สุขสำราญกับการเป็นฝ่ายผิด

Adam Grant ผู้เขียนหนังสืออย่าง Think Again, Originals, และ Give and Take มีกิจกรรมอย่างหนึ่งที่เขาชอบทำกับครอบครัวช่วงทานอาหารมื้อค่ำ

กิจกรรมนั้นมีชื่อว่า myth-busting discussion หรือการสนทนาเพื่อล้มล้างความเชื่อที่ผิดๆ

โดยมันเริ่มต้นมาจากการที่ Grant ชวนลูกๆ คุยว่า วันนี้ได้เรียนรู้อะไรจากที่โรงเรียนมาบ้าง และบางเรื่องที่ลูกๆ เล่าให้ฟัง ก็แตกต่างจากสิ่งที่เขาเคยรู้มา

เช่นเรื่องที่พลูโตไม่ใช่ดาวเคราะห์ในระบบสุริยจักรวาลเป็นต้น

“…So it became sort of an occasional tradition for us to say ‘OK – who’s going to bring a myth or a fun surprising fact to the table.’ And what I want to do in these conversations is I want our kids to experience the joy of being wrong.”

Experience the joy of being wrong – ผมชอบประโยคนี้จัง

Grant อยากให้ลูกๆ รู้สึกดีกับการได้รู้ตัวว่าเขาเคยเข้าใจอะไรผิดมาโดยตลอด เพราะนั่นแสดงว่าวันนี้พวกเขาได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ แล้ว

ผมเชื่อว่านี่คือวิธีการเลี้ยงลูกให้มี growth mindset วิธีหนึ่ง

จะว่าไปมันก็เป็นการเลี้ยงตัวเองให้มี growth mindset ด้วยเช่นกัน เพราะยิ่งเราอายุมากเท่าไหร่ เรามักจะยิ่งมีความยึดมั่นถือมั่นในชุดความจริงที่เรามีมากขึ้นเท่านั้น การถกเถียงหลายต่อหลายครั้งจึงเป็นการปกป้องตัวตนมากกว่าเป็นการค้นหาความจริง

ฝึกตัวเองให้สุขสำราญกับการเป็นฝ่ายผิดเสียบ้าง

จะได้ไม่กลายเป็นไดโนเสาร์ก่อนวัยอันควรครับ


ขอบคุณข้อมูลจาก The Knowledge Project: Adam Grant | Why You Should Rethink A Lot More Than You Do https://youtu.be/ctkWiO6VcsE?t=4072

ความเป็นห่วงที่มีต่อลูก

วันก่อนผมไปทานข้าวกับคนในทีม มีน้องคนหนึ่งตั้งคำถามว่าเป็นห่วงลูกเรื่องอะไรบ้าง

ผมตอบไปว่าห่วงเรื่องสุขภาพ อยากให้เป็นเด็กที่แข็งแรง และห่วงเรื่องผู้ชายที่จะเข้ามาจีบ (จริงๆ ลูกสาวผมก็อายุแค่ 6 ขวบแต่ผมเตรียมไว้หนวดไปเรียบร้อยแล้ว)

จริงๆ มีอีกประเด็นหนึ่งที่ผมห่วงแต่ไม่ได้เล่าให้น้องฟังในคืนนั้น

ผมห่วงว่าลูกจะสบายเกินไป


ตระกูลแวนเดอร์บิลต์ (Vanderbilt)เคยเป็นตระกูลที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกา

คอร์เนเลียส แวนเดอร์บิลต์ ร่ำรวยจากการเป็นผู้บุกเบิกอุตสาหกรรมทางรถไฟและการขนส่งทางเรือ

ในปี 1877 คอร์เนเลียสมีทรัพย์สินราว 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งมากกว่าทรัพย์สินของกระทรวงการคลังของสหรัฐในขณะนั้นเสียอีก

แต่ในเวลาเพียง 50 ปีหลังจากคอร์เนเลียสจากไป ก็ไม่มีใครในตระกูลแวนเดอร์บิลต์ที่ติดอยู่ในรายชื่อคนที่ร่ำรวยที่สุดในอเมริกาอีกต่อไป

ทายาทหลายคนเป็นเพลย์บอย ไม่ต้องทำงาน และหมดเงินไปกับการบริจาคและการสร้างคฤหาสน์หรูหราที่ไม่มีคนไปอยู่

ทายาทคนหนึ่งในตระกูลแวนเดอร์บิลต์เคยกล่าวไว้ว่า

“ทรัพย์สมบัติที่รับสืบทอดมาเป็นอุปสรรคขัดขวางความสุข…มันทำให้ฉันไม่มีอะไรให้คาดหวัง ไม่มีอะไรให้แสวงหาหรือมุ่งมั่นทำให้มันเกิดขึ้น”


เราเคยได้ยินมานานว่า ธุรกิจที่ยิ่งใหญ่อยู่ได้ไม่เกิน 3 รุ่น รุ่นแรกสร้าง รุ่นสองรักษา รุ่นสามทำเสียของ

ในมุมกลับกัน ชาติที่แพ้สงครามโลกครั้งที่ 2 อย่างเยอรมันนีและญี่ปุ่น กลับกอบกู้ตัวเองและมุ่งมั่นพัฒนาประเทศจนมีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับ 3 และ 4 ของโลก เป็นรองเพียงอเมริกาและจีนเท่านั้น


มีคำพูดประโยคหนึ่งที่ผมชอบและคิดว่าเป็นความจริงอย่างมาก

“Hard times create strong men. Strong men create good times. Good times create weak men. And, weak men create hard times.”

― G. Michael Hopf, Those Who Remain

ช่วงเวลาที่ยากลำบากจะสร้างคนที่เข้มแข็ง
คนที่เข้มแข็งจะสร้างช่วงเวลาที่รุ่งเรือง
ช่วงเวลาที่รุ่งเรืองจะสร้างคนอ่อนแอ
คนอ่อนแอจะสร้างช่วงเวลาที่ยากลำบาก

ในฐานะพ่อแม่ยุคนี้ การจะมีลูกทั้งทีต้องคิดหนัก เพราะมันตามมาด้วยต้นทุนมหาศาล เมื่อตัดสินใจจะมีทั้งทีเราก็เลยอยากดูแลลูกให้ดี เขาอยากกินอะไรก็ได้กิน เขาอยากลองอะไรก็ได้ลอง

แต่บางทีผมก็กลัวว่าสายพิณจะหย่อนเกินไปได้เหมือนกัน

อยากให้เขาได้ลำบากบ้าง แต่ก็ไม่รู้ว่าผมกับแฟนจะใจแข็งพอหรือเปล่า แต่ถ้าเราไม่ใจแข็งตอนนี้ เราก็อาจจะทำให้ลูกอ่อนแอโดยไม่ได้ตั้งใจได้เช่นกันครับ

สิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะทำให้ลูกได้

ตอนที่ฉันยังเด็ก โรงเรียนจะคืนสมุดพกมาให้เราทุก 6 สัปดาห์

พวกเราทั้งสี่คนจะเอาสมุดพกไปให้แม่ เพราะพ่อนั้นออกไปรีดนมวัวอยู่

สมุดพกของพี่น้องของฉันทั้งสามคนนั้นดูดีมาก มีแต่เกรด A เต็มไปหมด นานๆ จะมี B โผล่มาสักที แต่มีพี่สาวคนนึงที่ได้ A ทุกวิชาตลอดช่วงชีวิตการเป็นนักเรียน

สมัยนั้นพวกเราจะได้รายงานความประพฤติด้วย ซึ่งพี่น้องของฉันก็ได้รับแต่คำชมเต็มไปหมด

ส่วนสมุดพกของฉันนั้น แค่มี C ติดมาบ้างก็โชคดีมากแล้ว ส่วนเรื่องคะแนนความประพฤติยิ่งไม่ต้องพูดถึง

คุณคงสงสัยว่าพ่อแม่ฉันมีปฏิกิริยายังไง คำตอบก็คือท่านไม่พูดอะไรเลย ไม่มีการเปรียบเทียบอะไรทั้งสิ้น ฉันไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองเป็นแกะดำเลย พอโตมาถึงได้เข้าใจว่าฉันโชคดีแค่ไหน

เกมมาพลิกตอนฉันขึ้นป.6 เพราะอยู่ๆ ฉันก็เริ่มเข้าใจสิ่งที่คุณครูสอนขึ้นมา แม้เกรดในสมุดพกของฉันจะไม่ได้เริดหรูเท่าของคนอื่น แต่ก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ฉันยังจำเหตุการณ์นั้นได้ราวกับมันเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้ แม่เปิดดูสมุดพกทีละเล่ม แล้วแม่ก็ไม่พูดอะไรเช่นเดิม แต่พอแม่เปิดสมุดพกของฉัน ฉันเห็นรอยยิ้มเล็กๆ ตรงมุมปาก แต่แม่ก็ไม่พูดอะไรเลยเหมือนกัน ตอนที่พ่อกลับมาถึงบ้าน พ่อก็ทำสิ่งเดียวกับแม่ คือเปิดดูสมุดพกต่างๆ โดยไม่พูดอะไร แต่พอถึงสมุดพกของฉันพ่อก็ยิ้มน้อยๆ เช่นกัน

สิ่งที่ดีที่สุดที่พ่อแม่จะทำให้ลูกได้ คือการไม่ตัดสินลูกจากผลการเรียน


ขอบคุณเนื้อหาจาก Quora: Kathy Pennell’s answer to What was the most life-changing realization of your childhood?