ชอบก็ทำไม่ชอบก็ทำ

20190107_like

ความเชื่อที่ว่า “เราควรทำสิ่งที่ตัวเองรัก” บางทีก็เป็นดาบสองคม

เพราะหลายครั้ง เราก็บอกไม่ได้หรอกว่าเรารักหรือไม่รักอะไรจนกว่าจะได้ใช้เวลากับมันมากพอ

ผมจึงเชื่อว่า ถ้าเรายังหนุ่มยังสาว เราควรพร้อมที่จะทำทั้งสิ่งที่ “ชอบ” และ “ไม่ชอบ”

การได้ทำงานที่ตัวเองชอบนั้น เป็นเรื่องดีอยู่แล้ว คงไม่ต้องอธิบายเพิ่มเติม

แต่การได้ทำงานที่ตัวเองไม่ชอบก็มีข้อดีอย่างน้อยสามข้อ

หนึ่ง เราจะไม่ชอบสิ่งที่ตัวเองไม่ถนัด และจะชอบสิ่งที่ตัวเองถนัด แต่มนุษย์เป็นสัตว์ที่ฝึกได้ วันแรกไม่มีใครถนัดหรอก แต่พรุ่งนี้จะถนัดกว่าวันนี้ และเดือนหน้าย่อมถนัดกว่าพรุ่งนี้หากเรายังไม่ด่วนยอมแพ้ไปเสียก่อน ดังนั้นหากเราทำสิ่งที่ไม่ชอบด้วยความเพียรและด้วยใจที่เป็นกลางพอ ถึงจุดหนึ่งเราอาจจะชอบมันก็ได้

สอง งานที่เราไม่ชอบนั้นมักจะยาก และมักเป็นงานที่คนอื่นก็ไม่ชอบทำเช่นกัน เมื่อเป็นงานยากที่ไม่มีใครอยากทำหรือยอมทำ การที่เราอาสาที่จะทำมันออกมาให้ดี ย่อมแสดงว่าเรากำลังสร้างคุณค่าให้กับองค์กรในแบบที่น้อยคนนักจะทำได้

สาม การทำสิ่งที่เราไม่ชอบก็ถือเป็นการสร้างภูมิต้านทานอย่างหนึ่ง ซึ่งนับเป็นเรื่องดี เพราะภูมิต้านทานนี้จะช่วยให้เราไม่ทุกข์ใจกับอะไรง่ายๆ

เมื่อมีภูมิต้านทาน เมื่อสร้างคุณค่า เมื่อเราสามารถมีความสุขกับสิ่งที่เราเคยไม่ชอบ เราก็จะเติบโตเป็นคนที่เพียบพร้อมในหลายๆ ด้าน และในวันนั้นเราจะมีโอกาสเลือกทำแต่สิ่งที่เราชอบเต็มไปหมด

ถ้าคุณกำลังเริ่มต้นชีวิตการทำงาน อย่าเพิ่งเกี่ยงงานเลย เพราะมันคือโอกาสทองที่จะได้รู้จักตัวเองและได้พัฒนาทักษะที่หาได้ยากยิ่งในคนสมัยนี้ครับ

—-

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 13 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ไม่มีทีมที่แย่

20190103b

มีแต่หัวหน้าที่แย่

“There are no bad teams. Only bad leaders”
-Jocko Willink

มีคำคมฝรั่งที่บอกว่าฝูงแกะที่นำด้วยสิงโตนั้นน่ากลัวกว่าฝูงสิงโตที่นำด้วยแกะ

ทีมจะเต็มไปด้วยคนเก่งแค่ไหน แต่ถ้าผู้นำไม่ดีก็หาทางเจริญได้ยาก

นี่คือเหตุผลที่ทำไมเวลาทีมฟุตบอลผลงานย่ำแย่ เขาจะเปลี่ยนผู้จัดการก่อน (ผมเชียร์แมนยู และผมดีใจที่มูรินโญโดนปลดและได้โซลชาร์มาแทน)

น้องที่ทำงานจบโทจากมหาลัยรัฐที่โด่งดังแห่งหนึ่ง แม้จะจบมานานแล้วแต่ก็ยังกลับไปช่วยสอนเป็น teaching assistant อยู่ทุกปี แต่ปีนี้เขาบอกว่าจะสอนเป็นปีสุดท้าย เพราะพอเปลี่ยนคณบดีแล้ว อะไรๆ ก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

หัวเปลี่ยนเพียงคนเดียวสะเทือนไปได้ทั้งกระบวน

ถ้าเราเป็นหัวหน้าทีม แล้วมีคนมาบอกว่าทีมเราทำงานแย่ คนที่ควรเพ่งเล็งคนแรกคือตัวเราเอง

แล้วถ้าเรายังเป็นเด็กในทีม แล้วหัวหน้าทีมไม่ดี เราจะทำอะไรได้บ้าง?

1. อย่าเป็นอย่างเขา

2. ทำสิ่งที่รู้ว่าถูกต้องและเหมาะสม lead by example เพราะความเป็นผู้นำนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งแห่งหน ต่อให้เป็นเด็กจบใหม่ก็อาจจะมีความเป็นผู้นำและความน่านับถือมากกว่าคนที่ทำงานมาเป็นสิบปีก็ได้

3. ตั้งใจไว้ว่า เมื่อถึงวันที่เราเติบโตเป็นใหญ่ หนึ่งในสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เราจะทำได้คือการเลือกหัวหน้าที่ดีให้กับทีมงานที่อยู่ข้างใต้เราครับ

—–

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้ เหลืออีก 13 ที่ ดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

อย่าปล่อยให้บริษัทกลายเป็นสวนสัตว์

200181223b

องค์กรใดที่ปล่อยให้พนักงานสุขสบายเกินไป ทำงานดีหรือไม่ดีก็มีโบนัสให้ อยู่มาครบจำนวนปีก็ได้เลื่อนตำแหน่ง ไม่ต้องพยายามอะไรก็มีกินมีใช้ พนักงานส่วนใหญ่อยู่ใน comfort zone

องค์กรนั้นกำลังกลายเป็นสวนสัตว์

ตอนที่เข้ามาใหม่ๆ สัตว์เหล่านี้ก็ยังพอมีความเป็นสัตว์ป่าอยู่บ้าง ยังมีความดิบ ความฟิต ความทะเยอทะยาน และสัญชาติญาณการเอาตัวรอด

แต่พอถูกเลี้ยงดูไปนานๆ ป้อนข้าวป้อนน้ำเป็นเวลา แต่ละวันเดินไปเดินมา (หรือนอน) อยู่ในกรง ความเป็นสัตว์ป่าค่อยๆ ลดน้อยถอยลงจนกลายเป็นสัตว์เลี้ยง

สัตว์เลี้ยงที่เชื่องและเชื่องช้า จะบีบก็ตายจะคลายก็รอด

เป็นเรื่องยากยิ่งสำหรับองค์กรที่กลายเป็นสวนสัตว์จะสร้างผลงานโดดเด่นได้

ยิ่งโลกหมุนเร็วขนาดนี้ ธุรกิจยักษ์ใหญ่แค่ไหนก็ยังมีโอกาสถูก disrupt ได้ การบริหารองค์กรแบบสวนสัตว์จึงเป็นเรื่องอันตราย แถมจะเปลี่ยนกลับไปให้มีสัญชาติญาณสัตว์ป่าก็ยากเย็นแสนเข็ญ

ดังนั้น ถ้าองค์กรเรายังไม่ใหญ่นัก อย่าปล่อยให้จิตวิญญาณสัตว์ป่าสูญหาย

ไม่จำเป็นต้องถึงขนาดรบราฆ่าฟันกันอย่างป่าเถื่อน

แค่อย่าปล่อยให้เสือสบายจนกลายเป็นแมวเชื่องๆ ก็พอ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากหนังสือ คิดแค่ 1 แต่ได้ผล 100 โดย โมะริกะวะ กะกิระ แปลโดยโยซุเกะ, บรรเจิด ชวลิตเรืองฤทธิ์

Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคม 2562 เปิดรับสมัครแล้ว ดูรายละเอียดได้ที่ http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

คิดร้อยทำสิบ

2018119

งานก็ไม่เกิด

คิดสิบทำร้อย งานก็ออกมาไม่ดีและคงวุ่นวายกันน่าดู

คิดร้อยทำร้อย ก็เป็นไปได้ยากเพราะอาจจะช้าเกินการณ์

วิธีที่น่าจะเหมาะกับยุคสมัยที่สุด คือคิดห้าสิบแล้วลงมือทำห้าสิบนั้นทันที

ทำแล้วก็เรียนรู้ แล้วก็ปรับกันไปจนถึงคิดร้อยทำร้อย หรือแม้กระทั่งคิดพันทำพันครับ

—–

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt

ถ้ามีคนเอาเงิน 100 ล้านมาให้

20181209_100million

แล้วบอกให้คุณออกไปตั้งบริษัทใหม่ โดยให้คุณเลือกใครก็ได้จากที่ทำงานปัจจุบันไปทำงานด้วย 20 คน*

คุณจะเลือกใครบ้าง?

แล้วถ้าเพื่อนร่วมงาน หรือหัวหน้า หรือลูกน้องคุณได้รับข้อเสนอเดียวกันนี้ คุณจะเป็นหนึ่งใน 20 คนที่เขาจะชวนไปเปิดบริษัทใหม่รึเปล่า?

คุณน่าจะอยู่ในลิสต์ของใครบ้าง?

และมีใครที่น่าจะอยู่ในลิสต์ของทุกคนบ้าง?

คำถามนี้มีประโยชน์ตรงที่มันช่วยให้เราเห็นว่า ใครที่มี contribution ต่อทีมและองค์กรจริงๆ และช่วยให้เราสำรวจตัวเองว่า เราได้สร้างคุณค่าให้กับงานและให้กับองค์กรเพียงพอรึยัง

ถ้ามั่นใจว่าชื่อของเราน่าจะอยู่ในลิสต์ของใครหลายๆ คน แสดงว่าเราน่าจะมาถูกทางแล้ว

แต่ถ้าไม่ใช่ ก็อาจะถึงเวลาต้องปรับเปลี่ยนอะไรบางอย่างแล้วเช่นกันครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจาก Seth Godin ที่เคยพูดไอเดียนี้ไว้ใน podcast ซักรายการหนึ่ง

* จำนวน 20 คนในกรณีที่มีพนักงานเป็นร้อยขึ้นไป ถ้าเป็นออฟฟิศเล็กๆ ตัวเลขอาจจะเหลือแค่ 5-10 คนครับ

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt