มนุษย์ชิดขวา

20180512_keepright

คนไทยเราใช้สำนวนว่า “ชิดซ้าย” มาเนิ่นนาน

ผมลองกูเกิ้ลคำว่า “ยังชิดซ้าย” ก็จะได้ข่าวพาดหัวประมาณนี้

“ออเจ้า ยังชิดซ้าย!! แฟนคลับ มโนหนักมาก”

“ลอนดอนยังชิดซ้าย! เจอป้าย “หยุด” พี่ไทยฉบับพกพา”

“ซับไทย:ฮา – นี่แหละ!!!! ขนาด ปู ไปรยา ยังชิดซ้าย”

แล้วผมก็สงสัยว่าทำไมต้อง “ชิดซ้าย” กันด้วย? ทำไมไม่ชิดขวา

แล้วก็เดาเอาเองว่า มันน่าจะเชื่อมโยงกับที่บ้านเราขับรถเลนซ้าย

หากมีรถคันไหนมาแรงกว่า มาเร็วกว่า เราก็ต้องชิดซ้ายเพื่อให้เขาแซงเราไป

—–

เมื่อเช้านี้ผมเพิ่งไปวิ่งที่สวนหลวงร.9 มาครับ

เป็นสวนที่ไม่คุ้นเคยนักทั้งที่อยู่ใกล้บ้าน เพราะแต่ก่อนวิ่งแต่สวนลุมที่อยู่ตรงข้ามออฟฟิศเก่า

ที่สวนหลวงร.9 ทิศทางที่คนส่วนใหญ่วิ่งคือทวนเข็มนาฬิกาเหมือนกับที่สวนลุม ไม่แน่ใจว่ามันเป็นประเพณีไปแล้วรึเปล่าว่าถ้าวิ่งต้องวิ่งทวนเข็มนาฬิกา เวลาเราดูเขาวิ่งแข่งโอลิมปิกเขาก็วิ่งทวนเข็มเช่นกัน และถ้าดูทีวี นักวิ่งจะวิ่งจากฝั่งซ้ายมาเข้าเส้นชัยฝั่งขวามือเสมอ

สวนหลวงร.9 นั้นใหญ่กว่าและซับซ้อนกว่าสวนลุม มีทางให้วิ่งได้หลายทาง เพื่อให้ไม่หลง เช้านี้ผมเลยบอกตัวเองว่าจะลองวิ่งชิดขวาไปเรื่อยๆ

การวิ่งชิดขวาทำให้ผมสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง

หนึ่ง ทางสะดวกกว่า เพราะคนส่วนใหญ่วิ่งชิดซ้าย

สอง ผมวิ่งแซงได้หลายคน และไม่ค่อยโดนใครแซง

สาม ตรงทางโค้ง ถ้าจะวิ่งให้ทันคนวิ่งชิดซ้าย เราต้องออกแรงมากกว่าเขา

สี่ ผมรู้สึกว่าฝั่งขวาร่มเงามันมีน้อยกว่า ตอนวิ่งเลยร้อนเป็นพิเศษ

ห้า ถ้าวิ่งไปเพลินๆ เราจะวิ่งชิดซ้ายโดยไม่รู้ตัว อาจเพราะจิตใต้สำนึกสั่งให้ประหยัดพลังงานและสั่งให้วิ่งเข้าหาร่มเงา

—–

ช่วงนี้ผมอ่านหนังสือ Homo Finishers ของนิ้วกลม มาได้ครึ่งเล่มแล้ว

หนังสือเล่มนี้ว่าด้วยมนุษย์พันธุ์พิเศษ – มนุษย์ที่วิ่งเข้าเส้นชัย – มนุษย์ที่เมื่อออกวิ่งแล้วต้องวิ่งเข้าเส้นชัยล่องหนตามที่ตั้งใจไว้

ตอนวิ่งที่สวนหลวงร.9 ผมก็คิดสนุกๆ ว่าเรามีมนุษย์อีกพันธุ์นึง

ผมขอเรียกมนุษย์พันธุ์นี้ว่า “มนุษย์ชิดขวา”

เขาคือมนุษย์ที่วิ่งอยู่ใน “สวนสาธารณะ” เดียวกับเรา แต่วิ่งคนละเลน ด้วยสปีดที่เร็วกว่าเรา จึงวิ่งระยะทางได้มากกว่าในเวลาที่เท่าๆ กัน

มนุษย์ชิดขวาคนแรกที่ผมนึกถึงคือผู้ชายคนหนึ่งที่มาแชร์ประสบการณ์ใน Quora (เสียดายผมหาลิงค์ไม่เจอแล้ว) ว่าเขาเรียนปริญญาตรีด้านดนตรีจบภายใน 2 ปี โดยใช้วิธีไปต่อรองกับอาจารย์ว่าจะไม่เข้าชั้นเรียนแต่ขอสอบให้ผ่านก็พอ โดยคนที่แนะนำเขาให้ใช้วิธีนี้สอนไว้ว่า

“หลักสูตรของมหาวิทยาลัยมันออกแบบมาให้คนที่เรียนอ่อนที่สุดก็ยังจบได้ในสี่ปี ดังนั้นเราไม่จำเป็นต้องไปทำตามระบบที่สร้างขึ้นสำหรับคนที่ช้ากว่าเรา”

มนุษย์ชิดขวาคนที่สองก็คือยอด CEO ของ Wongnai ที่ผมเขียนถึงเมื่อวันพุธ ยอดเคยบอกกับเพื่อน (แต่ผมดันได้ยินด้วย) ว่าตอนที่เรียนจบมาใหม่ๆ และเข้าทำงานที่ Thomson Reuters ในตำแหน่ง support consultant ยอดก็ตั้งใจขยันทำงานโชว์ฝีมือเป็นพิเศษเพื่อจะได้ fast forward หน้าที่การงานของตัวเอง ซึ่งยุทธศาสตร์นี้ก็เวิร์คเพราะทำงานแค่ไม่ถึงปียอดก็ได้เป็นหัวหน้าทีมที่เด็กที่สุดในองค์กร

มนุษย์ชิดขวาอีกคนหนึ่งที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ก็คือ Elon Musk ที่ขึ้นชื่อว่าทำงานสัปดาห์ละ 80 ชั่วโมงมาเนิ่นนาน และได้สร้างธุรกิจที่ปฏิวัติหรือกำลังจะปฏิวัติความเป็นอยู่ของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็น Paypal, SpaceX, Tesla, Solarcity, และ Neuralink

เป็นมนุษย์ชิดขวาใช่ว่าจะเหมาะกับทุกคน เพราะมันทั้งเหนื่อยกว่า ร้อนกว่าและต้องใช้สติและความตั้งใจอย่างมากเพราะสมอง ร่างกาย และกิเลสพร้อมจะพาเราชิดซ้ายเสมอ และผมเองก็ไม่ปรารถนาจะเห็นใครทำงาน 80 ชั่วโมงอย่างอีลอน มัสก์

แต่ถ้าคุณเป็น “มนุษย์ชิดซ้าย” ที่ปล่อยให้คนอื่นแซงมานาน บางทีคุณอาจอยากเปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์ชิดขวาดูบ้าง แม้เพียงชั่วคราวก็ยังดี

แล้วคุณอาจจะค้นพบทางที่สะดวกกว่าเดิม สนุกกว่าเดิม และไปได้เร็วกว่าเดิมครับ

เมื่อไม่รู้จะเลือก A หรือ B

20180506_aorb

ให้ดูว่าการไม่ตัดสินใจจะเป็นทางเลือกที่แย่กว่า A หรือ B รึเปล่า

ถ้าการอยู่เฉยๆ จะส่งผลแย่แน่ๆ สิ่งที่ควรทำคือเลือกซักทาง จะเลือก A หรือ B ไม่สำคัญ สำคัญคือตัดสินใจ

เปรียบเหมือนคางคกบนถนน ที่เห็นรถกำลังวิ่งตรงเข้ามา

ถ้ามันมัวแต่ลังเลว่าจะกระโดดไปทางซ้ายหรือกระโดดไปทางขวาดี คิดวนไปวนมาแต่ไม่ยอมตัดสินใจ สุดท้ายย่อมพบกับโศกนาฎกรรม

ทั้งๆ ที่ในสถานการณ์อย่างนี้ ไม่ว่ามันจะกระโดดไปซ้ายหรือขวาก็ดีกว่ายืนอยู่เฉยๆ ทั้งนั้น

หลายครั้งในชีวิต เราไม่จำเป็นต้องเลือกทางที่ดีที่สุด แค่อย่าเลือกทางที่แย่ที่สุดก็พอแล้วครับ

อุทธาหรณ์หอยนางรม

20180505_oyster

วันนี้อ่านเจอคำพูดสั้นๆ ของ ลีโอนาร์โด ดาวินชี เห็นภาพชัดดีเลยอยากเอามาแชร์ครับ

“ในคืนเดือนเพ็ญ  เปลือกหอยนางรมจะเปิดกว้างเต็มที่ และปูจะใช้จังหวะนี้หย่อนหินหรือสาหร่ายลงไปจนทำให้หอยไม่อาจปิดเปลือก และกลายเป็นอาหารอันโอชะของปู”

“นี่คือชะตากรรมของคนที่เปิดปากบ่อยเกินไปจนตกเป็นเหยื่อของคนฟัง”

“Oysters open completely when the moon is full; and when the crab sees one it throws a piece of stone or seaweed into it and the oyster cannot close again so it serves the crab for meat. Such is the fate of him who opens his mouth too much and thereby puts himself at the mercy of his listener.”

สุภาษิตไทยจึงไม่เคยมีคำว่า “หูพาจน”

เพราะไม่ว่าจะฟังมากเท่าไหร่ก็ไม่ทำให้เราตกที่นั่งลำบากครับ

คนฉลาดทำอย่างแรก

20180503_atonce

ในสิ่งที่คนโง่ทำอย่างสุดท้าย

The wise man does at once what the fool does finally.
-Niccolo Machiavelli

ถ้าจะเขียนให้เป็นภาษาไทยจริงๆ ก็ต้องเขียนว่า สิ่งที่คนฉลาดทำทันที คือสิ่งที่คนโง่จะทำเป็นอย่างสุดท้าย

สิ่งที่คนฉลาดจะทำโดยไม่รีรอ:-

งานยากๆ

กล่าวคำขอโทษ

แก้ไขข้อผิดพลาด

วางแผนการเงิน

ช่วยเหลือคนอื่น

ดูแลสุขภาพ

สำรวจว่าตัวเองยังบกพร่องตรงไหนบ้าง

ให้เวลากับครอบครัว

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คนโง่จะไม่ยอมทำจนกว่าสถานการณ์จะบีบคั้นให้จำเป็นต้องทำ

ในทางกลับกัน สิ่งที่คนโง่ทำเป็นอย่างแรกๆ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่คนฉลาดทำเป็นเรื่องท้ายๆ ครับ

อย่าถามว่าเราต้องการอะไรจากชีวิต

20180501_whatiwantfromlife.png

ให้ถามว่าชีวิตต้องการอะไรจากเรา

Instead of asking, “What do I want from life?” a more powerful question is, “What does life want from me?”
-Eckhart Tolle

James Altucher เคยถาม Tony Robbins ว่าทำยังไงเราถึงจะมีพลังชีวิตมากกว่านี้

โทนี่ตอบว่า You gotta find something that you value more than yourself – คุณต้องหาสิ่งที่คุณให้ค่ามากกว่าตัวเอง

เพราะถ้าเราคิดถึงแต่ตัวเอง เราก็จะวนอยู่กับเรื่องไม่กี่เรื่อง อยากมีเงินเยอะๆ อยากมีรถหรูๆ ขับ อยากกินของอร่อยๆ อยากมีรองเท้าสวยๆ ใส่

แต่เมื่อเราได้มันมาหมดแล้ว เราอาจจะพบเพียงความเปล่าดายเหมือนที่หลายคนเคยพบก็ได้

แต่ถ้าจุดโฟกัสเราใหญ่กว่าตัวเราเอง เช่นอยากทำอะไรดีๆ เพื่อใครซักคน หรืออยากทำงานบางอย่างให้สำเร็จ เราน่าจะมีแรงฮึดมากกว่า โดยเฉพาะในเวลาที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ เพราะอย่างน้อยเราก็ตอบตัวเองได้ว่าเราเหนื่อยไปเพื่ออะไร

What does life want from me?

คือคำถามที่ควรหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอ จะได้ไม่เสียโอกาส

เพียงแค่เราได้อ่านบทความนี้ เราก็โชคดีกว่าคนหลายพันล้านคนแล้ว เพราะนั่นแสดงว่าเราอ่านออกเขียนได้ มีไฟฟ้าใช้ และมีอินเตอร์เน็ต

มาเปลี่ยนโชคดีให้กลายเป็นคุณค่า ด้วยการทำอะไรที่ไปไกลเกินกว่าตัวเรากันครับ