Nobody on their deathbed wished they had spent more time at the office – ในช่วงนาทีสุดท้ายของชีวิต ไม่มีใครบ่นหรอกนะว่า “แหม ฉันน่าจะใช้เวลาที่ออฟฟิศให้มากกว่านี้ซักหน่อย
1. หัวหน้าผม ซึ่งเป็นชาวอังกฤษ เคยบอกว่า “Work-Life balance is a myth” (myth = เรื่องเล่าที่ไม่เป็นความจริง คล้ายๆ นิทานปรัมปรา) ผมจำไม่ได้แล้วว่าเขาอธิบายความต่อว่ายังไง แต่คงเป็นเพราะด้วยเนื้องานที่ต้องคุยกับคนในหลายทวีป ทำให้หลายๆ ครั้ง การประชุมจนดึกดื่นและการเอางานกลับไปทำที่บ้านเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
2. โจนาธาน ฟีลด์ (Jonathan Fields) ผู้สร้าง Good Life Project ด้วยการไปสัมภาษณ์คนที่เจ๋งๆ ในหลายๆ วงการว่า ชีวิตที่ดีคืออะไร มีคนหนึ่งให้สัมภาษณ์ทำนองว่า “ผมไม่คิดว่าชีวิตที่ดีคือแค่การได้เลิกงานห้าโมงเย็นแล้วไปเล่นโยคะนะ ชีวิตที่ดีคือการได้ทุ่มเทแรงกายแรงใจทำในสิ่งที่เราเชื่อ แม้มันจะเหนื่อยมาก แต่เราก็เข้านอนด้วยความอิ่มเอมใจ”
3. แกรี่ เคลเล่อร์ (Garry Keller) ผู้เขียนหนังสือ The One Thing เคยบอกไว้ว่า การใช้ชีวิตแบบ Work Life Balance นั้นคือจะทำให้เราทำทุกอย่างกลางๆ ไม่สุดโต่ง แต่ก็ไม่ได้สร้างอะไรที่ยิ่งใหญ่เช่นกัน (Magic doesn’t happen in the middle) ลองมาคิดดูว่า ถ้าไอน์สไตน์หรือสตีฟจ๊อบส์ใช้ชีวิตแบบมี Work-life balance ทำงานห้าโมงกลับบ้านไปดื่มชา โลกเราจะเป็นอย่างทุกวันนี้มั้ย
4. ผู้บริหารใหญ่อีกคนหนึ่งของบริษัทที่ผมทำงานอยู่เคยพูดไว้ว่า “People talk about work-life balance, as if they are two different things. But work IS life! So you’d better enjoy your work to enjoy your life. “คนเราพูดถึงสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานราวกับว่ามันเป็นสองสิ่งที่แยกขาดออกจากกัน แต่การทำงานก็คือชีวิตนั่นแหละ ดังนั้นถ้าอยากมีชีวิตที่ดี เราก็ควรสนุกกับงานที่ทำด้วย”