ไม่ต้องสู้ แค่รู้ทัน

20190718

สามอย่างที่สู้ยังไงก็ไม่มีวันชนะ – ความจริง (reality), ความไม่มีที่สิ้นสุด (infinity) และ กิเลส (defilements)

Reality – ความจริงก็คือความจริง ต่อให้เราอยากให้เกิดหรือไม่อยากให้เกิดแค่ไหน เราก็เปลี่ยนความจริงไม่ได้

Infinity – งานนั้นไม่มีที่สิ้นสุด ต่อให้ทำงานวันละ 16 ชั่วโมง 7 วันต่อสัปดาห์ งานก็ยังแตกหน่อออกมาเรื่อยๆ

Defilements – กิเลสนั้นฉลาดและเจ้าเล่ห์กว่าที่เราคิด อย่านึกว่าเราจะเอาชนะกิเลสได้ ส่วนใหญ่จะโดนกิเลสหลอกหัวทิ่มหัวตำกันทั้งนั้น

ความจริงเป็นอย่างไร ถ้ายอมรับได้ ใจก็จะไม่ทุกข์อย่างเปล่าประโยชน์

งานเราก็ทำให้เต็มที่ แต่อย่าทุ่มเทจนเกินเลย อย่าหลอกตัวเองว่าจะเอาชนะ infinity ได้

กิเลสไม่ได้มีไว้ให้สู้ แต่มีไว้ให้เรียนรู้ว่าหน้าตามันเป็นยังไง เกิดบ่อยแค่ไหน เกิดแล้วก็อย่าไปปรุงแต่งอะไรเพิ่มเติม

ไม่ต้องสู้ แค่รู้ทัน

แล้วปัญหาในชีวิตน่าจะน้อยลงครับ

สุดท้ายแล้วมันคุ้มกันมั้ย

20190714b

นี่คือคำถามก่อนจะตัดสินใจเรื่องใหญ่ๆ หรือตอนที่ระลึกได้ว่ากำลังทำอะไรไปตามความเคยชิน

ถ้าเราทะเลาะจนเราชนะ สุดท้ายแล้วมันคุ้มกันมั้ยกับความสัมพันธ์และความรู้สึกดีๆ ที่เสียไป

ถ้าเราทำงานหามรุ่งหามค่ำจนได้มีเงินเดือนสูงๆ สุดท้ายแล้วมันคุ้มกันมั้ยกับสุขภาพที่ย่ำแย่และประสบการณ์ที่เราพลาดไป

ถ้าเรามุ่งสร้างเพจที่ได้ยอดไลค์เยอะๆ สุดท้ายแล้วมันคุ้มกันมั้ยกับการเขียนหรือทำสิ่งที่ขัดกับตัวตนและคุณค่าที่เรายึดถือ

การมีความมุ่งมั่นนั้นดีแน่ การมีเป้าหมายนั้นดีแน่

แต่ต้องระวังอย่าให้เป้าหมายระยะสั้นมาบดบังเป้าหมายระยะยาวครับ

เข้าใจบางอย่าง ยอมรับทุกอย่าง ไม่แน่ใจซักอย่าง

20190702_accept

เข้าใจบางอย่าง หมายความว่า เราพร้อมที่จะเรียนรู้ พร้อมที่จะรับฟัง และพร้อมที่จะเข้าใจ โดยไม่ได้คาดคั้นตัวเองว่าต้องเข้าใจทุกอย่าง

ยอมรับทุกอย่าง หมายความว่า แม้จะมีบางอย่างที่เราไม่เข้าใจ แต่เราก็พร้อมที่จะยอมรับมัน เช่นบางทีเราก็ไม่เข้าใจผู้หญิง แต่เราก็ยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็น ด้วยการยอมรับเท่านั้น เราถึงจะเริ่มเข้าใจและเริ่มปรับเปลี่ยนได้

ไม่แน่ใจซักอย่าง หมายความว่า เราผ่านโลกมามากพอที่จะรู้ว่าเราแทบไม่รู้อะไรเลย ความไม่แน่นอนนั้นซ่อนอยู่ในทุกสถานการณ์ และมีแต่คนโง่เท่านั้นที่มั่นใจว่าตัวเองถูกไปเสียทุกเรื่อง

เข้าใจบางอย่าง ยอมรับทุกอย่าง ไม่แน่ใจซักอย่าง

ลองเอาไปขบคิดดูครับ

วิ่งจนหมาหยุดเห่า

20190629_stopbarking

ถ้าคืนไหนลูกไม่ตื่นตอนกลางคืนบ่อยเกินไปนัก ผมมักจะตื่นเช้าพอที่จะไปวิ่งรอบหมู่บ้าน

วิ่งรอบหมู่บ้านหนึ่งรอบใช้เวลา 5-6 นาที ผ่านบ้านนับร้อยหลัง และหลายหลังก็จะมีหมาอยู่ในบ้าน

พอวิ่งผ่านหน้าบ้านมันทีไร มันก็จะเห่าทุกที

รอบที่หนึ่งก็เห่า รอบที่สองก็เห่า รอบที่สามก็เห่า

แต่ถ้าวันไหนวิ่งได้นานพอ ถึงรอบที่แปด เก้า สิบ หมาก็จะหยุดเห่าแล้ว ไม่รู้เพราะเจ็บคอ เพราะเบื่อ หรือเพราะเริ่มคิดว่าเรามาดี

—–

เมื่อวานนี้ยอด ที่เป็น CEO ของ Wongnai มา WeShare เล่าวิธีการทำงานของตัวเองให้พนักงานร่วมร้อยคน

ยอดเคยทำ WeShare เรื่องนี้มาสองรอบแล้ว แต่เพราะมีพนักงานใหม่เข้ามาเรื่อยๆ เลยคิดว่านี่เป็นโอกาสดีที่จะจัดอีกครั้ง (ใครอยากรู้ว่ายอดทำงานยังไง เข้าไปอ่านบทความ “ถอดรหัสการทำงานของยอด Wongnai” ได้ที่ anontawong.com นะครับ)

เมื่อพูดเสร็จก็เป็นช่วงถาม-ตอบ มีพนักงานคนนึงถามว่า จัดการอย่างไรกับคำวิพากษ์วิจารณ์เพราะอยู่ในที่แจ้งย่อมมีคนเห็นเยอะและมีคนด่าเยอะเป็นธรรมดา

ยอดตอบว่า “ไม่สนใจ” ยอดจะสนใจเฉพาะ feedback จากคนที่เขาแคร์เท่านั้น ซึ่งแต่ก่อนก็คือหัวหน้าที่ยอดเคยทำงานด้วย ส่วนคนอื่นๆ จะพูดยังไงก็เป็นเรื่องของเขา

—–

คนเรารักตัวเองมาก รักจนบางทีเราก็ไปให้คุณค่ากับเสียงนกเสียงกามากเกินไป ทั้งๆ ที่เขาไม่ได้มีส่วนได้เสียอะไรกับชีวิตเรา

เปลี่ยนตัวเองยังยาก เปลี่ยนภาพของเราในหัวของคนอื่นนั้นยากยิ่งกว่า

บางที สิ่งที่ดีที่สุดที่ทำได้ คือใช้ชีวิตของเราต่อไป ใครจะวิจารณ์ก็เป็นสิทธิ์ของเขา ตราบใดที่เราคอยสำรวจตัวเองและมั่นใจว่าเราทำสิ่งที่ถูกต้องเหมาะสม ถึงวันหนึ่งเขาก็จะเลิกวิจารณ์ไปเอง

จะด้วยเพราะเจ็บคอ เพราะเบื่อ หรือเพราะรู้แล้วว่าเรามาดีครับ

ตื่นเช้าไม่ยากเท่านอนเร็ว

20190625_earlyrise

ช่วงสองสามปีมานี้ผมเริ่มโปรดปรานการนอนตื่นเช้ามากขึ้นเรื่อยๆ

เพราะตอนเช้าเราทำอะไรได้เยอะมาก จะอ่านหนังสือก็ได้ จะภาวนาก็ได้ จะออกไปวิ่งโดยไม่ต้องห่วงแดดเผาก็ได้ เสร็จแล้วยังอาบน้ำแต่งตัวขับรถไปที่ทำงานได้โดยไม่ต้องเจอรถติดอีกต่างหาก

และจะด้วยสภาพแวดล้อมของที่ทำงานหรืออะไรก็ตามแต่ ผมรู้สึกว่าการหลับเป็นเรื่องง่ายดายกว่าแต่ก่อนมาก

สมัยอยู่มหาวิทยาลัย ผมมีปัญหานอนค่อยไม่หลับ บางทีกลิ้งไปกลิ้งมาบนเตียงเป็นชั่วโมงเลย แต่มาสมัยนี้ แค่หัวถึงหมอนไม่เกินสามนาทีก็หลับผลอยแล้ว

เมื่อได้หลับเร็ว ร่างกายก็ตื่นเช้าได้เองโดยธรรมชาติ

การตื่นเช้าจึงเป็นเรื่องง่ายดายกว่าที่คิด แต่ที่ใครหลายคนตื่นเช้าๆ กันไม่ไหวเพราะว่าเรานอนดึกกันต่างหาก

เหตุผลที่เรานอนดึกเพราะมันคือช่วงเวลาที่เรารู้สึกว่ามีอิสรภาพจากภาระทั้งปวง ลูกก็หลับ ไลน์ก็ไม่มีใครตามงาน เป็น me time ที่เราจะทำอะไรก็ได้ตามใจชอบ

แต่ความยากก็คือ “ตามใจชอบ” นี้มักจะเป็นเรื่องที่ไม่มีประโยชน์มากนัก เพราะเข้ากะดึก willlpower ก็ต่ำ กิเลสครอบงำได้โดยง่าย ถึงแม้เราจะฝืนตัวเองให้ทำงานที่มีประโยชน์ สมองก็อาจล้าเกินกว่าจะคิดอะไรเจ๋งๆ ได้

สำหรับผม สิ่งที่ได้ทำตอนที่นอนดึกจึงมักจะมี ROI (Return on Investment) ต่ำกว่าสิ่งที่ได้ทำในตอนเช้า

ดังนั้น ถ้าใครนอนดึกแล้วรู้สึกว่าชีวิตไม่ค่อยโอเค การเข้านอนเร็วดูก็อาจจะช่วยได้นะครับ เทคนิคง่ายๆ คือตั้งใจทำงานตลอดวัน เพื่อที่หมดวันสมองจะได้ล้าและโหยหาการพักผ่อน และเมื่อกลับถึงบ้านแล้วก็เอามือถือชาร์จไว้นอกห้องแล้วหาอะไรสบายๆ ทำโดยไม่ต้องพึ่งหน้าจอ

เมื่อได้นอนเร็วขึ้น เราจะตื่นเช้าได้โดยไม่ต้องพยายาม

แล้วเราจะได้เวลากลับมาวันละเป็นชั่วโมงเลยครับ