แพ้คือทางขึ้น ชนะคือทางลง

ชายคนหนึ่งแข่งหมากรุกกับเพื่อนสาวที่เล่นหมากรุกเก่งกว่าเขามาก

รอบแรกเขาแพ้เละเทะ แต่เขาก็ไม่ท้อ ขอประลองใหม่ แล้วก็จบด้วยความพ่ายแพ้อีกเช่นเคย

เขากลับไปศึกษาเกมส์หมากรุกให้ถ่องแท้ยิ่งขึ้น หัดเล่นกับคอมเพื่อฝึกฝนตัวเอง และนัดเล่นหมากรุกกับเพื่อนคนนี้เรื่อยๆ

ต้องแข่งกันหลายสิบครั้งกว่าเขาจะเอาชนะเพื่อนตัวเองได้

จากนั้นเขาก็ชนะเพื่อนอีกหลายรอบ นานไปก็เริ่มชะล่าใจ สุดท้ายเขาก็กลับมาแพ้อีกจนได้

แล้วเขาก็ได้บทเรียนว่า ช่วงที่เขาแพ้นั้น เขาเก่งขึ้นทุกวัน แต่พอเขาได้พบชัยชนะแล้ว เขากลับหย่อนยานและย่ำอยู่กับที่

จะนับเป็นกฎข้อหนึ่งเลยก็ได้ ว่าเมื่อใดที่เราแพ้ เมื่อใดที่เราพลาด เราจะได้เรียนรู้อะไรมากมาย แต่พอเราชนะ เรามักจะนึกว่าตัวเองอยู่บนยอดเขา เราจะประมาท และเราจะหยุดพัฒนา

แพ้คือทางขึ้น ชนะคือทางลงครับ

ก่อนจะตั้งเป้าหมายใหม่ อย่าลืมถามว่าเราพร้อมจะทิ้งอะไรบ้าง

เพราะทุกวันนี้ทุกคนก็บ่นว่า “ไม่มีเวลา” อยู่แล้ว

ถ้าอยากจะตั้งเป้าหมายใหม่ เราก็ต้องไม่หลอกตัวเองว่าเราจะสามารถทำอะไรเพิ่มขึ้นมาได้โดยที่เราจะยังคงทำทุกอย่างที่เราเคยทำได้เหมือนเดิม

ตอนผมเรียนปริญญาโท มีน้องบ่นว่าช่วงนี้เขานอนไม่พอ กว่าจะดูละครจบก็สี่ทุ่มแล้ว พอต้องอ่านหนังสือและทำการบ้านก็เลยสะโหลสะเหลไปทำงานแทบทุกวัน

ผมเลยตอกไปเบาๆ ว่าเรียนโทแล้วยังคิดจะดูละครอีกเหรอ? น้องเขาก็ได้แต่ยิ้มเขินๆ

การแยกแยะระหว่างเรื่องสำคัญกับเรื่องไม่สำคัญนั้นไม่ยาก ใครๆ ก็ทำได้

แต่ที่พวกเราส่วนใหญ่ struggle ก็คือการแยกแยะระหว่างเรื่องสำคัญกับเรื่องสำคัญที่สุด

ยิ่งทางเลือกเรามีมากมายก่ายกองกว่าที่เคยเป็นมา เรายิ่งต้องพัฒนากล้ามเนื้อประเมินประโยชน์ให้แข็งแรง และพร้อมที่จะตัดสินใจ ซึ่งชื่อก็บอกอยู่แล้วว่ามันคือการ “ตัด” ทางเลือกที่เหลือ อย่างน้อยก็ช่วงเวลาหนึ่งเพื่อให้เรามีแรงและเวลาไปทำสิ่งที่สำคัญที่สุดของเราได้

ปีใหม่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ใครเคยตั้ง New Year’s Resolutions เอาไว้แล้วทำไม่สำเร็จ ความน่าจะเป็นก็คือเราน่าจะพยายามจะเพิ่มอะไรเข้ามาในชีวิตมากเกินไปโดยไม่ยอมตัดอะไรเลย ยังเล่นมือถือเยอะเหมือนเดิม ยังใช้จ่ายเหมือนเดิม ยังกินเยอะเหมือนเดิม

ก่อนจะตั้งเป้าหมายใหม่อย่าลืมถามว่าเราพร้อมจะทิ้งอะไรบ้าง

เพราะมันจะช่วยเพิ่มโอกาสให้เราบรรลุเป้าหมายได้ไม่น้อยเลยทีเดียวครับ

นิทานเมียไม่ทำงาน

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

สามีมาพบนักจิตวิทยาเพราะเขาไม่พอใจภรรยา รู้สึกว่ามันไม่ยุติธรรมที่เขาต้องหาเลี้ยงครอบครัวอยู่คนเดียว

ตอนนี้คุณทำงานอะไร?
เป็นผู้ตรวจสอบบัญชีครับ

แล้วภรรยาของคุณล่ะ?
เธอไม่ได้ทำงานครับ

ใครทำอาหารเช้าให้ที่บ้านกิน?
ภรรยาของผม

ภรรยาของคุณตื่นกี่โมง?
ประมาณ ตี 5 เพราะเธอต้องทำความสะอาดบ้านก่อนทำอาหารเช้า

แล้วใครไปส่งลูกๆ ที่โรงเรียน?
ภรรยาของผมเป็นคนพาลูกๆ ไปโรงเรียน เพราะเธอไม่ต้องไปทำงาน

หลังจากพาเด็กๆไปโรงเรียน เธอก็ไม่ได้ทำอะไรแล้วใช่มั้ย?
ก็มีไปจ่ายตลาด แล้วก็กลับบ้านเพื่อทำอาหารและทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า

ตอนเย็นพอกลับถึงบ้าน คุณทำอะไรบ้าง ?
ดูทีวีครับ เพราะว่าผมเหนื่อยกับงานมาตลอดทั้งวันแล้ว

แล้วภรรยาของคุณล่ะ?
เตรียมอาหารให้ผมและลูกๆ ล้างจาน ล้างครัว ทำความสะอาดบ้าน พาเด็กๆ อาบน้ำ พาลูกๆ เข้านอน เธอเล่านิทานจนลูกๆ หลับ เสร็จแล้วเธอก็ไปเตรียมเสื้อผ้าให้ผมและลูกๆ มาแขวนเตรียมไว้สำหรับวันพรุ่งนี้

เธอเข้านอนกี่โมง?
ไม่แน่ใจ ส่วนใหญ่ผมหลับก่อน

แล้วคุณยังคิดว่าเธอไม่ทำงานอีกเหรอ?
…

คนตัวใหญ่ล้วนเคยเป็นคนตัวเล็ก

ลองเลือก idol ที่เราชื่นชมมาสักคนหนึ่ง ต่อให้เขายิ่งใหญ่หรือเก่งกาจแค่ไหน ถ้าย้อนเวลากลับไปเขาก็เคยเป็นคนธรรมดามาก่อนเกือบทั้งนั้น

คนธรรมดาเหมือนกับที่เราเป็นอยู่ตอนนี้

แต่ด้วยความเพียรพยายาม ด้วยอุปนิสัยที่ดี และด้วยโชคชะตาที่เป็นใจ เขาก็ค่อยๆ ก้าวจาก nobody มาเป็น somebody ได้

และถ้าใครเคยได้เข้าใกล้คนตัวใหญ่ เราจะรู้สึกได้เลยว่าเขาก็เป็นคนธรรมดาคนหนึ่ง พูดเหมือนกับเรา กินเหมือนกับเรา หัวเราะเรื่องเดียวกันกับเรา

เรียนรู้จากคนตัวใหญ่ ชื่นชมได้แต่คงไม่ถึงกับต้องบูชา ไม่งั้นเราจะเผลอคิดว่าเขาพิเศษเกินกว่าที่เราจะเป็นแบบเขา จนทำให้เราเสียโอกาสที่จะบรรลุศักยภาพที่แท้จริงของตัวเองครับ

19 ข้อคิดจากรวิศ หาญอุตสาหะ

เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ทาง LINE MAN Wongnai ได้รับเกียรติจาก “พี่แท็ป” รวิศ หาญอุตสาหะ CEO ของศรีจันทร์และเจ้าของเพจ Mission to The Moon มาเป็นวิทยากร

นี่คือส่วนหนึ่งจากการบรรยายของพี่แท็ปครับ

  1. นอกจาก hard skills และ soft skills แล้ว เรายังต้องพัฒนา meta skills อย่าง growth mindset, comfort with change และ self-direction ด้วย
  2. เรามักจะนึกว่า AI จะมาทำงานแทนคนแก่ แต่จริงๆ แล้ว 40% ของงานที่จะถูก AI และ Automation มาทดแทนนั้นเป็นงานของคนวัย 18-34 ปี
  3. ภายในปี 2025 AI อาจจจะทำงานมากกว่าคนในหลาย industry และเรตการนำ AI มาใช้จะเร็วแค่ไหนขึ้นอยู่กับกฎหมายของแต่ละประเทศ เพราะเมื่อรัฐ reskill คนไม่ทัน ทางเลือกสุดท้ายก็คือการบล็อคด้วยกฎหมาย
  4. งานของเราจะถูก disrupt หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าเราทำงานเป็นหุ่นยนต์รึเปล่า ถ้านายสั่งมาแค่ไหนก็ทำแค่นั้น แสดงว่าเราก็อาจจะถูกแย่งงานได้
  5. ในปีที่ผ่านมา Top 10 courses ที่มีคนลงเรียนมากที่สุดใน Coursera มีวิชา Mindfulness ติดอยู่ในอันดับ 4
  6. แต่ก่อนคนเก่งแบบตัว I คือรู้อะไรให้กระจ่างแต่อย่างเดียวก็พอแล้ว ยุคถัดมาคนต้องเก่งแบบตัว T คือรู้ลึกในหนึ่งเรื่อง และรู้กว้างอีกหลายๆ เรื่อง แต่ยุคนี้เราต้องรู้แบบตัว Y คือเอาความรู้ของศาสตร์อย่างน้อย 2 เรื่องแบบลึกซึ้ง และนำมาบูรณาการ ซึ่งถ้าทำได้ คนอื่นจะสู้เราไม่ได้เลย
  7. ความรู้แบบ Y นั้น ขาหนึ่งควรจะเป็น solid science ส่วนอีกขาหนึ่งเป็น art ยกตัวอย่างเช่น Robert Lang นักฟิสิกส์ที่โปรดปรานการพับกระดาษแบบ Origami มาก สุดท้ายเขานำ 2 ศาสตร์มารวมกันจนพบวิธีการพับ airbag ในรถตยนต์ที่พุ่งออกมาจากด้านข้างได้ รวมถึงคิดวิธีการพับแผงโซล่าร์เซลล์ขนาดเท่าสนามฟุตบอลให้นาซ่า โดยเลียนแบบการพับแผงคอของกิ้งก่า
  8. ความผิดพลาดนั้นที่ทำงานนั้นเป็น Spectrum คล้ายๆ สีรุ้ง ไล่จาก ประมาท ละเมิดกฎ ไม่ละเอียด ระบบไม่ดี งานซับซ้อน ทดสอบไอเดีย ทดสอบธุรกิจใหม่ๆ ถ้าผิดพลาดเพราะเหตุอย่างแรกๆ บริษัทต้องลงโทษ แต่ถ้าผิดพลาดเพราะเหตุผลอย่างหลังๆ คือการทดสอบไอเดียหรือธุรกิจใหม่ๆ บริษัทต้องชื่นชม
  9. ถ้าคุณมี Critical Thinking คุณจะไม่ทำให้นายโมโห เพราะคุณจะคิดได้ก่อนว่าอะไรคือสิ่งที่เขาต้องการ
  10. ยุโรปมีชีสหลายชนิดหลายยี่ห้อให้เลือกกันไม่หวาดไม่ไหว ถ้าเราเป็นบริษัทชีสเล็กๆ เจ้าหนึ่งเราจะทำยังไงให้ชีสของเราเป็นที่จดจำได้ ลองเข้า Youtube แล้วเสิร์ชคำว่า Panda Cheese ดู https://bit.ly/3eqC5W8
  11. คนไม่ใช่ทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของบริษัท คนที่ใช่ต่างหากที่เป็น – People are not your most important asset, the right people are. -Jim Collins
  12. การคิดแบบ First-Principle Thinking ทำให้ Elon Musk สามารถผลิตแบตเตอรี่รถยนต์ที่เคยมีต้นทุน $600 ให้เหลือเพียง $70 ได้
  13. โปรดระวัง spill-over effect – คนไม่ดีจะส่งต่อพลังลบไปยังคนอื่นได้ ถ้าคนๆ นั้นมีความขี้โกง 100 คะแนน จะทำให้คนอื่นๆ ในทีมมีโอกาสขี้โกงไปด้วย 59 คะแนน
  14. ถ้ายืนคนละฝั่ง คนหนึ่งจะเห็นเลข 6 และอีกคนจะเห็นเลข 9 ซึ่งก็ถูกทั้งคู่
  15. Learning Pyramid การนั่งฟัง lecture จะได้ผลน้อยสุด การสอนคนอื่นจะได้ผลสูงสุด ถ้าอ่านหนังสืออะไรมาแล้วเราอยากเข้าใจให้มากขึ้น ให้เขียนสรุปออกมาแล้วเราจะได้ประโยชน์มากที่สุด
  16. ถ้าอยากมีอิสรภาพ คุณต้องมีวินัย วินัยทางการเงินจะทำให้คุณมีอิสรภาพทางการเงิน ถ้าอยากมีอิสรภาพในการเคลื่อนไหวร่างกายตอนแก่ คุณต้องมีวินัยในการออกกำลังกายเสียแต่วันนี้
  17. การเก็บเงินนั้น จำนวนเงินที่เก็บไม่สำคัญเท่ากับความสม่ำเสมอในการเก็บ ดังนั้นเริ่มต้นจากน้อยๆ แต่สม่ำเสมอคือดีที่สุด
  18. Scott Turow มีงานประจำแถมยังมีลูกเล็ก จึงแทบไม่มีเวลาว่าง เขาจึงเขียนหนังสือช่วงเดินทางไปทำงานทุกวัน ขาไป 15 นาที ขากลับ 15 นาที จนได้หนังสือชื่อ Presumed Innocent ที่ขายได้กว่า 10 ล้านเล่ม
  19. พอดคาสท์ที่พี่แท็ปฟังประจำคือ Business war, How I built this, and TED Daily

ใครอยากอ่านเพิ่มเติม สามารถตามไปอ่าน WeShare ของพี่แท็ปกับ Wongnai เมื่อสามปีที่แล้วที่ 10 เรื่องที่ได้เรียนรู้จากคุณรวิศ Srichand ครับ