายความคิดจาก David Allen (ฟังมาจากพ็อดคาสท์ซักที่)

ป.ล. บางท่านอาจจะงง เมื่อวานผมเพิ่งเขียนไปหยกๆ ว่าของมีคุณค่าต้องใช้เวลาทั้งนั้น สองไอเดียที่ดูเหมือนมันขัดกัน ฝรั่งเรียกว่า dichotomy (อ่านว่าไดค้อโทมี่) ความสามารถในการเก็บสองไอเดียที่ขัดกันไว้ในหัวและตระหนักว่ามันอาจจะเป็นจริงทั้งคู่ คือสัญญาณหนึ่งว่าระดับความคิดของเราเติบโตไปอีกขั้นนะครับ

อย่ากลายเป็นคนแปลกหน้าของตัวเอง

20180728_stranger

เพราะมนุษย์เป็นสัตว์สังคม และสังคมก็เป็นตัวกำหนดว่าอะไรที่ดี อะไรที่ควรทำ

บางทีเราจึงทำสิ่งที่เราคิดว่าดี ทั้งๆ ที่จริงๆ เราไม่ได้ชอบมันเลยซักนิด

เมื่อต้องใช้ชีวิตที่ไม่ได้สอดคล้องกับตัวตนอยู่เป็นประจำ คืนวันหนึ่งที่เรากลับถึงบ้านด้วยความเหน็ดเหนื่อย เดินเข้าห้องน้ำแล้วมองกระจก เราอาจจะพบว่า เราไม่รู้จักคนๆ นี้อีกต่อไป

เมื่อต้องดัดแปลงตัวเองมายาวนานเกินไป เราจึงหลงลืมว่าเราเป็นใคร อะไรที่เราชอบ อะไรที่มีความหมาย อะไรที่มีความสำคัญกับเราจริงๆ

รู้เรื่องคนอื่นเยอะแล้ว อย่าลืมกลับมาทำความรู้จักกับตัวเองด้วย

เพราะจะมีประโยชน์อะไร หากสำเร็จอย่างมากมาย แต่เรากลับกลายเป็นคนแปลกหน้าของตัวเอง?

10 คำถามที่เราควรถามตัวเองทุกวัน

20180727_10questions

ทุกเช้าเราจะตื่นมาพร้อมคำถามมากมายเต็มหัว ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งบนที่นอน ในห้องน้ำ และหน้าตู้เสื้อผ้า

ขออีก 10 นาทีได้มั้ย?

สายแล้ว รถจะติดมั้ยเนี่ย?

ใส่เสื้อสีอะไร?

เช้านี้กินอะไรดี?

มีงานอะไรที่ยังทำไม่เสร็จบ้างเนี่ย?

และอื่นๆ อีกมากมาย

Tony Robbins บอกว่า ไหนๆ เราก็มีคำถามให้ตัวเองทุกเช้าแล้ว เราจึงควรถามคำถามที่มันสร้างสรรค์ด้วย

โทนี่แนะนำให้เราถามคำถาม 7 ข้อนี้ทุกเช้าครับ

1. ตอนนี้เราแฮปปี้กับเรื่องอะไร (What am I happy about?)

2. เรากำลังตื่นเต้นกับเรื่องอะไร (What am I excited about?)

3. มีเรื่องอะไรบ้างที่เราภูมิใจ (What am I proud of?)

4. เรารู้สึกขอบคุณเรื่องอะไร? (What am I grateful for?)

5. เรากำลังสนุกกับเรื่องอะไร? (What am I enjoying?)

6. มีเรื่องอะไรบ้างที่เรามุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ? (What am I committed to?)

7. ใครที่รักเรา / ใครที่เรารัก? (Who do I love / Who loves me?)

แต่ละคำถามอาจมีคำตอบได้ถึง 2-3 คำตอบ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าตอบไม่ได้ เช่นตอนนี้ไม่ได้แฮปปีักับเรื่องอะไรเลย ก็ลองเปลี่ยนคำถามเล็กน้อยให้เป็น What could I be happy about – เราน่าจะแฮปปี้กับเรื่องอะไรได้บ้าง?

ผมลองถามและตอบคำถามเหล่านี้ดูแล้วก็รู้สึกว่ามันสร้างพลังงานบวกให้กับตัวเองได้ไม่น้อย

พอหมดวันโทนี่ยังแนะนำให้เราถามเพิ่มอีก 3 คำถาม นั่นคือ

8. วันนี้เราได้มอบอะไรให้กับโลกบ้าง? (What have I given today?)

9. วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง? (What did I learn today?)

10. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นยังไง หรือเราจะใช้วันนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตได้อย่างไร? (How has today added to the quality of my life or how can I use today as an investment in my future?)

บางคนอาจรู้สึกว่า 7 ข้อยามเช้าอาจจะเยอะไปหน่อย ก็อาจจะลดทอนลงเหลือ 3-4 ข้อที่เราชอบก็ได้ แต่ผมว่า 3 ข้อก่อนนอนนี่กำลังดีนะครับ มันน่าจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างรู้เนื้อรู้ตัวได้เป็นอย่างดี

ลองนำไปปรับใช้ดูครับ

—–
ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Awaken the Giant Within by Anthony Robbins