ปัญหาไหนแก้ไม่ได้

20180602_unsolvableproblem

แสดงว่ามันไม่ใช่ปัญหา

มีภาษาอังกฤษคำหนึ่งที่เรียกปัญหาเหล่านี้ว่า gravity issues – ปัญหาแรงโน้มถ่วง

คงตลกดี ถ้ามีใครมาบ่นให้เราฟังว่า “ทำยังไงดี เราไม่ชอบแรงโน้มถ่วงเลย”

ต่อให้เราไม่ชอบแรงโน้มถ่วงแค่ไหน เราก็ทำอะไรกับแรงโน้มถ่วงโลกไม่ได้ ตราบใดที่เรายังอาศัยอยู่บนดาวเคราะห์ดวงนี้

วิธีที่ฉลาดที่สุดสำหรับการจัดการปัญหาเหล่านี้ คือยอมรับมันและหาทางบรรเทาด้วยวิธีอื่นๆ

ตัวอย่างของ gravity issues
– อากาศร้อน
– น้ำมันราคาขึ้น
– ฝนตกรถติด

เรื่องพวกนี้ต่อให้เราบ่นแค่ไหนก็ไม่สามารถทำให้อากาศเย็นลงหรือทำให้ราคาน้ำมันถูกลงได้

นิสัยของคนก็นับเป็น gravity issues
– เพื่อนร่วมงานพูดมาก
– เจ้านายอารมณ์เสียง่าย
– แม่ขี้บ่น

เปลี่ยนตัวเองยังยาก ดังนั้นอย่าหวังว่าเขาจะเปลี่ยน

เมื่อเป็นปัญหาที่ไม่มีทางแก้ เราจึงไม่ควรเลิกบ่นหรือหวังว่ามันจะดีขึ้น

ผมไม่ได้จะบอกว่าเห็นปัญหาแล้วให้ถอดใจ ไม่ทำอะไรนะครับ เพียงแต่เราต้องแยกแยะให้ออกว่าอะไรคือปัญหา

อากาศร้อนไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเราไม่ชอบอากาศร้อน

น้ำมันราคาขึ้นไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเราไม่อยากแบกรับค่าใช้จ่ายที่มากไปกว่านี้

ฝนตกไม่ใช่ปัญหา ปัญหาคือเราไม่ชอบเดินทางไม่สะดวกเวลารถติด

พูดง่ายๆ ก็คือปัญหาอยู่ที่เราไม่ชอบมันต่างหาก และวิธีแก้ที่ได้ผลที่สุดก็คือแก้ที่ตัวเอง จะเปิดแอร์ พกร่ม หรือขึ้นรถไฟฟ้าอะไรก็ว่ากันไป

แน่นอน บางคนอาจบอกว่าเราแก้ปัญหาได้ด้วยการเรียกร้องรัฐบาลหรือบริษัทน้ำมันให้ออกมารับผิดชอบ ถ้าจะทำก็ไม่ว่ากัน แต่อย่าลืมเผื่อใจว่าเขาอาจไม่ฟังเราหรือกว่าเขาจะปรับก็ใช้เวลานาน

ถ้าอยากจะเห็นผลทันตา แม้ว่ามันจะไม่เพอร์เฟ็กต์ ก็ต้องปรับที่ตัวเราเองครับ


หาซื้อหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ได้ที่ Zombie Books RCAร้านหนังสือเดินทาง ถ.พระสุเมรุ, ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์  และร้านหนังสือทั่วไปครับ

ถ้าไว้ใจ อะไรๆ ก็ง่าย

20180531_trust

ถ้าไม่ไว้ใจ อะไรๆ ก็ยาก

หลักการนี้ใช้ได้กับทุกบริบท ทั้งที่ออฟฟิศและที่บ้าน

ถ้าหัวหน้าไว้ใจเรา เขาก็จะไม่มาจู้จี้จุกจิก ไม่มากะเกณฑ์ เขาแค่จะบอกเราว่าต้องการอะไรแล้วเขาก็จะปล่อยให้เราทำในสิ่งที่เห็นว่าเหมาะสม

ถ้าลูกน้องไว้ใจเรา เขาก็จะเชื่อว่างานที่เราสั่งไปนั้นสมเหตุสมผลแล้ว เหมาะกับความสามารถกับเขาแล้ว ไม่มัวมาตั้งคำถามหรือหาวิธีหลีกเลี่ยงงานนั้น

ถ้าแฟนไว้ใจเรา ก็จะไม่ขอเช็คมือถือ ไม่โทร.หา/โทร.ตามให้ต้องรู้สึกหงุดหงิดทั้งสองฝ่าย

เมื่อต่างฝ่ายต่างไว้ใจกัน ชีวิตก็จะง่าย (simple) ไม่ต้องทำอะไรซับซ้อนให้สิ้นเปลืองพลังงาน

แต่ถ้าต่างฝ่ายต่างไม่ไว้ใจกัน เราจะสูญเสียเวลาไปกับกิจกรรมที่ไม่สร้างการผลิต ซึ่งเป็นเรื่องน่าเสียดายเพราะเวลาเป็นของหายากมากขึ้นทุกวัน

การสร้างความไว้ใจนั้นยาก แต่จะทำให้ชีวิตเราง่าย

การทำลายความไว้ใจนั้นง่าย แต่จะทำให้ชีวิตเรายาก(มาก)ครับ

คิดเองเออเอง

20180521_naive

ช่วงเดือนที่ผ่านมา ผมมีเรื่องคิดเองเออเองบ่อยเสียจนอยากเขกหัวตัวเอง

เรื่องมันเกิดมาจากผมกับแฟนคิดจะรีไฟแนนซ์บ้าน เลยเล็งธนาคารที่น้องชายใช้บริการกู้บ้านอยู่ เป็นธนาคารที่ไม่ใช่สัญชาติไทย

รอจนวันหยุดสุดสัปดาห์ก็ขับรถไปห้างซีคอนที่มีสาขาของธนาคารนี้เปิดอยู่ แต่พอเดินเข้าไปคุยปรากฎว่าสาขานี้ไม่รับคุยเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน ต้องไปคุยที่สำนักงานใหญ่วันธรรมดาเท่านั้น

เผอิญสัปดาห์ถัดมามีธุระให้ต้องเข้าเมืองพอดี เลยจัดเวลาให้เข้าไปที่สำนักงานใหญ่ด้วย เดินไปกดบัตรคิวแล้วมานั่งลงตรงหน้าเจ้าหน้าที่ พอเอ่ยปากบอกว่าจะมาคุยเรื่องรีไฟแนนซ์ เขาบอกว่าต้องขึ้นไปคุยบนออฟฟิศ

ขึ้นไปชั้นสิบกว่าๆ เป็นออฟฟิศปกติ ผมเข้าประตูไม่ได้ รอจนมีพนักงานเดินผ่านและเอา access card มาทาบให้ เลยได้เข้าไปจุดให้ลูกค้านั่งรอ ผมบอกคนแถวนั้นว่าจะมารีไฟแนนซ์บ้าน เขาก็บอกว่าจะไปตามเจ้าหน้าที่มาให้ รออยู่เกือบสิบนาทีเจ้าหน้าที่ถึงจะมา พอบอกเรื่องไปเขาก็หายไปอีกเกือบยี่สิบนาทีเพื่อจะเอาโบรชัวร์มาให้พร้อมเขียนรายละเอียดว่าต้องเตรียมเอกสารอะไรบ้าง และทิ้งเบอร์ของเขาไว้ให้

กลับมาถึงบ้านใช้เวลาอีกร่วมสองสัปดาห์กว่าจะเตรียมเอกสารทุกอย่างครบ วางแผนว่าต้องลางานครึ่งวันเพื่อเข้าไปสำนักงานใหญ่อีกรอบ แต่เอะใจขึ้นมาว่า เอกสารที่เขาระบุมามีแต่ฝั่งเรา ไม่เห็นมีใบสมัครให้กรอกเลย พอโทร.ไปบอกเจ้าหน้าที่ว่าจะนัดหมายเข้าไปในวันพรุ่งนี้เพื่อกรอกใบสมัคร เขาบอกว่าไม่ต้องเข้ามาก็ได้ เดี๋ยวส่งเจ้าหน้าที่ไปรับเอกสารถึงบ้านและเอาใบสมัครไปให้กรอก

เห็นได้ชัดว่าผมมีความคิดเองเออเองหลายรอบมาก

คิดเองว่าทุกสาขาจะรับเรื่องรีไฟแนนซ์บ้าน

คิดเองว่าต้องเข้าไปคุยเองถึงสำนักงานใหญ่ถึงจะได้เอกสารครบ

คิดเองว่าต้องเข้าไปส่งเอกสารเองกับมือ

ทำให้ผมเสียเวลาเดินทาง เสียเวลานั่งรอเจ้าหน้าที่ และเสียเวลาวางแผนการเข้าไปในเมืองอยู่ไม่น้อย

ทั้งๆ ที่เพียงผมกูเกิ้ลเสียหน่อยให้ได้เบอร์ติดต่อมา แล้วเอาเบอร์นั้นโทร.เข้าไป ผมอาจจะไม่จำเป็นต้องก้าวเท้าออกจากบ้านเลยด้วยซ้ำ

โอเค ผมอาจจะเถียงว่าก็ธนาคารอื่นมันทำได้หมด ธนาคารนี้สิแปลก

แต่สุดท้ายแล้ว ใครจะผิดใครจะถูกไม่สำคัญเท่ากับว่าวิธีไหนจะทำให้ผมเสียเวลาน้อยที่สุด

ความคิดเองเออเองนี่มีซ๋อนตัวอยู่ในทุกหนแห่ง เพราะเราเอามาตรฐานที่เห็นอยู่ทั่วไปมาเป็น heuristics หรือ rule of thumb ที่ช่วยประหยัดแรงในการคิด ที่เราเห็นเป็นประจำก็เช่น

คนนี้เข้าวัดถือศีล คงไม่โกหกเราหรอก

คนนี้แต่งตัวเปรี้ยว สงสัยเจ้าชู้แน่ๆ

คนนี้เปิดคอร์สสอนสัมมนา แสดงว่าต้องเทพสุดๆ แหงๆ

คนนี้เรียนเก่งมากเลย ต้องทำงานเก่งด้วยแน่ๆ

คนนี้เขารวยจะแย่แล้ว คงไม่คิดโกงเรา

ซึ่งเราก็ได้พบแล้วว่ามันไม่ได้จริงเสมอไป

คิดเองเออเองนั้นมีประโยชน์ในหลายวาระ แต่ต้องพึงระลึกว่ามันไม่อาจใช้ได้กับทุกวาระนะครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 8 เต็มแล้วครับ จึงเปิดรับรุ่นที่ 9 รอบบ่ายวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. นี้ ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA

ความกลัวสิ้นสุดตรงไหน

20180520_fearends

ชีวิตก็เริ่มต้นตรงนั้น

“Life begins where fear ends.”
-Osho

ไม่ใช่เรื่องแปลกที่มนุษย์และสิ่งมีชีวิตทั้งหลายจะเลือกทางที่ปลอดภัยไว้ก่อน เพราะมันเป็นกลไกของวิวัฒนาการที่ต้องเพิ่มความน่าจะเป็นสำหรับการสืบเผ่าพันธุ์ของตัวเองให้มากที่สุด

ในยุคก่อนที่มนุษย์จะหัดทำฟาร์ม เราออกล่าสัตว์เป็นอาหารและมีชีวิตแขวนอยู่บนเส้นด้าย มีโอกาสตายวันตายพรุ่งได้เสมอ

“ความกลัว” จึงเป็นกลไกที่สำคัญสำหรับการอยู่รอดมานับหมื่นนับแสนปี

มาวันนี้ โลกอันตรายน้อยลงไปมาก อย่างน้อยก็สำหรับมนุษย์ เราไม่ต้องห่วงเลยว่าออกจากบ้านวันนี้เราจะโดนเสือกินรึเปล่า แต่ต่อมความกลัวก็ยังทำหน้าที่ของมันอย่างซื่อสัตย์ไม่ต่างอะไรกับเมื่อ 50,000 ปีที่แล้ว

เราจึงกลัวไปหมด – กลัวถูกปฏิเสธ กลัวทำผิดพลาด กลัวโดนเจ้านายด่า กลัวเสียหน้า กลัวพ่อแม่ไม่รัก

เมื่อทุกการกระทำถูกตีกรอบด้วยความกลัว ขนาดของชีวิตจึงจำกัดยิ่ง

“Life begins where fear ends.”

หากอยากมีชีวิตที่กว้างขวางและลึกซึ้งกว่าเดิม บางทีเราอาจต้องกลับมาสำรวจตัวเองว่ากำลังกลัวอะไร แล้วความกลัวนั้นมันยังสมเหตุสมผลอยู่หรือไม่ครับ

—–

Time Management Workshop รุ่นที่ 8 เต็มแล้วครับ จึงเปิดรับรุ่นที่ 9 รอบบ่ายวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. นี้ ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA

5 นาทีสุดท้าย

20180516_lastfive

ผมเป็นแฟนทีมแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด โดยเฉพาะในยุคที่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน คุมทีม

สมัยนั้นเรามีคติประจำใจเลยว่า ตราบใดที่กรรมการยังไม่เป่านกหวีด เกมนี้ก็ยังไม่จบ ด้วยความที่นักเตะไม่เคยยอมแพ้ แมนยูฯ จึงยิงประตูชัยในช่วงท้ายเกมได้เสมอ

โดยแมทช์ที่น่าจะอยู่ในความทรงจำของใครหลายคน คือเกมยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกรอบไฟนอลระหว่างแมนยูกับบาเยิร์นมิวนิคในปี 1999

แมนยูนั้นคว้ามแชมป์พรีเมียร์ลีกและเอฟเอคัพมาเรียบร้อยแล้ว หากชนะเกมนี้ก็จะได้ Treble หรือสามแชมป์ในฤดูกาลเดียวกัน ซึ่งแมนยูไม่เคยทำได้มาก่อนในประวัติศาสตร์ร้อยกว่าปีของสโมสร

ในวันนั้นบาเยิร์นมิวนิคขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 6 และคุมเกมได้ดีตลอด (สมัยนั้นบาเยิร์นมิวนิคซึ่งมีโลธ่าร์ มัทเธอุสบัญชาการ ขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่เกมรับเหนียวแน่นสุดๆ)

แมนยูตามอยู่ 1-0 จน ตั้งแต่นาทีที่ 6 จนหมดเวลา 90 นาที กรรมการชูป้ายทดเวลา 3 นาที มัทเธอุสถูกเปลี่ยนตัวออกเพื่อไปพักเตรียมขึ้นรับถ้วย และช่างฝีมือเริ่มสลักชื่อทีมบาเยิร์นมิวนิคงบนถ้วยรางวัลแล้ว

แล้วปาฏิหาริย์ก็เกิดขึ้น เมื่อตัวสำรองอย่างเทดดี้ เชอริงแฮม ยิงตีเสมอในนาทีที่ 91 และ โอเล่ กุนนาร์ โซชา ตัวสำรองอีกคนก็ยิงประตูชัยในนาทีที่ 93 ทำให้แมนยูคว้าถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีก และได้สามแชมป์ประวัติศาสตร์มาครอง

—–

ตอนผมเล่นฟุตบอลให้กับทีมประจำเมืองและทีมมหาลัย โค้ชจะบอกเสมอว่าช่วง 5 นาทีแรกกับ 5 นาทีสุดท้ายเป็นช่วงที่อันตรายที่สุด

ใน 5 นาทีแรก เรายังตื่นสนาม ยังไม่ได้สัมผัสบอล ดังนั้นจึงมีโอกาสที่จะเสียประตูได้ง่าย

ส่วน 5 นาทีสุดท้ายคือช่วงที่เราล้าเต็มที่แล้ว รอฟังเสียงนกหวีดอย่างใจจดใจจ่อจนไม่มีสมาธิอยู่กับเกม

ดังนั้นโค้ชจะตะโกนจากข้างสนามว่าให้เราตั้งสติให้มั่นในช่วง 5 นาทีแรก กับ 5 นาทีสุดท้ายไว้เสมอ อย่าไปทำอะไรผลีผลาม

—–

เหตุที่ทำให้ผมคิดถึงเรื่องนี้ขึ้นมา เพราะหนังสือ 3 เล่มที่ผมอ่านล่าสุดครับ

เป็นหนังสือของนักเขียนที่มีชื่อเสียงถึง 3 ท่าน งานเขียนของแต่ละท่านน่าจะขายไปได้แล้วอย่างน้อยๆ 50,000 เล่ม

สิ่งที่ผมพบทั้งสามเล่มคือตัวสะกดผิดหรือพิมพ์ตกหล่น ซึ่งล้วนแล้วแต่อยู่ในช่วงหน้าท้ายๆ ของหนังสือ

ที่สำคัญ หนังสือแต่ละเล่มหนาเกิน 200 หน้า แต่ผมเจอจุดผิดพลาดแค่จุดเดียวเท่านั้น

ผมเลยสันนิษฐานว่า ฝ่ายพิสูจน์อักษรอาจเห็นว่าใกล้จะจบเล่มแล้ว ล้าเต็มทีแล้ว เตรียมฉลองชัยชนะแล้ว เฝ้ารอเสียงนกหวีดอย่างใจจดใจจ่อจนอาจเสียสมาธิไป

อย่ากระนั้นเลย เมื่อวานนี้ที่ผมเขียนบล็อกซึ่งค่อนข้างยาว ก็พิมพ์ผิดตรงย่อหน้าสุดท้ายเหมือนกัน

ดังนั้น ไม่ว่าจะเรื่องเรียน เรื่องงาน หรือเรื่องใช้ชีวิต ให้ระวังช่วง 5 นาทีสุดท้ายไว้ให้ดี

แม้ความเสียหายคงไม่เท่าที่บาเยิร์นมิวนิคเจอ แต่ถ้าทำดีมาตลอดแล้วมาพลาดช่วงท้ายมันก็น่าเสียดายอยู่เหมือนกันนะครับ

—–

ขอบคุณภาพจาก Wikipedia: Winners: Photo by Seán Murray Cropped and retouched by Danyele – Winners

Time Management Workshop รุ่นที่ 8 เปิดรับสมัครแล้วครับ เรียนเช้าวันเสาร์ที่ 26 พ.ค. ดูรายละเอียดได้ที่นี่ครับ https://goo.gl/T6c5XA (เหลืออีก 2 ที่ – ถ้าคนสมัครเกิน จะเปิดรอบบ่ายเพิ่ม)