เป้าหมายคือกลับมาใหม่พรุ่งนี้

20200706

การตั้งเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่และต้องมุ่งไปให้ถึงนั้นมีจุดอ่อนอยู่หลายประการ

หนึ่ง คนบางคนไม่ได้มีความเด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดขนาดนั้น

สอง เรามักจะเห่อแค่ช่วงแรกและเบื่อเสียกลางทาง

สาม บางทีเราก็ไม่ได้เบื่อ แต่ด้วยความที่หักโหมเกินไป เราก็เลยบาดเจ็บหรือเข็ดขยาดจนขาดความต่อเนื่อง

ถ้าเราเคยทดลองวิธีการตั้งเป้าหมายใหญ่ๆ แล้วล้มเหลวมาแล้วหลายครา ลองเปลี่ยนเป้าหมายดู

“The only goal is to come back tomorrow.”
-Alan Trapulionis

เป้าหมายมีเพียงอย่างเดียวคือทำอะไรก็ได้เพื่อให้เราพร้อมจะกลับมาทำมันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้

ยกตัวอย่างคนที่อยากจะหัดวิ่งให้เป็นกิจวัตร

ถ้าเราไม่เคยวิ่งมาก่อน แล้ววันแรกเราซัดไป 5 กิโลเมตร พรุ่งนี้เราจะล้า มะรืนนี้เราจะลังเลสงสัย และวันถัดไปเราจะมีข้ออ้างอื่นๆ

แต่ถ้าวันแรกเราวิ่งแค่เพียง 500 เมตร ถ้าเราหยุดทั้งๆ ที่เรายังไม่หมดก๊อก พรุ่งนี้เราจะมีแรงกายและแรงใจกลับมาซ้อมวิ่งอีกหน

เพราะบางครั้งปัญหาไม่ได้เกิดจากที่เราย่อหย่อนเเกินไป แต่เกิดจากที่เราตึงเกินไปต่างหาก

ตึงเพราะเอาตัวเองไปเทียบกับคนเก่งๆ ตึงเพราะอยากได้ชัยชนะมาเร็วๆ ตึงเพราะลืมไปว่าของดีๆ ย่อมต้องใช้เวลา

ไม่ว่าจะเริ่มทำสิ่งใด ความต่อเนื่องสำคัญกว่าความเข้มข้นเสมอ

สร้างความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับสิ่งๆ นั้น แล้วเราจะทำมันได้อย่างยั่งยืนครับ

เรื่องบางอย่างต่อให้พยายามก็ทำไม่ได้

20200704

“ใกล้รุ่ง” ลูกชายวัยสองขวบครึ่งของผมเป็นเด็กที่หัวเราะได้มันส์มาก โดยเฉพาะเวลาที่โดนผมจั๊กจี้

มีครั้งหนึ่งผมตัดสินใจถ่ายวีดีโอเก็บเอาไว้เพราะไม่แน่ใจว่าเขาจะหัวเราะได้มันส์ขนาดนี้ไปอีกนานแค่ไหน

“ปรายฝน” ลูกสาววัยสี่ขวบกว่าเห็นผมถ่ายวีดีโอน้อง ก็เลยอยากให้ผมถ่ายเค้าบ้าง ยอมมานอนบนเตียงให้ผมจั๊กจี้ได้ตามอำเภอใจ

อาจจะรู้สึกไปเอง แต่ผมว่าการหัวเราะของเด็กสี่ขวบกับการหัวเราะของเด็กสองขวบไม่เหมือนกัน

การหัวเราะของเด็กสี่ขวบเหมือนเริ่มมีอะไรมา “เคลือบ” แล้ว เพราะนี่คือวัยที่เริ่มรู้เรื่อง เริ่มคิดถึงสายตาคนอื่นว่าเขาจะมองว่าอย่างไร

ยิ่งโตขึ้นเท่าไหร่ เสียงหัวเราะของเรายิ่งมีอะไรเคลือบมากขึ้นเท่านั้น

—–

แต่ก่อนผมเป็นแฟนตัวยงของนิตยสาร a day

หนึ่งใน a day ที่หาซื้อยากที่สุดคือเล่มที่ 16 ปก “ต้อม นูโว” วางแผงเดือนธันวาคม 2001

ตอนนั้นนูโวที่แยกวงไปแล้วกำลังจะกลับมารวมตัวกันใหม่เพื่อจัดคอนเสิร์ตที่อิมแพกต์อารีน่า ตั๋วขายหมดเกลี้ยงภายในเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง (อย่าลืมว่าสมัยนั้นยังไม่มีการซื้อตั๋วออนไลน์)

ผมหาซื้อ a day ไม่ได้ แต่โชคดีที่ได้แวะเวียนไปเยี่ยมออฟฟิศ a day และได้พูดคุยกับพี่โหน่ง วงศ์ทนง ชัยณรงค์สิงห์ ผู้ก่อตั้ง a day และบรรณาธิการบริหารในขณะนั้น พอผมเปรยว่าหา a day เล่มนูโวไม่ได้เลย พี่โหน่งก็เดินไปหยิบมาให้เล่มหนึ่งทันที

นี่คือส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์ที่ผมเกือบจะไม่ได้อ่าน

เพลงของนูโวที่ชอบมากที่สุดคือเพลงไหน?
โจ: ผมชอบ ‘บุญคุณปูดำ‘ มันเล่นสนุก แล้วเป็นร็อกแอนด์โรลด้วย แล้วผมก็ชอบเนื้อหา ดนตรีทุกเสียงมันชัดเจนมาก เพลงอื่นนี่ต้องอาศัยการเสียบปลั๊กเยอะ แต่ปูดำนี่คุณสามารถที่จะมีมือกลองเดินเข้าไป แขวนเบสตัวนึง กีตาร์อีกตัวเล่นได้เลย แล้วก็มันส์ด้วย h

สุ: ‘คึกคักบ่อยเลย‘ สนุก มันส์ เป็น rhythm ที่ดีมาก

ใหม่: ‘บอกอย่างงั้นอย่างงี้เลย’ ครับ เพราะเป็นเพลงที่คิดว่าลงตัว สมัยชุด 1 คนจะรู้จักกับ ‘ไม่เป็นไรเลย‘ มาก แต่ถ้านับจริงๆ คว้ารางวัลสุดคือเพลงนี้

ปีเตอร์: ‘หลอกกันเล่นเลย‘ เป็นเพลงที่ง่ายและชัดเจนมาก

ก้อง: มีหลายเพลงครับ แต่ถ้าจะให้ต้องเลือกก็คงเป็น ‘ลืมไปไม่รักกัน‘ ดนตรีเพราะ ความหมายก็ดีครับ

จอห์น: ‘ไม่มีคำตอบ‘ นวล สวยงาม

อัลบั้มใดคืออัลบั้มที่ดีที่สุดของนูโว?
ทุกคน: เป็นอย่างงี้ตั้งแต่เกิดเลย

—–

ช่วงปี 1995 ผมกำลังเรียนม.ปลายอยู่นิวซีแลนด์ เล่นกีตาร์เป็นแล้ว กำลังหลงใหลเพลงอย่าง Smells like teen spirit ของ Nirvana และ Creep ของ Radiohead

เพื่อนฝรั่งคนหนึ่งชื่อ “ลินคอล์น” ก็ชอบเล่นกีตาร์และมาคุยกับผมและเพื่อนคนไทยบ่อยๆ เรื่องวงดนตรีที่เราชื่นชอบ บางทีก็นัดไปซ้อมดนตรีกัน

ที่น่าแปลกใจคือมีเพลงไทยเพลงหนึ่งที่ลินคอล์นชอบมาก เพราะเกือบทั้งเพลงใช้แค่ 4 คอร์ดไม่ต่างอะไรกับ Smells like teen spirit และ Creep

ลินคอล์นให้ผมอธิบายความหมายของเพลง ว่ามันเกี่ยวกับหญิงสาวคนหนึ่งที่ชอบร้อยดอกไม้ แต่ร้อยไปร้อยมาดอกไม้ดันหมดโลก แล้วก็ให้ผมสอนท่อน riff ที่ใช้ทางคอร์ด Bm D G F#

หลังจากนั้นมา แม้วงโมเดิร์นด็อกจะออกอัลบั้มมาอีกหลายชุด แต่เพลงที่ผมมักคิดถึงและยังเล่นอยู่เสมอก็คือเพลงจากอัลบั้มชุดแรกไม่ว่าจะเป็นเพลง “ก่อน” “บางสิ่ง” และแน่นอน – “บุษบา”

—–

ฝรั่งมีวลีที่ว่า practice makes perfect ยิ่งเราฝึกฝนมากเท่าไหร่ เรายิ่งใกล้ความสมบูรณ์แบบมากขึ้นเท่านั้น

แต่ในบางบริบท เราอาจไม่ได้ต้องการความสมบูรณ์แบบ

เพราะความดิบ ความไร้เดียงสา ความเป็นมือใหม่ ความที่ไม่รู้ว่าอะไรทำได้-ทำไม่ได้ก็มีเสน่ห์ที่ความสมบูรณ์แบบไม่อาจมอบให้

ผมยกตัวอย่างเรื่องเสียงหัวเราะของเด็กเล็กและอัลบั้มแรกของวงดัง เพื่อจะบอกว่าบางสิ่งบางอย่างถึงจะพยายามก็ทำไม่ได้ ยิ่งพยายามยิ่งทำไม่ได้ด้วยซ้ำไป

ดังนั้น หากเราจะเริ่มทำอะไร อย่าไปกลัวเลยว่ามันจะไม่เพอร์เฟ็กต์ เพราะความไม่สมบูรณ์แบบนี่แหละที่อาจจะกลายมาเป็นจุดแข็งและเป็นเสน่ห์ที่ไม่มีใครเลียนแบบได้-แม้กระทั่งตัวเราเอง

ยอมรับและโอบกอดความเป็นมือสมัครเล่นของเรา เชื่อมั่นในสิ่งที่คิดจะทำ และเริ่มออกเดินทางกันได้แล้ว

—–

หนังสือ “ช้างกูอยู่ไหน” ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ ตามหาได้ที่ whatisitpress.com และร้านหนังสือทั่วไปครับ นายอินทร์จะหาง่ายหน่อย ส่วนที่ซีเอ็ดจะหายากหน่อยครับ

ถ้าเครียดแล้วรวยก็จะเครียดนะ

20200404

นี่เป็นคำพูดของอู๋ น้องที่ทำงานเก่าที่ออกมาทำอาชีพตากล้องเต็มตัวได้ร่วมสิบปีแล้ว (รูป pre-wedding งานแต่งงานของผมก็เป็นผลงานของน้องคนนี้)

ผมอ่านเจอสเตตัสของอู๋เมื่อวันสิ้นเดือน เห็นว่าเป็นข้อความที่มีประโยชน์ และน่าจะช่วยเพิ่มมุมมองในทางบวกให้กับคนที่กำลังลำบากอยู่ตอนนี้ได้ จึงขอนำมาลงไว้ในบล็อกนี้นะครับ

—–

เห็นหลายคนเริ่มเครียดเพราะไม่มีงานกัน คือจะบอกว่าส่วนตัวแล้ว ผมผ่านจุดนั้นมานานแล้ว

กลางปีก่อน ไม่มีงานเลย 3-4 เดือน ได้แต่นั่งมองเฟสเพื่อนๆ ลงงานกันโครมคราม ตอนนั้นแม่งเครียดชิบหาย ทำไมกูไม่มีงาน ทำไมกูไม่มีงาน ทั้งเครียดและกดดัน อีความซึมเศร้าก็มาถามหาอีกละ

จนแฟนก็พูดประโยคนึงประมาณว่า “นกมันยังไม่อดตายเลย”

คือในความจริงมันคงตายแหละ หลายคนคงเถียง

แต่พอเราฟังแล้วก็รู้สึกว่าเออ บางเรื่องเราไปบังคับไม่ได้ แบบไม่มีงาน จะไปบังคับใคร บังคับลูกค้า มึงต้องจ้างกูนะ หรือถ่ายรูปส่งสต้อกก็ต้องขายได้ทุกรูปงี้ มันก็ไม่ได้ไง แล้วไม่รู้จะเครียดทำไม เครียดแล้วรวยก็จะเครียดนะ นี้ไม่ได้อะไรแถมความดันมาหาอีก

ช่วงนั้นก็เลยปรับตัวลดการใช้จ่ายทุกสิ่ง ใครที่อยู่รอบตัวจะรู้แหละ มาชวนอะไรซื้ออะไรเราก็จะบอกว่าไว้ก่อน ยังไม่มีเงิน

การกินก็ประหยัด ทำกินเอง หุ่งข้าว ลดต้นทุนให้มากที่สุด จนถึงจุดนึงมันก็พอรอดมาได้บ้าง

รอบนี้ก็คงเหมือนกัน มองทางรอดเอาหลวมๆ แล้วก็ไม่ต้องไปเครียดมาก

สู้ๆ

—–

แฟนของอู๋ที่กล่าวว่านกยังไม่อดตายเลยชื่อน้องเมย์ เป็น illustrator ที่เคยฝากผลงานไว้ในงานแต่งงานของผมเช่นกัน นั่นคือภาพประกอบหนังสือ “เกิดใหม่” ซึ่งรวบรวมบทความที่ผมเขียนเอาไว้ก่อนจะเปิดบล็อก Anontawong’s Musings เสียอีก

ขอบคุณอู๋กับเมย์สำหรับข้อคิดดีๆ ครับ

—–

ใครอยากดูผลงานของอู๋กับเมย์ เชิญรับชมได้ที่ Nattaphotos และ Mame*zo 

ดาวน์โหลดหนังสือเกิดใหม่ได้ที่นี่

ความมั่นคงในชีวิตอยู่ที่ไหน

20200401b

สมัยเรียนจบใหม่ๆ ผมเคยคุยกับเพื่อนว่า ความมั่นคงในชีวิตไม่มีจริง มีแต่ความมั่นคงทางจิตวิญญาณเท่านั้น

ตอนนั้นคงพูดเอาเท่ๆ แต่พอมาพิจารณากับสถานการณ์ในตอนนี้ก็ดูจะมีความจริงอยู่ไม่น้อย

เพราะอะไรที่เราเคยคิดว่ามันจะจีรังยั่งยืน กลับล้มครืนไปกับคลื่นโคโรนาไวรัส ไม่รู้ว่าคลื่นนี้จะจบเมื่อไหร่ แล้วจะมีคลื่นลูกต่อไปอีกมั้ย

ที่ค่อนข้างแน่ใจ คือชีวิตของพวกเราจะไม่กลับไปเป็นเหมือนเดิม

งานที่เคยทำอาจไม่มีแล้ว ธุรกิจที่เคยหาเงินได้อาจหยุดชะงัก ทักษะที่เรามีอาจไม่เป็นที่ต้องการอีกต่อไป

แล้วเราจะไปหาความมั่นคงในชีวิตจากที่ไหน?

ผมคิดว่าก่อนจะมีความมั่นคงในชีวิตได้ เราต้องมีความมั่นคงทางจิตใจเสียก่อน

ความมั่นคงทางจิตใจนั้นน่าจะมาได้จากสามทาง

ทางแรกคือประสบการณ์ที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอ

ทางที่สองผ่านการอ่านการศึกษาจนมองได้ลึก มองได้กว้าง มองได้ไกล

ทางที่สามคือฝึกฝนจิตใจของตนให้ยอมรับความไม่แน่นอน ซึ่งปราชญ์ได้ชี้ทางเอาไว้หมดแล้ว เหลือแค่เมื่อไหร่เราจะเลิกดูเบาภูมิปัญญาเหล่านี้เพราะเคยคิดว่ามันไม่จำเป็น

เมื่อผ่านพ้น ศึกษา และฝึกฝนจนพอจะมีความมั่นคงทางจิตใจ ก็จะตั้งสติได้ในห้วงยามแห่งความเปลี่ยนแปลง

มนุษย์เป็นสัตว์ที่ปรับตัวเก่งอยู่แล้ว ต่อให้เจอสถานการณ์ที่เลวร้ายรุนแรงเพียงใดเราก็จะหาทางผ่านมันไปจนได้ ถ้ากายมันจะไปไม่รอดก็เพราะว่าใจมันเจ๊งก่อนเสียมากกว่า

พี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมาเคยกล่าวไว้ในหนังสือ “ปัญญาอนาคต” ว่า

“เมื่อถูกอนาคตไล่ล่า
จงอย่าเสียเวลากับการโหยหาอดีตอันยิ่งใหญ่
อย่าคร่ำครวญเศร้าโศกกับสงครามที่เพิ่งผ่านพ้นไป
หากจงเร่งสร้างตนเองขึ้นใหม่
เพราะการสร้างตัวตนขึ้นใหม่
คือหัวใจของการสร้างอนาคต”

เผื่อใจไว้ก่อนเลยว่าความเปลี่ยนแปลงจะมาอีกหลายระลอก และแต่ละระลอกมันอาจบังคับให้เราต้องสร้างตัวตนขึ้นมาใหม่

ความกลัวไม่ช่วยอะไร ความยึดติดไม่ช่วยอะไร สติ ปัญญา ความกล้า และความไม่ประมาทต่างหากที่จะพาเราฝ่าคลื่นวิกฤติลูกแล้วลูกเล่า

เมื่อใจเราพร้อมรับกับทุกสถานการณ์ นั่นแหละถึงจะเริ่มมีความมั่นคงในชีวิตอย่างแท้จริงครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

การเติบโตคือการหาความพอดีให้เจอ

20200401

เมื่อเรายังอ่อนด้อย เรามักจะสุดโต่งไปด้านใดด้านหนึ่ง

ตอนเป็นวัยรุ่นมีความรัก บางคนจะขี้อายจนไม่กล้าแม้แต่จะพูดคุยกับอีกฝ่าย ส่วนบางคนก็จีบไปเรื่อยราวกับมันคือเกม พอคบกันก็หึงหวงเป็นเจ้าข้าวเข้าของ พอเลิกกันก็จะเป็นจะตายเสียให้ได้

เมื่อเรียนจบทำงานใหม่ๆ บางคนก็ทุ่มเทกับงานเสียจนทุกอย่างในชีวิตรวนไปหมด ส่วนบางคนก็ทำงานแบบเช้าชามเย็นชามจนมองไม่เห็นความก้าวหน้าในวิชาชีพ

เมื่ออยู่ในวัยที่ควรก่อร่างสร้างตัว บางคนก็มุ่งแสวงหาและสะสมแต่ทรัพย์สินเงินทอง ส่วนบางคนก็ไม่วางแผนเผื่ออนาคตเลย

ความสุดโต่งด้านใดด้านหนึ่งย่อมนำมาซึ่งความเจ็บปวด และหากเรียนรู้จากความเจ็บปวดเราก็จะค่อยๆ ฉลาดขึ้นเรื่อยๆ และรู้ว่าจะวางตัววางใจกับเรื่องราวต่างๆ ในชีวิตอย่างไร

คนที่ผ่านความรักมาประมาณหนึ่งก็จะเรียนรู้ที่จะรักอย่างเปิดเผย จริงใจ แต่ก็ยังปล่อยวางได้ในคราวเดียวกัน

คนที่ทำงานมาจนเก๋าแล้ว ก็จะรู้ว่าจะทำงานอย่างจริงจังและมีอิมแพ็คอย่างไรโดยที่ตัวเองไม่เครียดจนซึมเศร้าหรือร่างกายพังไปเสียก่อน

ส่วนคนที่มีปัญญาทางการเงิน ก็จะเข้าใจความสำคัญของการวางแผน แต่ก็จะไม่ปล่อยให้การสะสมเงินทองมาเป็นสรณะในการดำเนินชีวิต

การเติบโตจึงไม่มีอะไรมากไปกว่าการค้นพบความพอดีในทุกๆ มิติของชีวิต

หาความพอดีให้เจอ แล้วเราจะได้เป็น “ผู้ใหญ่” อย่างแท้จริงครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ถ้าอยากเติบใหญ่ก็ต้องพร้อมเผชิญความไม่แน่นอน

20200218

Comfort Zone นั้นมันอุ่นใจ แต่ไม่ค่อยมีอะไรสนุก

ถ้าเกมนี้เรารู้ว่าเมื่อไหร่จะออกหัว เมื่อไหร่จะออกก้อย ก็ไม่มีอะไรให้ลุ้นอีกต่อไป

เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามคาดการณ์ ข้อดีคือเราจะไม่พลาด อัตตาตัวตนไม่โดนรังแก

ข้อเสียคือเราจะไม่ได้เรียนรู้อะไรใหม่ๆ เราวันนี้ไม่ได้เก่งกว่าเราเมื่อวานนี้เลย

ถ้าอยากเป็นคนที่ดีกว่าวันที่แล้ว ฉลาดกว่าวันที่แล้ว ก็ต้องพาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน

เมื่อเผชิญความไม่แน่นอน เราก็จะผิดพลาด ทบทวน เรียนรู้ และเติบโต ซึ่งนั่นเป็นทางเดียวที่จะมีความมั่นคงในอาชีพการงานได้อย่างแท้จริงในยุคนี้

ในโลกสมัยก่อน พื้นที่อุ่นใจคือกับพื้นที่ปลอดภัยนั้นทับซ้อนกันอยู่

ในโลกสมัยใหม่ พื้นที่อุ่นใจไม่ได้ทับซ้อนกับพื้นที่ปลอดภัยอีกต่อไป จริงๆ แล้วมันจะกลายเป็นพื้นที่อันตรายในอีกไม่ช้าด้วยซ้ำ

ถ้าอยากเติบโตอย่างปลอดภัย ก็ต้องพร้อมออกจากพื้นที่อุ่นใจเพื่อเผชิญความไม่แน่นอน

ไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว

—-

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เมล็ดพันธุ์นั้นอยากเติบโตอยู่แล้ว

20200217b

เมื่อเราฝังเมล็ดลงในผืนดิน เป็นธรรมชาติของมันที่จะอยากแตกหน่อ แตกกิ่งก้านสาขาออกมาเป็นต้นอ่อน

ถ้าเมล็ดไม่โผล่ออกมา เราคงไม่โทษเมล็ดก่อน แต่จะดูว่าดินของเราร่วนซุยพอรึยัง มันได้รับแสงแดดเพียงพอมั้ย และเราได้คอยรดน้ำให้มันบ้างรึเปล่า

เช่นเดียวกับเด็กทุกคนที่อยากเติบโต เช่นเดียวกับคนทำงานทุกคนที่อยากก้าวหน้า

ถ้าเขาโตช้ากว่าที่เราหวัง อาจไม่ใช่ความผิดที่ตัวเขา แต่เป็นความบกพร่องของสภาพแวดล้อม

ถ้าไม่เห็นหน่ออ่อน ก่อนที่จะต่อว่าเมล็ด ลองกลับมารดน้ำ พรวนดิน และให้มันได้รับแสงสว่างอย่างเพียงพอดูก่อนดีมั้ยครับ

—-

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

สิบกิโลแรกยากกว่าแสนกิโลหลัง

20190707_firstten

เสาร์ที่ 20 กรกฎาคมนี้ จะเป็นวันครบรอบ 50 ปีการไปเยือนดวงจันทร์ของยานอะพอลโล 11

โลกกับดวงจันทร์นั้นห่างกัน 384,400 กิโลเมตร หรือ 40 เท่าของระยะทางกรุงเทพ-ลอนดอน ยานอะพอลโลใช้เวลาในการเดินทางเกือบ 103 ชั่วโมง

จรวดที่ส่งอะพอลโล 11 ไปดวงจันทร์นั้นมีชื่อว่า Saturn V ซึ่งมีเครื่องยนต์ 3 stage ด้วยกัน

Stage 1 มีเชื้อเพลิง 2 ล้านลิตร

Stage 2 มีเชื้อเพลง 1.3 ล้านลิตร

Stage 3 มีเชื้อเพลิง 0.3 ล้านลิตร

Stage 1+2 มีเชื้อเพลิงมากกว่า Stage 3 ประมาณ 11 เท่า แต่ถูกใช้หมดไปตั้งแต่ 9 นาทีแรกที่ออกเดินทาง

ส่วน Stage 3 ที่มีเชื้อเพลิงน้อยกว่าใครเพื่อนนั้น ถูกใช้งานสำหรับการเดินทางอีกหลายแสนกิโลมตรและร้อยชั่วโมงที่เหลือ

เหตุผลที่ช่วงแรกต้องใช้เชื้อเพลิงเยอะขนาดนั้น ก็เพราะว่ายานต้องพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงของโลกให้ได้

ผมว่าชีวิตคนเราก็ไม่ต่างกัน

สิบกิโลแรกยากกว่าแสนกิโลหลัง

ลองถามคนที่ไม่เคยออกกำลังกายแต่สุดท้ายกลับมาวิ่งมาราธอนได้ หรือคนที่ฐานะยากจนแต่สร้างเนื้อสร้างตัวจนเป็นเศรษฐีได้ หรือสตาร์ทอัพที่เกือบเจ๊งในช่วงปีแรกแต่กลับมาเติบโตเป็น 10 เท่าในภายหลังได้

สิบกิโลแรกยากกว่าสิบกิโลถัดไป และล้านแรกนั้นยากกว่าล้านถัดไปเสมอ

เหตุเพราะช่วงแรกนั้นเรามีแรงโน้มถ่วงของอดีตฉุดรั้งเราไว้อยู่ เราจึงจำเป็นต้องออกแรงให้มากที่สุดเพื่อพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงนั้น

การพาตัวเองออกจากแรงโน้มถ่วงฟังแล้วดูเหนื่อยหนักก็จริง แต่ข่าวดีก็คือเมื่อผ่านจุดนั้นมาแล้ว การเดินทางอีกแสนกิโลที่เหลือก็อาจจะไม่ใช่เรื่องยากเย็นอีกต่อไปครับ

—–
ขอบคุณภาพจาก Flickr: NASA on The Commons

ขอบคุณข้อมูลจาก Space.com NASA’s Mighty Saturn V Moon Rocket Explained (Infographic)

เจ็บปวดจึงเติบโต

20190626_paingrowth

จำคำนี้เอาไว้เลย

เจ็บปวดจึงเติบโต

เพราะมันจะช่วยให้เราผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

ไม่มีการเติบโตใดที่ไม่ต้องประสบความเจ็บปวด

อกหัก ทำให้เราเป็นคนรักที่ดีกว่านี้

งานหนัก ทำให้เราเก่งขึ้น อดทนมากขึ้น

ล้มเหลว คือโอกาสให้เราเริ่มใหม่อย่างฉลาดกว่าเดิม

เมื่อไหร่ที่เจอกับความเจ็บปวด บอกตัวเองอย่าเพิ่งใจเสาะ เราเข้มแข็งกว่าที่เราคิด

และบอกตัวเองไว้เลยว่านี่คือโอกาสทองที่จะก้าวไปอีกขั้นหนึ่งของชีวิต

เมื่อผ่านช่วงเวลานี้ไป เราจะเก่งกว่าเดิม แกร่งกว่าเดิม และมองกลับมาด้วยสายตาที่เข้าใจกว่าเดิมแน่นอน

ชี้หน้าต่างหรือชี้กระจก

20190225_windowmirror

ในยามทีเรื่องราวไม่เป็นใจ

มาประชุมสาย ทำงานผิดพลาด วีนใส่ลูกน้อง

เราจะชี้ไปที่หน้าต่างหรือจะชี้ไปที่กระจก

คนที่ชี้ไปที่หน้าต่าง คือคนที่บอกว่ามาสายเพราะรถติด ทำงานผิดเพราะเจ้านายเรื่องมาก วีนลูกน้องเพราะสอนไม่เคยจำ

ส่วนคนที่ชี้ไปที่กระจก คือคนที่บอกว่ามาสายเพราะตอนเช้าชิลล์ไปหน่อย ทำงานผิดพลาดเพราะเราไม่ตรวจให้ดีก่อนส่ง วีนลูกน้องเพราะเราใจร้อนไปเอง

เมื่อเราโทษปัจจัยภายนอก เรากำลังชี้ไปที่หน้าต่าง

เมื่อยอมรับได้ว่าเราเองก็มีส่วนเกี่ยวข้องและควรป้องกันมันได้ เรากำลังชี้ไปที่กระจก

ชี้หน้าต่างบ่อยๆ ได้ปกป้องอัตตาตัวตน

ชี้กระจกบ่อยๆ ได้ลดอัตตา ได้เรียนรู้ และได้เติบโตครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจากพอดคาสท์ The Tim Ferris Show: Jim Collins 

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่นที่ 12 วันเสาร์ที่ 9 มีนาคมนี้ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/tgimtimemar19 (เหลือ 11 ที่)