นิทานกวาดลานวัด

20190705_sweep

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มีเณรรูปหนึ่งที่รับหน้าที่กวาดใบไม้ที่ร่วงหล่นลงตามลานวัดให้สะอาดเอื่ยมทุกเช้า

เณรน้อยต้องใช้เวลาอย่างมากในการกวาดใบไม้ จึงพยายามขบคิดหาวิธีลดภาระ

มีพระรูปหนึ่งล่วงรู้ถึงปัญหาของเณรน้อย จึงได้เสนอแนะว่า

“ก่อนที่เจ้าจะลงมือกวาดใบไม้ ทำไมเจ้าไม่เขย่าต้นไม้แรงๆ ให้ใบไม้ร่วงลงมาให้หมดก่อนแล้วค่อยกวาดล่ะ เพียงเท่านี้เจ้าก็ไม่ต้องกวาดลานวัดอีกต่อไป”

เณรน้อยจึงรวบรวมกำลังเขย่าต้นไม้อย่างรุนแรงก่อนจะกวาดลานวัด เมื่อกวาดเสร็จเณรน้อยรู้สึกสบายใจเป็นอย่างยิ่งเพราะเชื่อว่าพรุ่งนี้จะสบายแล้ว

วันถัดมา เณรน้อยตื่นขึ้นมาด้วยความสดชื่น ทว่าเมื่อมาถึงลานวัดกลับต้องนิ่งงัน เพราะลานวัดเต็มไปด้วยใบไม้มากมายไม่แตกต่างอะไรกับวันอื่นๆ

เจ้าอาวาสที่ทราบเรื่องราวจึงเดินมากล่าวกับเณรน้อย

“ไม่ว่าวันนี้เจ้าจะพยายามเขย่าต้นไม้เท่าไร วันพรุ่งนี้ใบไม้ยังคงร่วงหล่นเช่นเดิม”

—–

ขอบคุณนิทานจากเพจ Bodhi Meditation Singapore

นิทานเศรษฐีสีเขียว

20190626_green

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

มหาเศรษฐีคนหนึ่งมีทรัพย์สินมาก แต่เป็นคนเจ้าอารมณ์ และมักจะปวดศีรษะอยู่เป็นประจำ

วันหนึ่งเขาได้ประกาศว่าจะให้รางวัลเป็นทรัพย์สินครึ่งหนึ่งแก่ใครก็ตามที่รักษาอาการปวดหัวของเขาได้

หมอและผู้เชี่ยวชาญต่างก็มาเสนอแนะวิธีรักษาโรคปวดหัวของเศรษฐีผู้นี้ มีทั้งรักษาด้วยสมุนไพรต่างๆ ยาแผนต่างๆ เอามาให้ แต่ก็ไม่มีใครสามารถทำให้อาการปวดหัวของเศรษฐีหายได้อย่างถาวร

อยู่มาวันหนึ่ง มีฤาษีตนหนึ่งมาเยี่ยมเศรษฐี เศรษฐีได้เล่าถึงโรคประจำตัวของเขาให้ฤาษีทราบ ฤาษีจึงบอกกับเศรษฐีว่า

“วิธีรักษาอาการปวดหัวของท่านง่ายนิดเดียว นั่นคือท่านจะต้องมองทุกอย่างให้เป็นสีเขียวตลอดเวลา แล้วอาการปวดหัวก็จะหายไป”

วันรุ่งขึ้น เศรษฐีจึงจ้างช่างทาสีหลายร้อยคนมาช่วยกันทาสีบ้านทุกหลังในหมู๋บ้านให้เป็นสีเขียวแถมยังซื้อเสื้อผ้าสีเขียวให้ชาวบ้านทุกคนใส่

จากนั้น ไม่ว่าเศรษฐีมองไปทางใดก็เห็นสีเขียวตลอดเวลา อาการปวดหัวของเขาก็ค่อยๆ ดีขึ้น

สองสามเดือนถัดมา ฤาษีได้กลับมาเยี่ยมเศรษฐีอีกครั้งต่ก็ต้องเผชิญกับช่างทาสีคนหนึ่งซึ่งร้องตะโกนว่า

“หยุด หยุด ท่านจะเข้ามาในหมู่บ้านนี้ในชุดนี้ไม่ได้ เดี๋ยวผมจะทาสีท่านให้เป็นสีเขียวก่อน”

ฤาษีวิ่งหนีและหลบเข้าไปในบ้านของเศรษฐี เมื่อพบกันฤาษีจึงตำหนิเศรษฐี

“ทำไมท่านถึงเสียเงินทองและเวลามากมายเพื่อเปลี่ยนสิ่งต่างๆ รอบตัวท่านเล่า
ท่านเพียงแค่สวมแว่นตาสีเขียวเท่านั้น ท่านก็จะมองเห็นทุกสิ่งรอบตัวเป็นสีเขียวแล้ว”

—–

ขอบคุณนิทานจากดร.อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา จากเว็บไซต์ Go To Know โดยคุณสมลักษณ์ (ลักษณวงศ์) วงศ์สมาโนดน์ 

นิทานถูกหรือผิด

20190614_rightorwrong

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

พระหนุ่มสามรูปเพิ่งบวชพรรษาแรก

พระหนุ่มรูปแรกตื่นแต่เช้ามืด เดินถือไฟฉายส่องทางเดิน เมื่อเจอหอยทากก็เก็บไปปล่อยยังที่ที่ปลอดภัยเพื่อไม่ให้พระสงฆ์เดินเหยียบ

พระหนุ่มรูปที่สองผ่านมาเห็นจึงเกิดความสงสัย

“ท่านทำเช่นนี้เพื่ออะไรกัน”

“ที่ผมทำเช่นนี้ก็เพื่อให้เกิดบารมี โดยการเพียรทำดีอยู่ทุกวัน”

“ท่านเอ๋ย รู้ตัวมั้ยว่าท่านกำลังทำให้ชาวนาเดือดร้อน ลองคิดดูว่าชาวนาต้องเสียแรงกำจัดหอยทากที่มากัดกินพืชสวนไร่นาสักเพียงใด แต่นี่ท่านกลับช่วยชีวิตให้มันขยายเผ่าพันธุ์ได้เต็มที่”

พระหนุ่มรูปที่สามได้ยิน จึงแสดงความเห็นต่าง

“มิได้เป็นดังที่ท่านว่าหรอก ท่านก็เพียงแต่อยากจะช่วยเหลือสัตว์โลกเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาสร้างความเดือดร้อนกับชาวไร่ชาวนาแต่อย่างใด”

พระหนุ่มทั้งสามโต้เถียงกันยาวนาน เมื่อไม่ได้ข้อสรุปจึงไปปรึกษาพระอาจารย์

“ผมมาบวชก็หวังแต่จะทำความดีงามให้บังเกิด ความดีก็เหมือนหยดน้ำ เมื่อสะสมทีละหยด นานวันเข้าย่อมเต็มภาชนะ แล้วเช่นนี้จะมาบอกว่าที่ผมทำเป็นบาปได้อย่างไร”

“เออ ถูกของเธอแล้ว” พระอาจารย์ตอบ

“แม้นักบวชจะเหยียบหอยทากในตอนเช้ามืด เราก็ย่อมไม่ผิดเพราะเราไม่ได้มีเจตนาจะฆ่า แต่เมื่อเราส่งเสริมให้หอยทากเหล่านี้ไม่ตาย ปล่อยให้ไปทำลายเรือกสวนไร่นาก็เท่ากับเป็นการสร้างเวรกรรมให้ชาวบ้าน สู้ปล่อยให้มันตายเองด้วยการที่เรามิได้เจตนาย่อมจะดีกว่า”

“เออ ถูกของเธอจริงๆ” พระอาจารย์กล่าว

พระหนุ่มรูปที่สามกล่าวต่อ “แม้จะเป็นสัตว์เล็กๆ ดูต้อยต่ำ แต่ทุกชีวิตก็มีคุณค่า การที่ท่านได้ช่วยชีวิตพวกมันให้รอดพ้น ก็เท่ากับเป็นการช่วยให้เราเหล่านักบวชไม่ต้องทำบาปที่เราไม่อยากทำ”

“เออ ถูกแล้วที่เธอพูดมา”

เณรน้อยที่นั่งอยู่ข้างๆ พระอาจารย์จึงเกิดความสงสัย

“ท่านอาจารย์บอกว่าที่พระพูดมาก็ถูกต้องทั้งสามท่านเลย ถ้าทุกคนถูกหมดแล้วจะมีใครผิดล่ะ และการจะถูกต้องทั้งสามคนนั้นจะเป็นไปได้ด้วยหรือ”

พระอาจารย์ยิ้มตอบ “ที่เจ้าพูดมาก็ถูกอีกนั่นแหละ”

—–

ย่อความจากนิทานเรื่อง “ถูกต้องทั้งนั้น” หนังสือ เรียนชีวิตผ่าน…นิทานเซน กระตุกความคิด สะกิดปัญญา 

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 4 แล้ว – ร่วมสนุกกับกิจกรรมแจกหนังสือได้ที่นี่ครับ bit.ly/tgimbook4

นิทานอันตราย

20190614_danger

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

อำมาตย์ท่านหนึ่งเดินทางไปเยี่ยมพระอาจารย์เซ็น เห็นพระอาจารย์นั่งอยู่บนต้นไม้

“พระอาจารย์ขอรับ รีบลงมาเถิด นั่งอยู่บนกิ่งไม้อันตรายเหลือเกิน”

“ท่านอำมาตย์ สิ่งที่อยู่รอบตัวท่านไม่อันตรายเสียยิ่งกว่านี้หรือ”

“พระอาจารย์ท่านลืมไปแล้วหรือว่าข้าเป็นถึงอำมาตย์ใหญ่เชียวนะ จะมีอันตรายใดมาทำร้ายข้าได้เล่า”

“ก็ที่ที่ท่านอยู่มีแต่คนประจบสอพลอ แก่งแย่งชิงดี เช่นนี้แล้วจะไม่เรียกว่าอันตรายได้อย่างไร”

—-

ย่อความจากนิทานเรื่อง “คนมีปัญญา” หนังสือ เรียนชีวิตผ่าน…นิทานเซน กระตุกความคิด สะกิดปัญญา 

นิทานเรือบาป

20190607_ship

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ศิษย์และอาจารย์เดินผ่านท่าน้ำริมทะเล เห็นเรือกำลังออกจากท่าไปส่งผู้โดยสาร

หลังจากเรือลงน้ำไปแล้ว กุ้งหอยปูปลาโดนทับตายเป็นจำนวนมาก ลูกศิษย์เห็นแล้วสงสารยิ่งนัก

“ขณะที่ชาวเรือนำเรือออกไปนั้น กุ้งหอยปูปลาตายไปไม่น้อย นี่เป็นความผิดบาปของชาวเรือหรือผู้โดยสารครับ”

“ไม่ได้เป็นบาปของชาวเรือ และไม่ได้เป็นบาปของผู้โดยสาร” พระอาจารย์ตอบ

ลูกศิษย์งง “ถ้าไม่ได้เป็นบาปของทั้งสองฝ่าย แล้วจะเป็นบาปของใคร”

“ก็เป็นของเจ้านะสิ” พระอาจารย์ตอบ

“ชาวเรือประกอบอาชีพนี้เพื่อหาเลี้ยงปากท้อง ผู้โดยสารจำเป็นต้องขึ้นเรือเพราะต้องเดินทาง กุ้งหอยปูปลาโดนเรือทับเพราะซ่อนตัวอยู่ในทราย นี่จะเป็นความผิดของใครได้?

กรรมเกิดจากจิต ถ้าจิตไม่มี กรรมก็ไม่มี แต่นี่เจ้ากลับไปสร้างสิ่งที่ไม่มีให้มันมี สร้างผิดถูกขึ้นมาเอง ไม่ใช่ผิดบาปที่เจ้าหรอกหรือ?”

—–

ขอบคุณนิทานจาก zulander: ผิดบาปที่ใคร