รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น

20190324_loveoneself

รักคนอื่นให้ดูแลตัวเอง

เพราะคนที่รักตัวเองมักจะลืมดูแลคนอื่น และคนที่รักคนอื่นมักลืมดูแลตัวเอง

แต่ทุกสิ่งทุกอย่างนั้นเชื่อมโยงกันหมด ถ้าไม่ดูแลหนึ่งให้ดี เราก็ไม่สามารถดูแลร้อยให้ดีได้ และถ้าเราทำร้ายร้อย หนึ่งของเราก็ย่อมบอบช้ำอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง

หากอยากให้คนรอบข้างมีความสุข ก็จำเป็นอย่างยิ่งที่จะดูแลตัวเองให้ดี ยกตัวเองอย่างเช่นหัวหน้าทีมที่อยากให้ทีมงานมีความสุข เขาย่อมจำเป็นต้องพักผ่อนให้เพียงพอ กินของที่มีประโยชน์ ออกกำลังกายเป็นประจำ จะได้มีสุขภาพที่แข็งแรงและพลังงานบวกมาส่งต่อให้คนในทีมได้

ถ้าเราอยากให้ตัวเองมีความสุข เราก็ต้องดูแลคนรอบข้างให้ดี ยกตัวอย่างหัวหน้าทีมคนเดิมที่กลางวันหมั่นโทร.ไปหาภรรยา ตกดึกช่วยเลี้ยงลูก วันหยุดพาไปทานข้าว คอยรดน้ำพรวนดินให้กับความสัมพันธ์อย่างสม่ำเสมอ ต้นรักก็จะแข็งแรงไม่สั่นคลอน ภรรยาไม่โทร.จิกโทร.ตาม หัวหน้าจึงทำงานได้อย่างเต็มที่

หนึ่งคือร้อยร้อยคือหนึ่ง

รักตัวเองให้ดูแลคนอื่น รักคนอื่นให้ดูแลตัวเองครับ

—–

รับบทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings: bit.ly/tgimline

แล้วช่วงเวลานี้ก็จะผ่านพ้นไป

20190319_thisshallpass

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นาน

เราจึงไม่ควรผัดผ่อนการมีความสุข เพราะความสุขเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ

คำถามคือเราเคยมองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้าบ้างหรือเปล่า หรือเรามัวแต่ก้มหน้าก้มตาทำอะไรบางอย่าง

ถ้าเราเอาแต่ก้มหน้า เราก็จะพลาดปัจจุบัน ทั้งๆ ที่สิ่งที่เรียกว่า “ชีวิต” นั้นมีได้เพียงในปัจจุบันขณะเท่านั้น

ความดีงาม ความรื่นเริง ความเบิกบานนั้นมีอยู่ รอให้เราเข้าไปสัมผัส

จงเงยหน้า ตัวอยู่ตรงไหน ใจอยู่ตรงนั้น ซึมซับสิ่งที่เกิด บันทึกไว้เป็นความทรงจำ ก่อนที่มันจะผ่านพ้นไป

เพราะทุกอย่างเป็นเรื่องชั่วคราว และความหนุ่มสาวอยู่กับเราได้ไม่นานครับ

งานมีเป็นอนันต์แต่ชีวิตคนมีจำกัด

20190319_infinitework

สำหรับคนที่มีความรับผิดชอบ ย่อมต้องอยากทำให้งานมันเสร็จ จะได้สบายใจที่รู้ว่าทำเต็มที่แล้ว

แต่งานมีคุณสมบัติพิเศษตรงที่มันแตกหน่อใหม่ได้เสมอ ตอบเมลเสร็จแล้วก็จะมีเมลใหม่มา ทำโปรเจ็คเสร็จแล้วก็มีโปรเจ็คอื่นรอคิว ทำงานนี้ดีแล้วแต่ก็ยังสามารถทำให้ดีได้กว่านี้อีก

ไม่ว่าจะเป็นพนักงานประจำ เจ้าของธุรกิจ ข้าราชการ หรือทำฟรีแลนซ์ มันมีอะไรให้ทำได้มากกว่านี้เสมอ

ยิ่งอยู่ในยุคสมัยที่เราสามารถพกงานติดตัวไปได้ทุกที่ทุกเวลา เรายิ่งต้องไม่ลืมที่จะถามตัวเองว่า แค่ไหนคือพอได้แล้ว

เพราะงานนั้นเป็น infinity เราต้องไม่เผลอหลอกตัวเองว่าเราจะเอาชนะ infinity ได้

ทำให้เต็มที่ ทำให้พอดี แล้วใช้เวลาอันจำกัดที่เหลือสำหรับสิ่งสำคัญอื่นๆ ในชีวิตกันครับ


ติดตามบล็อกผ่าน LINE: bit.ly/tgimline

ชีวิตนั้นยากพออยู่แล้ว

20190314_hardenough

จึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะไปให้มันยากเกินความจำเป็น

Don’t make life harder than it has to be.

เรื่องที่เรามักจะเผลอทำให้ชีวิตยุ่งยากเกินความจำเป็น

– ปล่อยปละละเลยปัญหาเล็กๆ จนกลายเป็นปัญหาใหญ่ๆ

– ไม่ทำงานเสียแต่เนิ่นๆ ค่อยมาอัดเอาในนาทีสุดท้าย

– มุ่งมั่นที่จะเอาชนะและเป็นคนถูก จนความสัมพันธ์ถลอกปอกเปิก

– พูดสิ่งที่คิดเพื่อความสะใจ แต่ทำลายน้ำใจคนรอบข้าง

– อดหลับอดนอนเพื่อให้ทำงานได้เพิ่ม 20% แต่พอป่วยก็เสียงานไป 40%

– เสพอบายมุขเกินพอดี เปลืองเงิน เปลืองสุขภาพ เปลืองเวลา

ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย แค่ใช้ชีวิตให้ได้ดีก็ตึงมือแล้ว

อย่าไปทำให้ชีวิตมันยากขึ้นด้วยการทำอะไรที่รู้ทั้งรู้ว่าไม่ฉลาดเลย

หลายอย่างในชีวิตก็เป็นไก่กับไข่

20190311_chickenegg

เว็บไซต์ wongnai.com ที่ให้ใครเข้ามารีวิวร้านอาหารใดก็ได้ เปิดตัวเมื่อเดือนตุลาคม 2010

และเนื่องจากเนื้อหาเกือบทั้งหมดในระบบมาจากผู้ใช้งาน (user-generated content) เราจึงจำเป็นต้องหา users มาใช้งาน Wongnai ให้มากที่สุด

สองปีแรกนั้นสาหัส เพราะรีวิวยังน้อย คนเข้ามาแล้วไม่ค่อยเจอรีวิว ก็เลยไม่ค่อยเห็นประโยชน์ ก็เลยไม่ค่อยได้เข้ามาใช้ ก็เลยยิ่งทำให้จำนวน users ไม่กระเตื้องขึ้น

เมื่อไม่มี users ก็เลยหาสปอนเซอร์มาลงโฆษณาไม่ได้ ก็เลยไม่มีเงินมาทำการตลาดเพื่อเชิญชวนให้คนมาใช้งาน Wongnai

เมื่อไม่มีรีวิวก็เลยไม่มีผู้ใช้งาน เมื่อไม่มีผู้ใช้งานก็เลยไม่มีรีวิว

—–

เวลาเราต้องย้ายไปทำงานที่เราไม่คุ้นเคย ช่วงแรกคือช่วงแห่งการ struggle หรือการฟันผ่าที่จะเรียนรู้เพื่อทำงานนั้นให้ดี

ซึ่งหากเรื่องใหม่มันยากมาก เราก็จะรู้สึกว่ามันไม่สนุก เผลอๆ อาจถึงขั้นอมทุกข์

เมื่อไม่สนุกก็เลยไม่ค่อยกระตือรือร้น เมื่อไม่กระตือรือร้นมันก็เลยไม่เก่งขึ้น เมื่อยังไม่เก่ง งานมันก็เลยไม่เคยง่ายซักที

เมื่อยังไม่สนุกก็เลยไม่เก่ง เมื่อยังไม่เก่งก็เลยไม่สนุก

—–

ผมเคยเขียนไว้ในบทความการจัดบ้านแบบ KonMari ว่า การจัดบ้านไม่ใช่แค่การจัดบ้าน แต่มันคือการจัดวางความสัมพันธ์กับข้าวของที่เรามี

โลกภายนอกนั้นเป็นกระจกสะท้อนโลกภายใน หากใจของเรายุ่งเหยิง บ้านของเราก็มีสิทธิ์ที่จะรกด้วยเช่นกัน

ในทางกลับกัน ถ้าเราจัดบ้านให้สะอาดเรียบร้อย บ้านก็จะมีพื้นที่ว่าง ซึ่งพื้นที่ว่างในตัวบ้าน จะช่วยสร้างพื้นที่ว่างในใจเรา ทำให้หัวสมองโปร่งโล่งขึ้น

บ้านจะโล่งไม่ได้ถ้าใจไม่โล่ง ใจจะโล่งไม่ได้ถ้าบ้านไม่โล่ง

—–

หลายๆ อย่างในชีวิตจึงเป็นไก่กับไข่

เมื่อเจอสถานการณ์อย่างนี้ เราควรทำอย่างไร?

เท่าที่ผมพอจะแนะนำได้ก็คืออดทนและทำมันไปพร้อมๆ กันทั้งไก่และไข่นั่นแหละ

ช่วงแรกๆ มันก็จะหนืดๆ และขัดๆ หน่อย แต่ลองกัดฟันเดินหน้าต่อไปเรื่อยๆ จนถึงจุดเปลี่ยนหรือ turning point.

เพราะถ้าจุดติดขึ้นมาเมื่อไหร่ ไก่ก็จะออกไข่ ไข่ก็จะออกไก่ เป็นวงจรประเสริฐที่คุ้มกับความเหนื่อยทั้งหมดที่ผ่านมาครับ


ตามอ่านบทความได้ทาง LINE: bit.ly/tgimline