สองคนในร่างเดียว

20180423_twominds

คิดว่าทุกคนน่าจะเคยเจอปัญหานี้

ปัญหาที่เรารู้ว่าควรจะทำอย่างไร แต่พอจะทำดันทำไม่ได้

เช่นรู้ว่ากินอาหารติดมันไม่ดี แต่เจอกี่ทีก็หยุดไม่ได้

หรือรู้ว่าไม่ควรพูดจาไม่ดี แต่เจอคนนิสัยแย่ๆ เราก็อดไม่ได้

ในหนังสือ Principles Ray Dalio บอกว่าตัวตนของคนเรานั้นมี 2 ระดับ

คือตัวตนชั้นบน กับตัวตนชั้นล่าง (Upper Level You และ Lower Level You)

ตัวตนชั้นบนจะถูกกำกับโดยจิตสำนึกและสมองส่วน prefrontal cortex ที่ใช้ในการคิด คำนวณ และทำอะไรที่เป็นเหตุเป็นผล

ตัวตนชั้นล่างจะถูกกำกับโดยจิตใต้สำนึกและสมองส่วนอมิกดาลา (amygdala) ที่มีความสำคัญต่อการเอาชีวิตรอด

จิตใต้สำนึกนั้นแข็งแรงกว่าจิตสำนึกมาก เพราะสมองส่วนกลางนั้นวิวัฒนาการมาก่อนสมองส่วนหน้ามานับแสนนับล้านปี

จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่ “ใจเราจะเข้มแข็งไม่พอ” เมื่อเจอสิ่งเร้า

เวลาเจออาหารติดมัน สมองจะบอกว่าไม่ดีต่อสุขภาพ แต่จิตใต้สำนึกบอกว่ามันคือแหล่งพลังงานซึ่งสำคัญต่อการประทังชีวิต

เวลาเจอคนนิสัยแย่ๆ จิตใต้สำนึกจะตีความว่ามันเป็นการคุกคามกัน ร่างกายของเราก็เลยป้องกันการรุกรานนั้นด้วยความก้าวร้าว

แล้วเราจะเอาชนะจิตใต้สำนึกได้อย่างไร?

วิธีการแก้ที่ได้ผลที่สุดคือสร้างอุปนิสััยใหม่ขึ้นมา (habit) โดยให้นิสัยนั้นเป็นคุณต่อเรา

เช่นต้องหัดกินของไม่ติดมันบ่อยๆ ซักพักร่างกายเราก็จะเลิกปรารถนาของติดมันไปเอง หรือเวลาเจอคนนิสัยแย่ๆ เราก็เลี่ยงการปะทะหรือใช้อารมณ์ขันเข้ามาทำให้สถาการณ์มันตึงเครียดน้อยลง

อุปนิสัยหรือ habit นั้นทำงานในระดัับจิตใต้สำนึกเช่นกัน คือเราทำโดยที่ไม่ต้องเสียเวลาหรือออกแรงคิดด้วยซ้ำ เหมือนตื่นเช้ามาก็แปรงฟันอาบน้ำโดยไม่ต้องคิด

อีกประเด็นคือเราต้องระลึกเสมอว่าในเรานั้นมีสองคนในร่างเดียว คือตัวตนชั้นบน กับตัวตนชั้นล่าง

ถ้าเรากำลังทำอะไรเพื่อความสะใจหรือเพื่อแก้แค้นอยู่ นั่นแสดงว่าเรากำลังปล่อยให้ตัวตนชั้นล่าง (ซึ่งมีหน้าที่หลักคือการเอาชีวิตรอด) ทำงานมากเกินไป

เมื่อรู้แล้ว ก็ไม่ต้องสู้ แค่คอยดูมันทำงานไปเรื่อยๆ จนหมดแรงไปเอง

เมื่อเริ่มควบคุมตัวเองได้ ค่อยเอาตัวตนชั้นบนที่มีสติเข้าไปจัดการปัญหาอย่างถูกต้องครับ

—–
หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ

คิดอะไรไม่ออกให้ออกไปวิ่ง

20180422_run

มีคนเคยถามผมว่าหาเรื่องมาเขียนบล็อกยังไงได้ทุกวัน

หนึ่งในคำตอบของผมคือออกไปวิ่งครับ

วิ่งซักประมาณ 30 นาทีขึ้นไป พอเหงื่อออก หายใจหอบ มันมักจะมีไอเดียผุดขึ้นมาให้ผมเขียนบล็อกทุกครั้ง

ผมเคยอ่านเจอบทความหนึ่งที่บอกว่า เราควรจะเก็บงาน creative ไว้ทำตอนบ่ายแก่ๆ ซึ่งตรงข้ามกับความเชื่อผมมาก เพราะงานครีเอทีฟน่าจะทำตอนเช้าตอนที่หัวสมองมันยังเฟรชๆ ไม่ใช่เหรอ

แต่เหตุผลที่เขาให้มาก็คือ ตอนที่สมองเราล้านี่แหละคือตอนที่มันมีโอกาสจะเกิดไอเดียสร้างสรรค์

เพราะพอสมองล้าจนไม่อยากคิดเยอะแล้ว สมองมันเลยข้ามขั้นตอนการคิดอะไรบางอย่างไป จนนำสิ่งที่ไม่น่าจะเชื่อมโยงกันได้มาเชื่อมโยงกัน และการเชื่อมโยงในรูปแบบนี้ก็คือความคิดสร้างสรรค์นั่นเอง

ผมว่าการวิ่งก็อาจให้ผลคล้ายๆ กัน เพราะพอตอนเราวิ่งจนเหนื่อย สมองก็ไม่มีสมาธิจะคิดอะไรจริงๆ จังๆ มันก็เลยสร้าง “ทางใหม่” ขึ้นมา เป็นไอเดียที่เราสามารถนำมาเขียนบล็อก ทำงาน หรือแม้กระทั่งสร้างธุรกิจได้

ถ้าคุณติดปัญหาอะไรอยู่แล้วหาทางออกไม่ได้ซักที ลองออกไปวิ่งดูนะครับ

ยึดมั่นกับเป้าหมาย ยืดหยุ่นในวิธีการ

20180421_whathow

If the plan doesn’t work, change the plan, never the goal.
-Anonymous

สมมติเป้าหมายเราคือ 10

ถ้าลอง 5+5 แล้วไม่เวิร์ค ก็อย่าเพิ่งล้มเลิก เพราะการไปให้ถึง 10 มีหลายวิธี

2+8 ก็ได้
3+4+3 ก็ได้
1+2+3+4 ก็ได้
3×4-2 ก็ยังได้

อย่างที่โทนี่ รอบบินส์พูดถึงเทคนิค RPM ว่าเมื่อ What กับ Why ชัดแล้ว เราจะสรรหา How ได้เอง

What ไม่เปลี่ยน แต่ How เปลี่ยนได้เรื่อยๆ

เราจึงควรยึดมั่นกับเป้าหมายและยืดหยุ่นในวิธีการ

แต่ผมว่าถ้าจะให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น เราควรเติมประโยคนี้เข้าไปด้วย

ว่าบางทีเราก็ต้องยืดหยุ่นกับเป้าหมาย เพื่อยึดมั่นในหลักการ

เพราะหากเราจับจ้องแต่เป้าหมายมากเกินไป เราก็อาจจะออกนอกเส้นทางได้โดยไม่รู้ตัว

ยกตัวอย่างเช่นหากเราตั้งเป้าว่าจะต้องมีเงิน 10 ล้านบาทก่อนอายุ 40 เราอาจมุ่งมั่นกับเป้าหมายนั้นมากเสียจนเราเอาเปรียบคู่ค้า แล้งน้ำใจกับเพื่อนฝูง ไม่มีเวลาให้ครอบครัว สุขภาพเสื่อมเสีย และบางทีก็ทรยศความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่อยู่ในมโนสำนึกของเรา

เราโฟกัสกับ What มากจนหลงลืม Why ที่เป็นจุดเริ่มต้นของเราตั้งแต่แรก

กล่าวโดยสรุป การมุ่งมั่นกับเป้าหมายนั้นดีแน่ แต่หากเป้าหมายและวิธีการนั้นพาให้เราสูญเสียหลักการและจิตวิญญาณของตัวเองไป ก็ควรกลับมาทบทวนเป้าหมายใหม่นะครับ

นิทานปีกัสโซ่

20180421_picasso

เมื่อวานวันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ปาโบล ปีกัสโซ ศิลปินชื่อก้องโลกกำลังนั่งวาดภาพอยู่ในสวนสาธารณะในกรุงปารีส

คุณนายคนหนึ่งเดินผ่านมาเห็น จึงปรี่เข้ามา

“คุณปีกัสโซ่จริงๆ ด้วย! ดิฉันติดตามผลงานของคุณมานานแล้ว คุณพอจะกรุณาวาดรูปให้ฉันซักรูปได้มั้ยคะ?”

ปีกัสโซ่ตอบตกลง มองหน้าคุณนายครู่หนึ่ง ก่อนจะสเก็ตช์รูปใบหน้าของเธอออกมาภายในเวลาไม่กี่อึดใจ

“เยี่ยมยอดสุดๆ” คุณนายอุทาน “คุณดึงจุดเด่นบนหน้าฉันขึ้นมาได้ครบถ้วนเลย ขอบคุณจริงๆ ค่ะ คุณคิดค่ารูปเท่าไหร่คะ?”

“5000 ฟรังก์ครับคุณผู้หญิง”

คุณนายตกใจ

“มาเก็บเงินฉันขนาดนี้ได้ไง คุณใช้เวลาวาดแค่หนึ่งนาทีเอง”

“คุณผู้หญิงครับ ผมใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อจะวาดรูปนี้ได้ในหนึ่งนาทีครับ”

—–

ขอบคุณนิทานจาก 1099.com: How to Charge

สองสิ่งที่ไม่อาจอยู่ร่วมกันได้

20180419_incompatible

คือความสำเร็จกับข้อแก้ตัว

You can have results or excuses. Not both
-Arnold Schwarzenegger

ตอนนี้ผมอยู่ที่เชียงใหม่ครับ

มาทำหน้าที่เป็น Trainer ให้กับโครงการ Northern Innovative Startup Thailand สองวัน

ใครที่เคยเป็นเทรนเนอร์น่าจะพอนึกภาพออกว่ามันต้องใช้พลังงานเยอะพอสมควร เพราะเราต้องขับเคลื่อนคนอีกหลายสิบคนตลอด 6 ชั่วโมงทั้งเช้าบ่าย

สอนเสร็จ ผมไปหา “อาเข้ม” ที่อยู่เชียงใหม่มาสี่สิบกว่าปี ไปนั่งฟังเขาเล่าถึงที่มาที่ไปของ ทวารบาล บ้านเทวาลัย ที่อาเข้มปลุกปั้นมา 15 ปี ก่อนที่จะพาไปกินร้านโอ้กะจู๋ อยู่กันจนถึงร้านปิด

กว่าจะกลับถึงห้องก็ 4 ทุ่มแล้ว รู้ตัวว่ายังไม่ได้เขียนบล็อกแต่ก็คิดไม่ออกว่าจะเขียนอะไร จึงนอนอ้อยอิ่งไถเฟซบุ๊คอยู่เกือบชั่วโมง (สี่ทุ่มคือช่วงที่ willpower อยู่ในขีดต่ำสุดแล้ว จึงมีความเสี่ยงสูงที่จะผลาญเวลาไปกับมือถือ)

แต่เมื่อถึงจุดที่ตัดใจวางมือถือลงได้ ก็เดินไปเปิดกระเป๋าและหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาเปิดเครื่องด้วยหัวสมองอันว่างเปล่า

แล้วประโยคนี้จะผ่านเข้ามาในหัว เป็นคำพูดที่ผมเจอบนโปสเตอร์ขนาดใหญ่หน้าฟิตเนสในมาเลเซียเมื่อเดือนที่แล้ว

You can have results or excuses. Not both

จะเอาผลลัพธ์ก็ได้ จะเอาข้อแก้ตัวก็ได้ แต่จะเอาทั้งสองอย่างไม่ได้

มนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่แก้ตัวเป็น เราจึงเป็นสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวที่หลอกตัวเอง

เมื่อหลอกตัวเองได้สนิทใจ ก็เลยไม่ได้ลงมือทำ

เมื่อไม่ได้ลงมือทำ มันก็เลยไม่เกิดผล

เมื่อไม่เกิดผล ความสำเร็จจึงต้องรอคอยเราต่อไป

ข้อแก้ตัวกับความสำเร็จจึงเป็นปรปักษ์กัน

ถ้าคิดอีกมุม เราก็จะได้สูตรความสำเร็จที่เรียบง่ายที่สุดในโลก

แค่อย่ามีข้อแก้ตัวเท่านั้นเอง


หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ