10 คำถามที่เราควรถามตัวเองทุกวัน

20180727_10questions

ทุกเช้าเราจะตื่นมาพร้อมคำถามมากมายเต็มหัว ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งบนที่นอน ในห้องน้ำ และหน้าตู้เสื้อผ้า

ขออีก 10 นาทีได้มั้ย?

สายแล้ว รถจะติดมั้ยเนี่ย?

ใส่เสื้อสีอะไร?

เช้านี้กินอะไรดี?

มีงานอะไรที่ยังทำไม่เสร็จบ้างเนี่ย?

และอื่นๆ อีกมากมาย

Tony Robbins บอกว่า ไหนๆ เราก็มีคำถามให้ตัวเองทุกเช้าแล้ว เราจึงควรถามคำถามที่มันสร้างสรรค์ด้วย

โทนี่แนะนำให้เราถามคำถาม 7 ข้อนี้ทุกเช้าครับ

1. ตอนนี้เราแฮปปี้กับเรื่องอะไร (What am I happy about?)

2. เรากำลังตื่นเต้นกับเรื่องอะไร (What am I excited about?)

3. มีเรื่องอะไรบ้างที่เราภูมิใจ (What am I proud of?)

4. เรารู้สึกขอบคุณเรื่องอะไร? (What am I grateful for?)

5. เรากำลังสนุกกับเรื่องอะไร? (What am I enjoying?)

6. มีเรื่องอะไรบ้างที่เรามุ่งมั่นจะทำให้สำเร็จ? (What am I committed to?)

7. ใครที่รักเรา / ใครที่เรารัก? (Who do I love / Who loves me?)

แต่ละคำถามอาจมีคำตอบได้ถึง 2-3 คำตอบ แต่ถ้าเรารู้สึกว่าตอบไม่ได้ เช่นตอนนี้ไม่ได้แฮปปีักับเรื่องอะไรเลย ก็ลองเปลี่ยนคำถามเล็กน้อยให้เป็น What could I be happy about – เราน่าจะแฮปปี้กับเรื่องอะไรได้บ้าง?

ผมลองถามและตอบคำถามเหล่านี้ดูแล้วก็รู้สึกว่ามันสร้างพลังงานบวกให้กับตัวเองได้ไม่น้อย

พอหมดวันโทนี่ยังแนะนำให้เราถามเพิ่มอีก 3 คำถาม นั่นคือ

8. วันนี้เราได้มอบอะไรให้กับโลกบ้าง? (What have I given today?)

9. วันนี้เราได้เรียนรู้อะไรบ้าง? (What did I learn today?)

10. สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ทำให้ชีวิตเราดีขึ้นยังไง หรือเราจะใช้วันนี้เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตได้อย่างไร? (How has today added to the quality of my life or how can I use today as an investment in my future?)

บางคนอาจรู้สึกว่า 7 ข้อยามเช้าอาจจะเยอะไปหน่อย ก็อาจจะลดทอนลงเหลือ 3-4 ข้อที่เราชอบก็ได้ แต่ผมว่า 3 ข้อก่อนนอนนี่กำลังดีนะครับ มันน่าจะช่วยให้เราใช้ชีวิตอย่างรู้เนื้อรู้ตัวได้เป็นอย่างดี

ลองนำไปปรับใช้ดูครับ

—–
ขอบคุณเนื้อหาจากหนังสือ Awaken the Giant Within by Anthony Robbins 

นิทานแซนวิชแฮม

20180726_sandwich

นักการฑูตต่างชาติท่านหนึ่งพูดภาษาอังกฤษไม่ได้ ในตอนที่กระดิ่งพักกลางวันดังขึ้นในหอประชุมใหญ่สหประชาชาติ ที่เคาน์เตอร์อาหารเขายืนอยู่ข้างหลังชายผู้หนึ่ง และได้ยินเสียงชายผู้นั้นสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟ ดังนั้นเค้าจึงสั่งพายแอปเปิลกับกาแฟด้วย

เป็นเวลาสองสัปดาห์เต็มที่เขาสั่งแต่พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ จนในท้ายที่สุดเขาก็ตัดสินใจว่าจะลองสั่งอย่างอื่นดูบ้าง ดังนั้นเขาจึงพยายามฟังอย่างตั้งใจในขณะที่ชายผู้ที่ยืนอยู่ข้างหน้าสั่งแซนด์วิชแฮม

“แซนวิชแฮม” เขาสั่งอาหาร

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถาม

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

“ขนมปังธรรมดาหรือโฮลวีต” คนขายถามอีกครั้ง

“แซนวิชแฮม” นักการทูตพูดซ้ำ

คนขายเริ่มมีอารมณ์ “ฟังให้ดี” เขาแผดเสียงออกมาพร้อมกับชูกำปั้น “ท่านต้องการขนมปังธรรมดาหรือว่าโฮลวีต”

“พายแอปเปิ้ลกับกาแฟ” นักการทูตตอบ

—–

ขอบคุณนิทานจาก เต๋า : วิถีที่ไร้เส้นทาง โดย Osho แปลโดย ดร.ประพนธ์ ผาสุขยืด

กระบวนการเผาผลาญความสุข

20180726_metabolism

เวลาเราเห็นใครที่กินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วน เราจะบอกว่าร่างกายเขาเผาผลาญดี

ร่างกายเราเผาผลาญดีตอนเด็กๆ แล้วค่อยๆ แย่ลงเมื่อแก่ตัว

แต่จิตใจคนอาจตรงกันข้าม

ยิ่งอายุเยอะ กระบวนการเผาผลาญความสุขเราจะดีขึ้นเรื่อยๆ

ในวัยเด็ก แค่ได้กินไอติมกะทิอร่อยๆ ก็ยิ้มแฉ่ง มีความสุขติดตัวไปทั้งวันแล้ว

แต่พอเราโตขึ้น เรากลับมีความสุขยากกว่าเดิม ราคาของความสุขก็แพงขึ้น แถมพอได้ความสุขมามันก็อยู่กับเราสั้นลงด้วย

ได้แฟนสวยอาจจะฟินอยู่แค่เดือนเดียว

ได้มือถือใหม่ อาจจะเห่ออยู่แค่หนึ่งสัปดาห์

ได้กินอาหารญี่ปุ่นหัวละหลายพัน อาจจะฟินแค่แค่ไม่กี่ชั่วโมง

ผมเคยได้อ่านบทสัมภาษณ์ของผู้หญิงฐานะดีคนหนึ่ง เธอเล่าให้ฟังว่า สมัยวัยรุ่นเธอกลับมาบ้านเห็นรถยนต์ป้ายแดงจอดอยู่ พอรู้ว่ารถคันนั้นเป็นของเธอก็ร้องไห้โฮ ไม่ใช่เพราะดีใจที่ได้รถใหม่ แต่เสียใจที่รถใหม่คันนั้นเป็นรถญี่ปุ่นแทนที่จะเป็นรถยุโรป

ยิ่งเติบโต ยิ่งมีฐานะ กระบวนการเผาผลาญความสุขเรายิ่งมีประสิทธิภาพ

ยิ่งตอนนี้มีโซเชียลมีเดียไว้ให้เราคอยเปรียบเทียบกับคนอื่นอีก กระบวนการเผาผลาญนี้ยิ่งทวีความรุนแรง

ใครที่รู้ตัวว่าความสุขหมดเร็ว ก็ทำใจไว้นะครับว่าชีวิตนี้อาจจะเหนื่อยหน่อย เพราะต้องคอยถมบ่อที่ไม่มีก้น

ส่วนถ้าใครอยากให้การเผาผลาญลดความรุนแรงลงบ้าง ก็อาจต้องลองกลับมาฝึกที่จะอยู่กับตัวเอง เข้าใจตัวเองว่าอะไรคือสิ่งที่มีคุณค่ากับเราจริงๆ ใช้มือถือให้น้อยลงหน่อย ก็น่าจะช่วยให้ความสุขอยู่กับเราได้ยั่งยืนขึ้นครับ

เคยรักใครมากเสียจนเราพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อเขาไหม?

20180725_lovingsomuch

มากพอที่เราจะตื่นเช้ากว่าที่เคย

มากพอที่เราจะทำสิ่งที่ไม่เคยคิดจะทำ

มากพอที่เราจะเลิกนิสัยแย่ๆ

มากพอที่จะลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเอง

ถ้าคุณเคยผ่านประสบการณ์นี้ และยังจำความรู้สึกนั้นได้

ลองรักตัวเองแบบนั้นดูบ้างดีมั้ย?

“Ever loved someone so much, you would do anything for them? Yeah, well, make that someone yourself and do whatever the hell you want.”
-Harvey Specter

เมื่อเราจัดการเรื่องอะไรได้ดี

20180723_wellmanaged

เราจะเลิกคิดถึงเรื่องนั้น

David Allen ผู้เขียนหนังสือคลาสสิค Getting Things Done และเป็นกูรูด้าน time management บอกว่า ถ้าคุณจัดการเวลาได้ดี คุณก็จะเลิกคิดถึงเวลา

อ่านรอบแรกก็จะงงๆ แต่ถ้ามาลองขบคิดดูก็อาจจะพอเข้าใจขึ้นได้บ้าง

ถ้าเราจัดการเวลาได้ดี เราก็จะมีเวลาเหลือพอที่จะทำสิ่งที่คุณต้องทำ ไม่ต้องมาคอยแข่งกับเวลาอีกต่อไป

ถ้าเราจัดการเรื่องการเงินได้ดี เราก็จะสามารถจับจ่ายใช้สอยได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีเงินใช้ถึงสิ้นเดือนรึเปล่า

ถ้าเราจัดการความสัมพันธ์กับแฟนได้ดี เราก็จะไม่ต้องคอยโทร.ตามว่าอยู่ไหนแล้ว

ถ้าเราจัดการกับสุขภาพได้ดี เราก็จะไม่คิดถึงเรื่องสุขภาพอีกต่อไป เพราะวิถีชีวิตของเราเอื้อให้เรามีสุขภาพที่แข็งแรงโดยอัตโนมัติอยู่แล้ว

ในทางกลับกัน ถ้าเรายังคิดถึงอะไรอยู่ตลอด นั่นอาจเป็นสัญญาณว่าเรายังจัดการเรื่องนั้นได้ไม่ดีนะครับ

—–

หาซื้อหนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 3 ได้ที่ Zombie Books RCAร้านหนังสือเดินทาง ถ.พระสุเมรุ, ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์  และร้านหนังสือทั่วไปครับ