เราจะเป็นพระเอก

20170418_hero

เพราะสิ่งต่างๆ บังคับไม่ได้ ชีวิตจึงไม่ได้เป็นดั่งใจเราไปเสียหมด

ถ้าชีวิตคือหนังที่ดำเนินมาถึงฉากที่เกิดเหตุการณ์เลวร้าย เราเลือกได้ว่าจะเล่นบทไหน ระหว่างบทเหยื่อ (victim) กับบทพระเอก (hero)

สิ่งที่แยกแยะระหว่างเหยื่อกับพระเอกไม่ใช่รูปร่างหน้าตา การศึกษา ฐานะ หรือแม้กระทั่งสถานการณ์ที่กำลังประสบอยู่ เพราะใครๆ ก็เจอเรื่องดีหรือร้ายได้ทั้งนั้น

ความแตกต่างเดียวคือสิ่งที่เขาเลือกที่จะทำหลังเกิดเหตุ

เหยื่อจะร้องระงมขอความช่วยเหลือ หรืออาจจะโกรธเกรี้ยวโทษฟ้าดินหรือโชคชะตาที่ไม่ยุติธรรม

ส่วนพระเอกจะรีบกลับมาตั้งสติแล้วหาทางออก เมื่อช่วยตัวเองได้แล้วยังช่วยเหลือผู้อื่นได้ด้วย

ไม่ว่าชีวิตจะเล่นตลกกับเราแค่ไหน เราเลือกได้เสมอว่าจะสวมบทอะไรในละครเรื่องนี้

ถ้าเล่นบทเหยื่อจนเบื่อแล้ว ลองเปลี่ยนไปเล่นเป็นพระเอกนางเอกดูบ้างก็น่าจะดีนะครับ


ขอบคุณประกายความคิดจาก The Jame Altucher Show: Ryan Holiday

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

วินัยคืออิสรภาพ

20170410_discipline

Discipline equals freedom
– Jocko Willink, retired Navy SEAL Commander

เวลาเรานึกถึงคำว่าวินัย เรามักจะนึกถึงทหารในกองบัญชาการหรือพระที่เคร่งครัดกับการปฏิบัติ

ต้องทำทุกอย่างตามระเบียบและมีตารางเวลาที่ชัดเจน อย่างนี้จะเรียกว่ามีอิสรภาพได้อย่างไร?

แต่สิ่งที่ Jocko พยายามจะบอกก็คือ การมีวินัยของเราในวันนี้จะทำให้เรามีอิสรภาพในระยะยาว

หากเรามีวินัยในการเรียนและอ่านหนังสือ เราก็จะสอบได้คะแนนสูงพอที่จะเลือกเข้าคณะอะไรก็ได้

ถ้าเรามีวินัยในการตื่นแต่เช้า เราก็จะถึงที่ทำงานโดยไม่ต้องเจอรถติด แล้วเราก็จะมีเวลามากพอที่จะเอางานอะไรขึ้นมาทำก่อนก็ได้

ถ้าเรามีวินัยในการใช้จ่ายและในการอดออม ถึงวันหนึ่งเราจะมีเงินเก็บมากพอที่จะออกจากงานเมื่อไหร่ก็ได้

ถ้าเรามีวินัยในการออกกำลังกายและทานอาหารที่มีประโยชน์ แม้วันที่เราแก่ตัวไป เราก็จะยังมีสุขภาพที่แข็งแรงพอที่จะทำอะไรที่คนรุ่นราวคราวเดียวกันทำไม่ไหวแล้ว

หัดใส่ข้อจำกัดให้ตัวเองตั้งแต่วันนี้ แล้ววันหนึ่งเราจะมีทางเลือกมากกว่าใครครับ


ติดตามเพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog
อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives
ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/

ตรงข้ามกับรักไม่ใช่เกลียด

20170404_lovehate

แต่เป็นความเมินเฉย

ตรงข้ามกับศิลปะไม่ใช่ความอัปลักษณ์
แต่เป็นความเมินเฉย
ตรงข้ามกับศรัทธาไม่ใช่การนอกรีต
แต่เป็นความเมินเฉย
และตรงข้ามกับชีวิตไม่ใช่ความตาย
แต่เป็นความเมินเฉย

“The opposite of love is not hate, it’s indifference. The opposite of art is not ugliness, it’s indifference. The opposite of faith is not heresy, it’s indifference. And the opposite of life is not death, it’s indifference.”

― Elie Wiesel


พระพุทธเจ้าสอนว่าเราควรมีอุเบกขาหรือมีใจเป็นกลางกับสถานการณ์ต่างๆ ในชีวิต

แต่ถ้าเป็นกลางมากเสียจนกลายเป็นเมินเฉย มันจะดีจริงรึเปล่า?

สองคำนี้ฟังเผินๆ ดูจะคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วเป็นคนละเรื่องกัน

เราสามารถแคร์คนคนหนึ่งด้วยความเป็นกลางได้ แต่เราไม่สามารถแคร์เขาด้วยความเมินเฉยได้

แคร์ด้วยความเป็นกลาง คือเป็นห่วงเป็นใยและพร้อมจะช่วยเหลือ แต่ถ้าเขาไม่ตอบสนองหรือทำตัวไม่น่ารักเราก็ไม่ทุรนทุรายหรือน้อยอกน้อยใจจนเกินเหตุ

เราจึงควรทำทุกๆ อย่างด้วยใจที่เป็นกลาง แต่อย่าไปสับสนกับการเมินเฉยหรือเพิกเฉย

เพราะเป็นกลางคือเป็นกลางกับผลลัพธ์แต่เต็มที่กับการกระทำ

แต่เมินเฉยคือไม่ทำอะไรเลย

และคนที่ไม่ทำอะไรเลย ไม่แคร์อะไรเลย ก็ไม่ต่างจากคนที่ตายไปแล้วเลย


Facebook: Anontawong’s Musings
Archives

ถ้าไม่เจอทางออก

20170403_wayout

ก็จงออกที่ทางเข้า

ถ้าพยายามตื่นเช้าแล้วทำไม่ได้ซักที ลองนอนให้เร็วขึ้นดีมั้ย

ถ้าออกกำลังกายแล้วไม่ผอมซักที ลองกินให้น้อยลงดีมั้ย

ถ้าอ่านเมลไม่ทันซักที ลอง unsubcribe เมลดีมั้ย

ถ้าหญิงสาวคนนั้นไม่สนใจซักที ลองเปลี่ยนคนหรือเปลี่ยนเรื่องที่จะโฟกัสดีมั้ย

ถ้าทำงานไม่ทันซักที ลองหัด say no บ้างดูมั้ย

ถ้าทำยังไงก็ไม่มีความสุขเสียที ลองสำรวจความคาดหวังของตัวเองดูมั้ย

(เพราะความสุขคือ reality – expectations)


facebook.com/anontawongblog
anontawong.com/archives

ทำดีไม่มีใครเห็น

20170330_dogood

“When you do something noble and beautiful and nobody noticed, do not be sad. For the sun every morning is a beautiful spectacle and yet most of the audience still sleeps.”

ถ้าเราทำเรื่องที่ดีงามแล้วไม่มีใครสังเกตก็อย่าเศร้าไปเลย พระอาทิตย์ยามเช้างดงามอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน แต่คนส่วนใหญ่ก็แทบไม่เคยเห็นมันเลยเช่นกัน

― John Lennon

เดวิด เจ้านายเก่าของผมเคยบอกว่า แผนกที่คนเห็นคุณค่าน้อยที่สุดคือแผนก IT Support และแผนก HR

เพราะด้วยธรรมชาติงานของสองทีมนี้ คือการทำให้ทุกอย่างราบรื่นมากที่สุด

เวลาทุกอย่างราบรื่น คนก็จะไม่สังเกตเพราะเป็นสิ่งที่พวกเขาคาดหวังและคุ้นชินอยู่แล้ว

ไม่มี IT Support คนไหนเคยได้รับคำชมว่า วันนี้เน็ตเร็วดีจังเลย และไม่มีพนักงานคนไหนส่งเมลมาขอบคุณ HR วันที่เงินเดือนออก

แต่ถ้าเน็ตพัง หรือเงินเดือนเข้าบัญชีไม่ครบ สองทีมนี้จะโดนรุมทันที

ถ้าใครกำลังรู้สึกว่า overworked, underappreciated (ทำงานหนักเกินไป คนเห็นคุณค่าน้อยเกินไป) ก็ลองมองไปรอบๆ ตัวเรานะครับว่าไม่ใช่แค่เราหรอกที่ทำงานดีแต่ไม่มีใครเห็น

ถ้าหาไม่เจอ อย่างน้อยถ้ามองออกไปนอกหน้าต่างก็ต้องเจอบ้าง

พระอาทิตย์ที่ขึ้นให้ดูทุกวัน

ต้นไม้ที่คายอ๊อกซิเจนให้เราหายใจ

นกที่ร้องจิ๊บๆ เตือนให้รู้ว่ารอบตัวเรามีมากกว่าคอนกรีตและวายฟาย

เหล่านี้คือ unsung heroes คือวีรบุรุษวีรสตรีที่ไม่เคยมีใครสรรเสริญเยินยอ

พระอาทิตย์ ต้นไม้ และนกไม่เคยน้อยใจ พวกเขายังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างแข็งขัน

เพราะถึงแม้จะไม่ค่อยมีใครนึกถึง ก็ไม่ได้ทำให้คุณค่าของพวกเขาน้อยลงซักนิดเลย



ตอนใหม่ facebook.com/anontawongblog
ตอนเก่า anontawong.com/archives
ดาวน์โหลด eBook – เกิดใหม่

ขอบคุณภาพจาก Pixabay.com