เหตุผลที่คนเราควรได้ผิดพลาดซ้ำสอง

เรารู้กันดีว่า Henry Ford คือผู้ปฏิวัติวงการผลิตรถยนต์ด้วยการประกอบรถผ่านสายพานการผลิตจนสามารถสร้างรถยนต์ในราคาที่ทุกคนเข้าถึงได้

ฟอร์ดชอบให้คนงานได้ทดลองอะไรใหม่ๆ เปลี่ยนนู่นเปลี่ยนนี่เพื่อจะดูว่ามันสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและผลิตภาพได้รึเปล่า

หนึ่งในกฎเหล็กของฟอร์ดที่อาจะฟังดูแปลกประหลาดก็คือ เขาไม่ยอมให้มีการจดบันทึกไว้ว่ามีการทดลองใดที่ล้มเหลวบ้าง

ฟอร์ดกล่าวในหนังสือที่ชื่อ My Life and Work ไว้ว่า

“ผมไม่ค่อยสนใจว่าคนงานจะจำได้หรือไม่ว่าคนอื่นๆ เคยลองอะไรมาแล้วบ้าง เพราะถ้าเราจดเก็บเอาไว้ รายการของ “สิ่งที่ทำไม่ได้” จะยาวเป็นหางว่าว

นี่คือปัญหาของการบันทึกอย่างละเอียดลออ ถ้าเราจดทุกความล้มเหลวเอาไว้ เราก็จะมีเอกสารที่บอกเป็นนัยว่าไม่เหลืออะไรให้เราลองได้อีกแล้ว

แต่การที่คนคนหนึ่งทำวิธีนี้แล้วล้มเหลว ก็ไม่ได้แปลว่าอีกคนจะทำแล้วล้มเหลวเสมอไป”


เราได้ยินกันมาตลอดว่า คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ไม่ควรผิดพลาดซ้ำสอง

อะไรที่เคยเจ็บก็ควรจำ ไม่ใช่ผิดซ้ำให้เจ็บใหม่

แต่แนวคิดเช่นนี้ก็มีจุดอ่อนในตัวมันเองเหมือนกัน

เพราะไม่มีสิ่งใดคงทนถาวร สถานการณ์และบริบทในวันนี้ย่อมต่างจากสถานการณ์และบริบทของ 10 ปีที่แล้ว

เมื่อสภาพแวดล้อมเปลี่ยนไป บางไอเดียที่เคยดูไม่เข้าท่าอาจจะกลายเป็นไอเดียที่ดี

เรียนรู้จากอดีตได้ แต่อย่าให้มันตีตราเราไว้

เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป ผลลัพธ์ก็เปลี่ยนได้เช่นกันครับ


ขอบคุณเนื้อหาบางส่วนจาก Collaborative Fund: Experts From A World That No Longer Exists

แด่คนดีที่ชอบตัดสิน

เมื่อวันเสาร์ผมได้ไปเดินงานสัปดาห์หนังสือที่สถานีกลางบางซื่อมาครับ

บู๊ธที่ได้หนังสือเยอะที่สุดคือบู๊ธ A58 ของสำนักพิมพ์เป็ดเต่าควาย / PTK Studio

จริงๆ ผมไม่รู้จักชื่อสำนักพิมพ์นี้ เดินผ่านโดยบังเอิญและเห็นว่าน่าสนใจเพราะมีหนังสือการ์ตูนหมีแพนด้าเต็มไปหมด พอเดินเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงเห็นปกหนังสือที่คุ้นตา เป็นรูปปลาวาฬสีขาวบนแบ็คกราวด์สีน้ำเงิน หนังสือชื่อ “ยอดมนุษย์ดาวเศร้า” เขียนโดย องอาจ ชัยชาญชีพ

ชื่อคุ้นมาก…พอไล่ดูปกหนังสือถึงเห็นว่าเป็นคนเดียวกับที่เขียนเรื่อง “หมูบินได้” หนังสือเล่มโปรดที่ผมเคยอ่านเมื่อสิบกว่าปีที่แล้วและซื้อเป็นของขวัญให้คนอื่นหลายเล่ม

ผมอ่านยอดมนุษย์ดาวเศร้าจบตั้งแต่อยู่ในงาน แม้จะเป็นการ์ตูน แต่ก็หนาเกือบสี่ร้อยหน้า และมีข้อความชวนให้คิดเยอะมาก

หนึ่งในตอนที่ผมประทับใจเป็นพิเศษคือบทสนทนาระหว่าง “น้ำ” เด็กผู้หญิงเจ้าชู้ กับ “ป้อม” เจ้าของสำนักพิมพ์เซอร์ๆ ที่ครองความโสดมาโดยตลอด

น้ำ: พี่ว่าหรูแรดปะวะ? โอ๊ย…ไม่รู้จะถามทำไม…หนูแม่งแรดอยู่แล้วเห็นๆ…แย่ว่ะ ใครที่รู้เรื่องหนูก็คงบอกว่าหนูแม่งโคตรชั่วแน่ๆ

ป้อม: คนเรามันก็ตัดสินคนอื่นจากมุมมองของตัวเองกันทั้งนั้นแหละ อะไรที่มันต่างจากขอบเขตศีลธรรมของตัวเอง เค้าก็ตัดสินว่าชั่วทั้งนั้นแหละ

น้ำ: แล้วมุมมองของพี่ล่ะ?

ป้อม: …เฮ้อ…แกก็รู้…คนอย่างพวกเราจะไปตัดสินใครได้วะ…นั่นอาจจะเป็นข้อดีอย่างหนึ่งของคนชั่วๆ อย่างพวกเรามั้ง

น้ำ: แล้วทำไมคนอื่นเค้าถึงกล้าตัดสินคนกันวะพี่ ทั่งที่ไม่รู้ว่าชีวิตคนนั้นต้องเผชิญอะไรมาบ้าง

ป้อม: คนพวกนั้นมันอยู่คนละจักรวาลกับพวกเรา ฉันถึงกลัวพวกที่คิดว่าตัวเองมีศีลธรรมสูงกว่าใครไง ถ้าใช้มาตรฐานศีลธรรมตัวเองมาตัดสินคนอื่นมันก็จอมปลอมทั้งนั้นแหละ…คนมีศีลธรรมจริงๆ แม่งจะไม่ตัดสินใครง่ายๆ หรอก…เพราะเขาต้องหมั่นตรวจสอบศีลธรรมของตัวเองก่อน โดยเฉพาะในเวลาที่เขาคิดจะตัดสินคนอื่น…

น้ำ: แรงนะพี่ ถ้าออกสื่อพี่โดนถล่มแน่

ป้อม: ใครจะไปพูดวะ ก็อยู่ให้เป็นสิ อีกอย่างไอ้พวกออกตัวว่ามีศีลธรรมสูงเพราะไม่ได้ทำอะไรที่มันขัดต่อศีลธรรมตัวเองน่ะ…เค้านึกว่าตัวเองมีความอดกลั้น มีความละอายไง แต่จริงๆ หลายคนแม่งก็แค่ไม่มีโอาส ถ้ามีโอกาสนะแกเอ๋ย…คนพวกนี้แม่ง…บรื๋อ ขนลุก


ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ ยอดมนุษย์ดาวเศร้า โดย องอาจ ชัยชาญชีพ สำนักพิมพ์เป็ดเต่าควาย

การแก้แค้นที่ดีที่สุดคืออย่าเป็นเช่นนั้นเสียเอง

“The best revenge is not to be like your enemy.”

-Marcus Aurelius

ถ้าเราแค้นรุ่นพี่ที่รับน้องแรงๆ เราก็อย่าเป็นเช่นนั้นเสียเอง

ถ้าเราแค้นพ่อค้าที่เอาเปรียบลูกค้า เราก็อย่าเป็นเช่นนั้นเสียเอง

ถ้าเราแค้นผู้นำที่คอรัปชั่น เราก็อย่าเป็นเช่นนั้นเสียเอง

เพราะเป็นการง่ายมากที่เรามักจะเผลอเป็นเช่นนั้นเสียเอง

หนึ่ง เพราะเราคือผลผลิตของสิ่งแวดล้อม

สอง เพราะธรรมชาติของจิตใจนั้นไหลลงต่ำ

สาม เพราะกิเลสของเรานั้นเจ้าเล่ห์ ล่อหลอกให้เราเชื่อว่าถึงคนอื่นทำมันจะผิด แต่ที่เราทำนั้นเป็นเรื่องเล็ก มีเหตุผล และใครๆ ก็ทำกัน

เด็กปีหนึ่งที่เคยโดนรับน้องแรงๆ พอขึ้นปีสองก็เลยกลายเป็นรุ่นพี่จอมโหดเพื่อรักษาประเพณีเอาไว้

ลูกค้าที่เคยโดนพ่อค้าที่เอาเปรียบ พอมีธุรกิจของตัวเองก็อาจค้ากำไรเกินควร ด้วยเหตุผลว่าต้องดูแลคนในบริษัทและคนในครอบครัว

ประชาชนที่ต่อต้านรัฐบาลคอรัปชั่น เมื่อโดนตำรวจเรียกเพราะทำผิดกฎจราจรจึงเชื่อว่าการให้เงินตำรวจร้อยสองร้อยเพื่อแลกกับการไม่ต้องโดนยึดใบขับขี่นั้นเป็นเรื่องสมเหตุสมผล

ไม่ได้จะบอกว่ามันผิดหรือถูก แค่จะบอกว่าโลกมันก็เทาๆ อย่างนี้ ในดำมีขาว ในขาวมีดำ ดังนั้นอย่าออกตัวแรง

แต่ถ้าเราแค้นเคืองเรื่องใดจริงๆ เรื่องไหนที่เรารับไม่ได้จริงๆ ก็จงตั้งปณิธานว่าเราจะไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด-ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใดก็ตาม-ไม่ว่าใครๆ เขาจะทำกันก็ตาม

ไม่อย่างนั้นเราจะอยู่กับตัวเองได้ลำบาก

ไม่อย่างนั้นเราจะกลายเป็นคนหน้าไหว้หลังหลอกโดยไม่รู้ตัวครับ