นี่คือชีวิตที่เราเคยฝันไว้ไม่ใช่หรือ

20200418

(บทความนี้เขียนให้คนที่ยังมีงานทำ และได้ทำงานอยู่ที่บ้านระหว่างสถานการณ์โควิด)

นี่คือชีวิตที่เราเคยฝันไว้ไม่ใช่หรือ

ไม่ต้องตื่นแต่เช้า

ไม่ต้องรีบอาบน้ำแปรงฟัน

จะแต่งตัวยังไงก็ได้

มีเวลาเล่นกับลูกๆ อ่านหนังสือ ออกกำลังกาย

จะออกไปเดินชิลล์ๆ ก็ทำได้

ได้กินของอร่อยโดยที่ไม่ต้องไปต่อคิวที่ไหน

ถ้าต้องออกจากบ้านก็ไม่ต้องเจอรถติด

มีเงินเหลือเก็บมากกว่าเดิมเพราะไม่ค่อยได้ช็อปปิ้ง

ถ้าไม่นับอนาคตที่ไม่แน่นอน สถานการณ์ที่เราเจออยู่ตอนนี้มันคือชีวิตที่พนักงานกินเงินเดือนอย่างเราเคยฝันเอาไว้ชัดๆ

ถ้าเรายังไม่สามารถจะมีความสุขตอนนี้ได้ ก็อย่าหวังเลยว่าเราจะมีความสุขได้ในอนาคตที่เราเคยจินตนาการเอาไว้ครับ

อย่าไปเสียน้ำตาให้ตัวเลข

20200414b

วันนี้ผมไปวิ่งรอบหมู่บ้านช่วงสายๆ หน่อย วิ่งได้เกือบครบ 1 กิโล นาฬิกา Garmin ก็จะขึ้นมาบอกว่า Performance เราดีขึ้นหรือน้อยลงนับจากวันก่อนๆ

ปรากฏว่าวันนี้ผมได้ -5 ซึ่งหมายความว่าสมรรถภาพในการวิ่งนั้นตกลงไปพอสมควร ซึ่งผมไม่เคยคะแนนตกอย่างนี้มาก่อน อย่างมากก็แค่บวกหรือลบหนึ่ง

แต่ถึงคะแนนจะตกผมก็ไม่ได้วิตกอะไร เพราะผมได้เรียนรู้แล้วว่าค่าต่างๆ ที่มันโชว์ในแกดเจ็ทตอนที่เราวิ่งนั้นไม่สำคัญเท่าความรู้สึกตอนที่เราวิ่ง

การวิ่งก็เหมือนการทำบุญ เราควรรู้สึกดีทั้งก่อนวิ่ง ระหว่างวิ่ง และหลังจากวิ่งจบแล้ว หากเราไปยึดเอาตัวเลขหรือไปฟัง AI ที่บอกว่าเราควรทำอย่างนั้น-อย่างนี้มากเกินไป มันก็จะเป็นการวิ่งที่ไม่มีความสุข หรือถ้าจะสุขก็ได้เฉพาะตอนที่เราทำได้ตามเป้าหมายเท่านั้น และจะได้อีโก้เป็นของแถมกลับมาด้วย

ช่วงนี้เราอยู่กับตัวเลขค่อนข้างเยอะ หลายคนมีกิจวัตรประจำวันคือเปิดดูตัวเลขผู้ติดเชื้อโควิดทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ก็ทะลุ 2 ล้านคนแล้ว

บางคนก็สนใจตัวเลขว่าเราจะต้องอยู่กันอย่างนี้ไปอีกนานแค่ไหน 1 เดือน 3 เดือน 12 เดือน หรือยาวนานกว่านั้น

ส่วนคนที่สนใจการลงทุน ก็คอยติดตามตลาดหุ้นว่าดัชนีจะขึ้นจะลงยังไง ราคาน้ำมันเท่าไหร่ ราคาทองคำพุ่งไปแค่ไหน

คนที่ทำธุรกิจก็ย่อมต้องสนใจรายรับ-รายจ่าย คอยลุ้นว่ากระแสเงินสดเราจะพอเลี้ยงพนักงานไปได้นานเพียงพอมั้ย

เมื่ออยู่กับตัวเลขที่ผกผัน ใจเราก็เลยผกผันตามตัวเลขไปด้วย

Brené Brown ผู้เขียนหนังสือ Daring Greatly บอกว่าแต่ก่อนเธอเคยเชื่อว่า

“If you can’t measure it, it doesn’t exist.”

ถ้าวัดเป็นตัวเลขไม่ได้ แสดงว่ามันไม่มีอยู่จริง

แต่พอได้ศึกษา ได้เรียนรู้ ได้ผ่านชีวิตมาประมาณหนึ่ง เธอก็ได้ข้อสรุปใหม่

“If it’s measurable, it’s probably not too important.”

ถ้าวัดเป็นตัวเลขได้ แสดงว่ามันไม่ได้สำคัญขนาดนั้นหรอก

แน่นอนว่าตัวเลขมีประโยชน์ เป็นเครื่องมือ เป็นตัวชี้วัดที่ดีในหลายเรื่อง แต่ถ้าเราใช้ตัวเลขเป็นสรณะในการดำเนินชีวิต เราอาจจะโดนตัวเลขหลอกจนหัวปักหัวปำ พอเลขเป็นบวกก็ใจพองโต พอเลขเป็นลบก็หดหู่ห่อเหี่ยว

ตัวเลขทำให้คนเป็นบ้าได้ ตัวเลขทำให้คนฆ่าตัวตายได้ เราจึงต้องระวังไม่ตกเป็นเหยื่อของอักขระสิบตัวนี้

ใช้ตัวเลขให้สมแก่ประโยชน์ของมัน แต่อย่าไปเสียน้ำตาให้ตัวเลขเลยนะครับ

—–

เพื่ออรรถรส อ่านบทความนี้จบแล้วขอชวนฟังเพลง “อย่าไปเสียน้ำตา” ของคริสติน่า อากีลาร์ครับ เสียงใสกิ๊ง มีพลัง ชวนคิดถึงยุค 90’s จริงๆ >> https://bit.ly/3a3QROP

เราต้องรักษาคนที่กล้าตำหนิเรา

20200413b

ไม่อย่างนั้นเราจะไม่เหลือเพื่อนแท้เลย

ยิ่งเราอายุมาก ความรู้มาก ตำแหน่งสูงมาก คนที่จะกล้าพูดกับเราตรงๆ จะยิ่งน้อยลงทุกที

ยิ่งอยู่สูงยิ่งต้องฟัง เพราะหากเราไม่ฟังหรือลงโทษคนที่พูดจาขัดใจ ก็จะเป็นการส่งสัญญาณให้กับทุกคนที่เหลือว่าการพูดขัดใจนั้นเป็นเรื่องอันตราย แม้มันจะเป็นความจริงและเป็นประโยชน์ก็ตาม

คนที่กล้าพูดสิ่งที่ขัดใจเรานั้นเป็นกัลยาณมิตรที่หาได้ยากยิ่ง เขาคือกระจกที่สะท้อนความจริงในขณะที่คนรายล้อมส่วนใหญ่เป็นเพียงกระจกสะท้อนมายาที่เราสร้างขึ้นมาเอง

หากเจอใครที่กล้าตำหนิหรือเห็นต่างจากเรา ให้นับว่าตัวเองโชคดี อย่าลืมขอบคุณเขาและรักษาเขาไว้ให้ดีๆ นะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

คนอ่อนแอจะแก้แค้น

20200408

คนเข้มแข็งจะให้อภัย

คนหัวไวจะมองข้าม

หนึ่งในความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ คือการได้รับความยุติธรรม

เมื่อเห็นความไม่ถูกต้อง เรามักรู้สึกว่าต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้ความถูกต้องนั้นกลับคืนมา

แต่หลายครั้งมันก็ทำให้เราเสียเวลาเกินควร โดยเฉพาะเรื่องไม่เป็นเรื่องอย่างการถกเถียงกันในโซเชียลมีเดีย

เมื่อมีใครก่อหนี้ทางใจให้กับเรา มันก็มีวิธีการจัดการหนี้นั้นได้หลายแบบ

การโต้ตอบเป็นวิธีหนึ่ง การหยุดทะเลาะก็เป็นวิธีหนึ่ง หรือการไม่ถือสาหาความตั้งแต่ต้นก็เป็นอีกวิธีหนึ่ง

“Weak people revenge.
Strong people forgive.
Intelligent people ignore.”
-Albert Einstein

เวลาในชีวิตคนเรามีไม่มากนัก เรื่องสำคัญๆ ที่เรายังไม่ได้ทำมีอีกมาก

บางทีก็ต้องคิดแบบคนฉลาด แล้วหัดมองข้ามเรื่องบางเรื่องบ้างนะครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ยิ่งข้างนอกแข็งกระด้างข้างในยิ่งบอบบาง

20200407

เหมือนหอยทากที่กระดองแข็งแต่ตัวของมันนุ่มนิ่ม

คนบางคนพอมีอำนาจแล้ววางตัวเหนือคนอื่น ใช้ตำแหน่งแห่งหนในการกดทับ อันนั้นก็เป็นสัญญาณของความอ่อนแออย่างหนึ่งเช่นกัน

คนอ่อนแอบางคนเป็นคนขี้โมโห เพราะจริงๆ แล้วความโกรธเป็นเพียงการแสดงออกของความกลัว คนไหนมักโกรธ ก็แสดงว่าคนนั้นมีความกลัวมากกว่าคนปกติ

คนที่เข้มแข็งจริงๆ จะไม่ค่อยโกรธ จะไม่โจมตีใคร จะไม่กดคนอื่นเพื่อสร้างเสริมความมั่นใจให้กับตัวเอง

ยิ่งข้างนอกแข็งกระด้างข้างในยิ่งบอบบาง

สร้างตัวตนที่แท้ให้เข้มแข็งเสียก่อน จะได้ไม่ต้องพึ่งพาเปลือกไปตลอดชีวิตครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59