นิทานกากับเหยี่ยว

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ฝูงกากับฝูงเหยี่ยวทำข้อตกลงกันว่า หากใครล่าอะไรมาได้จะแบ่งกันคนละครึ่ง

วันหนึ่งกาและเหยี่ยวพบหมาจิ้งจอกตัวหนึ่งที่เพิ่งหนีพ้นจากการล่าของนายพราน แต่ก็บาดเจ็บจนอาการร่อแร่มานอนซมอยู่ใต้ต้นไม้

ฝูงกาบอกว่า “พวกเราจะเอาท่อนบนของหมาจิ้งจอกตัวนี้แล้วกัน”

ฝูงเหยี่ยวจึงตอบว่า “ตกลง งั้นพวกเราจะเอาท่อนล่างของมัน”

หมาจิ้งจอกหัวเราะเสียงดังแล้วกล่าวว่า

“ข้าเข้าใจมาตลอดว่าเหยี่ยวนั้นเป็นสัตว์ที่เหนือชั้นกว่ากา เหยี่ยวจึงควรจะได้ท่อนบนของข้าไป เพราะมีทั้งมันสมองและอวัยวะที่สำคัญอีกหลายอย่าง”

“จริงด้วย งั้นพวกเราขอท่อนบนแล้วกัน” ฝูงเหยี่ยวกล่าว

“ไม่ได้สิ พวกเจ้าต้องเอาท่อนล่างอย่างที่บอกไว้ตอนแรก” ฝูงกาประท้วง

เมื่อไม่มีใครยอมใคร ฝูงกาและฝูงเหยี่ยวจึงยกพวกตะลุมบอนกันยกใหญ่จนทั้งสองฝ่ายบาดเจ็บและล้มตายไปเป็นจำนวนมาก ที่เหลือรอดก็บินหนีหัวซุกหัวซุน

หมาจิ้งจอกยังคงอยู่ที่ใต้ต้นไม้นั้นไปอีกหลายวัน ได้กินทั้งเนื้อเหยี่ยวและเนื้อกาเป็นอาหารจนเริ่มมีกำลังวังชาและกลับมาแข็งแรงอีกครั้ง ก่อนจะเดินจากไปพร้อมกล่าวว่า

“ผู้อ่อนแอย่อมได้ประโยชน์จากการทะเลาะกันของผู้แข็งแกร่ง”


ขอบคุณนิทานอินเดียจากหนังสือ The 48 Laws of Power by Robert Greene

นิทานดอกไม้บนรถบัส

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

เหตุเกิดบนรถบัสประจำเมืองเดนเวอร์

เมื่อหญิงสาววัยยี่สิบกว่าก้าวขึ้นรถและเดินไปนั่งที่แถวหลัง เธอก็เห็นชายชราคนหนึ่งที่นั่งถือดอกไม้ช่อใหญ่

ดอกไม้ช่อนั้นสวยมากจนเด็กสาวต้องแอบชำเลืองมองอยู่หลายครั้ง

เมื่อถึงป้ายที่ชายชราจะลง เขาก็กดออด หันมาหาเด็กสาว แล้วยื่นช่อดอกไม้ให้เธอ

“ท่าทางหนูจะชอบดอกไม้ช่อนี้ และภรรยาของลุงเค้าก็น่าจะอยากให้หนูได้ดอกไม้ช่อนี้ไป หนูเก็บเอาไว้นะ เดี๋ยวลุงจะบอกภรรยาของลุงให้”

เด็กสาวรับช่อดอกไม้มาอย่างงงๆ และกล่าวขอบคุณ ก่อนจะมองชายชราลงจากรถบัสและเดินเข้าไปในสุสาน


ดัดแปลงจากเนื้อหาในหนังสือ The Original Chicken Soup for the Soul

นิทานเมียไม่ทำงาน

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สามีมาพบนักจิตวิทยาเพราะเขาไม่พอใจภรรยา รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่เขาต้องหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียว

ตอนนี้คุณทำงานอะไร?
เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีครับ

แล้วภรรยาของคุณล่ะ?
เธอไม่ได้ทำงานครับ

ใครทำอาหารเช้าให้ที่บ้านกิน?
ภรรยาของผม

ภรรยาของคุณตื่นกี่โมง?
ประมาณ ตี 5 เพราะเธอต้องทำความสะอาดบ้านก่อนทำอาหารเช้า

แล้วใครไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียน?
ภรรยาของผมเป็นคนพาลูกๆ ไปโรงเรียน เพราะเธอไม่ต้องไปทำงาน

หลังจากพาเด็กๆไปโรงเรียน เธอก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วใช่มั้ย?
ก็มีไปจ่ายตลาด แล้วก็กลับบ้านเพื่อทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า

ตอนเย็นพอกลับถึงบ้าน คุณทำอะไรบ้าง ?
ดูทีวีครับ เพราะว่าผมเหนื่อยกับงานมาตลอดทั้งวันแล้ว

แล้วภรรยาของคุณล่ะ?
เตรียมอาหารให้ผมและลูกๆ ล้างจาน ล้างครัว ทำความสะอาดบ้าน พาเด็กๆ อาบน้ำ พาลูกๆ เข้านอน เธอเล่านิทานจนลูกๆ หลับ เสร็จแล้วเธอก็ไปเตรียมเสื้อผ้าให้ผมและลูกๆ มาแขวนเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

เธอเข้านอนกี่โมง?
ไม่แน่ใจ ส่วนใหญ่ผมหลับก่อน

แล้วคุณยังคิดว่าเธอไม่ทำงานอีกเหรอ?

นิทานกำจัดหญ้า

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง นักปรัชญาพาลูกศิษย์มาตรงพื้นที่ที่เต็มไปด้วยหญ้ายาว แล้วถามลูกศิษย์ว่า

“จะกำจัดหญ้าให้หมดไปจากบริเวณนี้ได้อย่างไร”

ลูกศิษย์เสนอความคิดกันไปต่างๆ นานา คนแรกบอกว่าจุดไฟเผา คนที่สองบอกว่าใช้เคียวถอนราก คนที่สามบอกว่าให้เอายามาพ่น

นักปรัชญาไม่พูดอะไร เขาแบ่งพื้นที่ดังกล่าวออกเป็นสามส่วน ให้ลูกศิษย์ของเขาลงมือจัดการตามวิธีที่แต่ละคนเสนอมา

คนที่เลือกเอาไฟเผา เพียงหนึ่งชั่วโมงก็เผาหญ้าจนเกลี้ยง แต่หลังจากนั้นเพียงไม่กี่วันหญ้าก็เริ่มขึ้นใหม่ แถมยังขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย

คนที่เลือกใช้เคียวถอนราก ต้องใช้เวลาเกือบหนึ่งสัปดาห์กว่าจะถอนหญ้าจนหมด แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่วันหญ้าก็เริ่มขึ้นมาใหม่อีกครั้ง

ส่วนคนที่เลือกพ่นยานั้น สามารถกำจัดหญ้าได้เพียงแต่ส่วนที่พ้นจากพื้นดินเท่านั้น ไม่สามารถกำจัดไปถีงรากได้

บรรดาลูกศิษย์ได้แต่ยอมแพ้และเดินจากไปด้วยความผิดหวัง

ไม่กี่เดือนต่อมา นักปรัชญาได้นำลูกศิษย์มาที่นี่อีกครั้งหนึ่ง บรรดาลูกศิษย์ได้แต่ประหลาดใจกับสิ่งที่ปรากฏอยู่ตรงหน้า เพราะพื้นที่นี้กลับกลายเป็นทุ่งข้าวสาลีสีเขียวชอุ่ม

นักปรัชญายิ้มแล้วพูดว่า

“หากต้องการกำจัดหญ้า เธอจงปลูกพืชอย่างอื่นลงบนพื้นดิน”


ขอบคุณนิทานจาก Prakal’s Blog: นิทานสอนใจ ถอนหญ้า จากหนังสือ ฮาร์วาร์ด สอนวิธีคิด เล่มที่ 2 เขียนโดย เหวย์ ซิ่วอิง แปลโดยจิราพร เนตรสมบัติผล

นิทานคุณตาอารมณ์ดี

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ในรายการทอล์คโชว์รายการหนึ่ง คุณตาผมขาวโพลนถือไม้เท้าเดินกะโผลกกะเผลกขึ้นเวทีก่อนจะค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงบนเก้าอี้อย่างทุลักทุเล

“คุณตาไปหาหมอบ่อยมั้ยครับ” พิธีกรยิงคำถามแรก

“บ่อยสิ”

“ทำไมล่ะครับ”

“คนไข้ก็ต้องหมั่นไปเยี่ยมหมอบ่อยๆ สิ ไม่อย่างนั้นหมอก็ตกงานพอดี!”

“แล้วคุณตาต้องปรึกษาเภสัชกรมั้ยว่าต้องทานยายังไง”

“แหงอยู่แล้ว ไม่งั้นเภสัชกรก็ตกงานเหมือนกัน”

“แล้วคุณตากินยาตามที่หมอสั่งมั้ย?”

“ส่วนใหญ่ทิ้งลงถังขยะนะ ผมก็ยังอยากมีชีวิตอยู่นะ!”

“ขอบคุณที่ให้เกียรติมาร่วมรายการในวันนี้นะครับ”

“ด้วยความยินดี คุณจะได้ไม่ต้องตกงานเหมือนกัน”

“ในกรุ๊ปไลน์คุณตาชอบส่งรูปสวัสดีวันจันทร์มั้ยครับ”

“ส่งบ่อยเลยล่ะ ถ้าอยู่ในกลุ่มแล้วเอาแต่เงียบ เค้าอาจจะนึกว่าผมตายไปแล้วก็ได้”


ขอบคุณนิทานจาก LINE OA สัญชาติจีน แปลโดย Google Translate และดัดแปลงเนื้อหาให้เข้ากับคนไทยโดย Anontawong’s Musings