กายหยาบมนุษย์ไม่สามารถรองรับได้

20190430b

กับสิ่งล่อตาล่อใจทั้งในมือถือและทีวี

กับข่าวสารที่ถาโถมทุกช่องทาง

กับงานที่ติดตัวไปทุกหนแห่ง

กับเวลาพักผ่อนอันน้อยนิด

กับสิ่งละอันพันละน้อยที่เราทำเป็นกิจวัตรทั้งๆ ที่เมื่อสิบปีก่อนเราไม่เคยต้องทำเลย (ตอบไลน์ รีทวีต อัพสตอรี่)

กับความตึงเครียดและพลังงานลบ

กับอาหารและเครื่องดื่มที่เรานำเข้าปาก

กับวิถีทุนนิยมที่บอกให้เราเติบโตและบริโภคไม่จบไม่สิ้น

กับเวลาเพียง 80 ปีบนโลกมนุษย์

หนึ่งศตวรรษที่ผ่านมา input ที่มนุษย์ได้รับในแต่ละวันน่าจะโตขึ้นอย่างน้อย 10 เท่า ในขณะที่ร่างกายเราแทบไม่ต่างอะไรกับบรรพบุรุษ Homo Sapiens ที่อาศัยอยู่ในแอฟริกาเมื่อ 150,000 ปีที่แล้วเลย

ถ้าไม่รู้จักคัดสรรสิ่งที่เรารับเข้ามา ร่างกายของเรารับไม่ไหวแน่นอน

—–

เปิดรับสมัคร Storytelling with Powerpoint Presentation รุ่นที่ 3 วันเสาร์ที่ 1 มิ.ย. 62 ที่ Sook Station (BTS อุดมสุข) bit.ly/tgimstory3 (เหลือ 17 ที่)

เราสร้างความชอบธรรมให้ตัวเองได้เสมอ

20190429_justify

และตรงนี้แหละที่อันตราย

เพราะคนเรามี 4 มาตรฐาน

หนึ่งให้ศัตรู สองให้คนอื่น สามให้คนใกล้ตัว และสี่ให้ตัวเอง

เราเข้มงวดกับศัตรู และผ่อนปรนให้ตนเองเสมอ

เวลามีข่าวดราม่าอะไร เราจึงสนุกกับการไปร่วมแสดงความเห็น ประณามตัวร้ายในละครเรื่องนี้ เพราะมันทำให้เรารู้สึกดี ภาษาฝรั่งเรียกว่า moral superiority

แต่พอคนใกล้ตัวเป็นเสียเอง หรือเราเป็นเสียเอง เรากลับไม่ได้รู้สึกว่าเราเป็นคนเลวร้ายอะไร แค่ตกอยู่ในสถานการณ์ที่ถูกบีบบังคับเท่านั้นเอง

สิ่งที่ทำได้ คือลดช่องว่างทางมาตรฐาน

เพิ่มมาตรฐานให้ตนเอง ลดมาตรฐานให้คนอื่น

เพื่อที่วันหนึ่งเราจะได้ไม่พลั้งเผลอกลายเป็นผู้ร้ายในดราม่าเสียเอง

หิวก็กิน

20190425

อิ่มก็หยุด

ง่วงก็นอน

งานมีก็ทำ

เหนื่อยก็พัก

เงินมีก็เก็บ

ไม่พอใจก็บอก

สนุกก็ขยับตัว

ปัญหาที่ไม่จำเป็นเกิดขึ้นเพราะเราทำอะไรที่ขัดกันเอง

หิวแต่ไม่ยอมลุกไปทานข้าว

อิ่มแล้วแต่ยังสั่งชานมไข่มุก

ง่วงแล้วแต่ยังนอนไถฟีดต่อ

งานมีแต่ขอเปิดยูทู๊บไปด้วย

เหนื่อยแต่พักไม่ได้ (เพราะงานไม่เสร็จ)

เงินมีแต่ใช้จนติดลบ

ไม่พอใจแต่ยิ้มกลบ

สนุกแต่เก๊กนิ่ง

ชีวิตไม่ง่าย แต่ก็ตรงไปตรงมา

เราต่างหากที่ทำให้มันซับซ้อนไปเอง

ชีวิตไม่ใช่ popularity contest

20190424

จริงอยู่ว่าใครๆ ก็อยากเป็นที่รัก และคงไม่มีใครอยากโดนเกลียดขี้หน้า

แต่ความอยากเป็นที่รักจนเกินเหตุก็อาจสร้างปัญหา เพราะมันจะทำให้เราไม่กล้าทำอะไรเลย

เขาโยนงานมาให้ ก็ไม่กล้าปฏิเสธ

ลูกน้องทำงานไม่ได้เรื่อง ก็ไม่กล้าตำหนิ

เห็นกฎกติกาบางอย่างไม่เมคเซ้นส์ ก็ไม่กล้าตั้งคำถาม

เมื่อมัวแต่กังวลว่าใครจะมองเรายังไง เราก็จะกลายเป็นคนไม่มีจุดยืนและโดนล้ำเส้นตลอด

แต่ถ้าเรารู้จักขีดเส้น รู้จักปฏิเสธ รู้จักพูดในสิ่งที่ถูกต้องและเหมาะสม ทิศทางชีวิตเราก็จะเปลี่ยนไป

แน่นอนว่าระยะแรกมันย่อมสร้างความไม่พอใจ คะแนนนิยมเราอาจตกลงบ้าง แต่สุดท้ายเราจะได้ความเคารพและการยอมรับ ซึ่งมีคุณค่ากว่าความนิยมเป็นไหนๆ

เพราะชีวิตไม่ใช่ popularity contest เราจึงไม่ควรเอาใจคนอื่นจนยอมทิ้งหลักการ ความถูกต้อง และความเคารพในตัวเองไปครับ

ไม้บรรทัดคนเราไม่เท่ากัน

20190423_ruler

เป็นเรื่องปกติที่เราจะเกิดคำถามกับใครบางคนหรือคนบางกลุ่มว่า แค่นี้ทำไมคิดไม่ได้ หรือแค่นี้ทำไมทำไม่ได้

เพราะสำหรับเรามันตรงไปตรงมา ไม่เห็นมีอะไรซับซ้อน

แต่บางทีเราก็ลืมคิดไปว่าเรากำลังเอามาตรฐานของเราเป็นตัวตั้ง

ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะมันเป็นไม้บรรทัดเดียวที่เรามี

เพียงแต่เราต้องระลึกอยู่เสมอว่าไม้บรรทัดของเรากับเขาอาจไม่เท่ากัน

ของเราอาจไม้ยาว ของเขาอาจไม้สั้น

หนึ่งเซ็นของเราอาจเท่ากับหนึ่งนิ้วของเขา

เพราะแต่ละคนเติบโตมาในบริบทที่แตกต่างกัน สิ่งที่เป็น common sense สำหรับเราอาจไม่ได้ common sense สำหรับเขาก็ได้

เมื่อระลึกได้ว่าเรากับเขาใช้ไม้บรรทัดคนละอันกัน เราก็น่าจะหงุดหงิดน้อยลง และมีเมตตากับเขาและกับตัวเองมากขึ้นครับ