ในวันที่คุณอายุ 99 ปี

20180122_99years

ลองจินตนาการถึงอนาคตที่คุณมีอายุ 99 ปี

คุณกำลังนอนพงาบๆ อยู่บนเตียง มีสายน้ำเกลือระโยงระยางเต็มไปหมด

ในวินาทีที่โลกทั้งโลกกำลังจะดับลง จู่ๆ ก็มีเทวดามาปรากฎตัว และมอบพรวิเศษให้คุณย้อนเวลากลับมาในปัจจุบันได้

คุณจะเลือกทำอะไร?

เมื่อเริ่มต้นที่จุดจบ อะไรๆ ก็อาจตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

—–
ขอบคุณข้อมูลจาก Tribe of Mentors Short Life Advice from the Best in the World by Timothy Ferriss

ความสำเร็จมีไว้ให้เช่า

20180122_successisrented

แถมต้องจ่ายค่าเช่าเป็นรายวันด้วย

“Success is never owned; it is only rented – and the rent is due every day.”
-Rory Vaden

เพราะความสำเร็จไม่ได้เกิดขึ้นง่ายๆ ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อและน้ำตา

แม้บางคนจะประสบความสำเร็จด้วยความฟลุ้คและหน้าตา แต่ความสำเร็จแบบนั้นก็อยู่ได้ไม่ยาว

และถึงจะได้ความสำเร็จมาด้วยวิธีที่ถูกที่ควร ก็ใช่ว่าเราจะนิ่งนอนใจได้ เพราะไม่มีใครเป็นเจ้าของความสำเร็จได้ เต็มที่เราก็เป็นแค่ “ผู้เช่า” ความสำเร็จเท่านั้น

และค่าเช่ารายวันที่เราต้องจ่าย ก็คือการทำหน้าที่ของเราให้ดีที่สุด

หากเราค้างค่าเช่าซักวันสองวันอาจไม่เป็นไร แต่ถ้าค้างนานๆ ยังไงก็ต้องโดนไล่ออกจากบ้านหลังนี้

จริงๆ ผมก็เพิ่งสังเกตว่า ภาษาไทยเราจะไม่ค่อยใช้คำว่า “คนสำเร็จ” แต่ใช้คำว่า “คนประสบความสำเร็จ”

“ประสบ” เป็น verb แถมในรูปประโยคนี้มันน่าจะเป็น verb แบบเติม -ing ด้วย

คนที่ประสบความสำเร็จ คือคนที่พาตัวเองไปพบกับความสำเร็จในทุกๆ วัน

วันไหนเหยาะแหยะใส่เกียร์ว่าง วันนั้นก็ไม่อาจเรียกได้ว่า “ประสบความสำเร็จ”

ความเป็นอนิจจังของความสำเร็จนั้น ในแง่นึงมันก็เหนื่อยเหมือนกันที่เราต้องคอยออกแรงตลอด

แต่ในอีกแง่หนึ่งมันก็มอบอิสรภาพให้กับเรา

เพราะ “ความไม่สำเร็จ” ที่ผ่านๆ มานั้นไม่นับ

แค่ทำวันนี้ให้ดี ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแล้ว


เปิดรับสมัคร Time Management รุ่น 7 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 3 ก.พ.  >> https://goo.gl/U55hAb

เวลาที่ควรหยุดคิด

20180120_stopthinking

ในแต่ละวัน เราะต้องเจอการต่อสู้ระหว่าง “สิ่งที่ควรทำ” กับ “ความคิดว่าอย่าเพิ่งทำ” เสมอ

เช่น ออกกำลังกายตามที่ตั้งปณิธานไว้ตอนปีใหม่, ล้างจาน, เข้าไปคุยกับคนที่เราอยากรู้จัก ฯลฯ

ในสถานการณ์อย่างนี้ ยิ่งใช้เวลาคิดมากเท่าไหร่ ยิ่งมีสิทธิ์จะไม่ได้ทำมากขึ้นเท่านั้น

ยกตัวอย่างเช่นตอนนี้เป็นเวลา 5 โมงเย็นวันอาทิตย์ เวลาที่เราตั้งใจไว้ว่าจะออกไปวิ่งรอบหมู่บ้าน

ถ้าปล่อยให้สมองของเราได้คิด มันก็จะหา “เหตุผล” ที่ทำให้เราไม่ได้ออกไปวิ่งมากมาย

“แดดยังร้อนอยู่เลย รออีกหน่อยแล้วกัน”

“เมื่อคืนนอนไม่ค่อยพอ ถ้าหักโหมเดี๋ยวจะป่วยเอา”

“ขอดู The Mask Singer บน Youtube อีกซักเพลง”

“วันนี้พักซักวัน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะวิ่งชดเลยให้”

สมอง หรือจะเรียกให้ถูกคือกิเลสนั้นมันฉลาดกว่าเรามาก สู้กับมันทีไรโดนมันหลอกประจำ

วิธีที่ดีที่สุดคืออย่าปล่อยช่องว่างให้ตัวเองคิด ถ้ารู้แล้วว่าควรทำก็รีบ take action เลย – เดินไปเปลี่ยนเสื้อผ้า ใส่ถุงเท้า ใส่รองเท้า ก้าวเท้าออกจากบ้านแล้วออกวิ่ง

กับเรื่องการทำงานยากๆ เหมือนกัน ถ้ามัวแต่คิด สุดท้ายเราจะได้ไปทำงานชิ้นอื่นที่ดูเหมือนจะด่วนกว่าแต่สำคัญน้อยกว่า

ความคิดสร้างคนได้ แต่ความคิดที่เยอะไปก็ทำลายโอกาสได้มากมายเช่นกัน

ในบางครั้ง การหยุดคิดและลุยเลยจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดครับ

—–

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่น 7 เรียนบ่ายวันเสาร์ที่ 3 ก.พ.  >> https://goo.gl/U55hAb

ความรักจะทำอะไร

20180120_whatwouldlovedo

ในตอนที่ต้องเจอสถานการณ์ที่ยากลำบากและเชิญชวนด้านมืดของเราให้ออกมาแสดงตน คำถามหนึ่งที่มีประโยชน์คือ

What would love do?

ความรักจะทำอะไร?

เวลาแฟนพูดจาไม่ดีกับเรา ความรักจะทำอะไร?

เวลาลูกงอแงพูดไม่ฟัง ความรักจะทำอะไร?

เวลามีคนขับรถปาดหน้า ความรักจะทำอะไร?

แล้วก็ทำตามนั้น

หากบางสถานการณ์เราใช้ความรักนำทางไม่ลงจริงๆ ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่ง คือถามว่า

ความโง่จะทำอะไร? ความถือดีจะทำอะไร?

แล้วก็พยายามหลีกเลี่ยงไม่ทำสิ่งนั้น เพราะมันจะยิ่งทำให้ปัญหาเลวร้ายกว่าเดิม

What would love do?

คำถามสั้นๆ ง่ายๆ แต่ผมลองใช้แล้วมีประโยชน์มาก อยากให้ลองเอาไปใช้ดูนะครับ

—–

ขอบคุณประกายความคิดจาก Conversations with God by Neale Donald Walsch

เปิดรับสมัคร Time Management รุ่น 6 & 7 เรียนเสาร์ที่ 3 ก.พ.  >> https://goo.gl/U55hAb

นิทานลมแปดทิศ

20180119_eightwinds

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

“ซูตงพอ” เป็นอำมาตย์ใหญ่ และเป็นนักประพันธ์ชื่อดัง เขียนหนังสือไว้มากมายทั้งทางโลกและทางธรรม มีชื่อเสียงขจรขจายไปทั่ว

ซูตงพอ เป็นศิษย์ของพระอาจารย์เซนชื่อดังรูปหนึ่ง วันหนึ่งคิดจะแสดงว่าตนปฏิบัติถึงขั้นล้ำลึกแล้ว จึงแต่งโศลกนี้ขึ้นมา

ค้อมหัวคำนับฟ้าเหนือฟ้า
แสงเจิดจ้าสาดส่องเหล่าเวไนย
ลมแปดทิศโหมมาไม่หวั่นไหว
นั่งนิ่งในดอกบัวสีม่วงทอง

เมื่อเขียนเสร็จแล้วก็ให้คนรับใช้นำไปให้พระอาจารย์

พระอาจารย์อ่านจบ ก็เขียนใส่ด้านหลังโศลกว่า “ผายลม” (เป็นศัพท์แสลง แปลว่า เพ้อเจ้อ ไร้สาระ)

เมื่อซูตงพอได้อ่านคำของอาจารย์ ก็บันดาลโทสะยิ่งนัก นั่งเรือข้ามฟากไปหาพระอาจารย์ทันที

พระอาจารย์รู้อยู่แล้วว่าซูตงพอจะต้องมา จึงสั่งลูกศิษย์ไว้แล้วว่าวันนี้ไม่รับแขก

ซูตงพอยิ่งเดือดดาลหนักขึ้นไปอีก จึงถือวิสาสะเดินไปที่ห้องพักพระอาจารย์

ขณะที่กำลังจะยกมือขึ้นเคาะประตู ก็เห็นกระดาษแผ่นหนึ่งติดไว้ที่หน้าประตูว่า

ลมแปดทิศโหมมาไม่หวั่นไหว
แต่ลมตดเดียวซัดท่านมาถึงนี่

ซูตงพอเลยรู้สึกตัว และอดขบขันตัวเองไม่ได้

หลังจากนั้นจึงมีคำพังเพยมาจนถึงทุกวันนี้ว่า

“จงเอาเยี่ยง แต่อย่าเอาอย่าง ซูตงพอ”

เอาเยี่ยงที่ฝักใฝ่ธรรมะ แตกฉานอภิธรรม

แต่อย่าเอาอย่างที่การปฏิบัติยังไปไม่ถึงไหน

—–

ขอบคุณนิทานจาก What Am I.net : นิทานเซ็น