แนวทางสำหรับคนไม่ชอบเอาชนะ

เพจหรือเว็บไซต์ที่สร้างแรงบันดาลใจ มักจะบอกให้เราตั้งเป้าหมายที่ท้าทาย ปรับทัศนคติให้เข้มแข็ง ไม่มีอะไรที่เราตั้งใจแล้วจะทำไม่ได้

ซึ่งผมก็พบว่าแนวทางแบบนี้อาจจะเหมาะกับคนกลุ่มหนึ่งเท่านั้น

สำหรับคนที่ไม่ได้หิวกระหายชัยชนะ ไม่ได้อยากรวยอยากมี ไม่ได้มีความมุ่งมั่นระดับที่ถ้าไม่ได้ก็จะไม่เลิก มันน่าจะมีแนวทางอื่นที่จะมีชีวิตที่โอเคโดยไม่ต้องฝืนตัวเองเกินไป

เหล่านี้คือแนวทางที่ผมลองผิดลองถูกแล้วพบว่าเวิร์คกับตัวเอง เลยอยากเอามาแชร์เผื่อว่าจะเป็นประโยชน์ครับ

ตั้งเป้าหมายให้ง่ายที่สุด

  • ไม่ต้องวิดพื้นให้ได้ 60 ทีหรอก แค่วันนี้วิดได้ 5 ทีก็พอ
  • ไม่ต้องวิ่งให้ครบ 5 กิโลหรอก แค่วิ่งๆ เดินๆ ซัก 500 เมตรก็พอ
  • ไม่ต้องเปิดเพจให้มีคนตามเป็นหมื่นคนหรอก แค่เขียนให้ได้สัปดาห์ละตอนก็พอ

ทำเล่นๆ

  • ลองทำดูเล่นๆ อย่าคิดเยอะ อย่าไปจริงจังมากไป ถ้าลองแล้วเวิร์คก็ทำต่อ ไม่เวิร์คก็แค่เลิกทำ
  • ไม่ต้องประกาศออกสื่อว่าจะทำอะไร ถ้าพลาดก็จะได้ไม่เขิน ถ้าทำสำเร็จแล้วอยากจะอวดก็ยังไม่สาย

แก้ที่ทางเข้า

  • ถ้าการตื่นแต่เช้ามันยากนัก ลองนอนให้เร็วขึ้น แล้วการตื่นเช้ามันจะง่ายเอง
  • ถ้าใช้เงินเดือนให้มีเหลือเก็บมันยากนัก ก็ให้บริษัทหักเงินเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปก่อน เราก็จะมีเงินเก็บโดยไม่ต้องพยายาม
  • ขึ้นไฟล์ใหม่ให้เซฟไฟล์ก่อน ไฟล์จะได้ไม่หาย, เขียนเมลใหม่ให้ใส่ attachment ก่อน จะได้ไม่ลืม

ไม่ต้องทำอะไรฉลาดๆ ก็ได้ แค่อย่าทำอะไรโง่ๆ ก็พอ

  • Charlie Munger คู่หูของ Warren Buffett กล่าวว่า “It is remarkable how much long-term advantage people like us have gotten by trying to be consistently not stupid, instead of trying to be very intelligent.”
  • ไม่อดนอน ไม่กินอาหารขยะเยอะเกินไป ไม่อั้นเวลาปวดห้องน้ำ ไม่สูบบุหรี่ ไม่ดื่มเหล้าเยอะเกินไป
  • ไม่ต้องพยายามเป็นหัวหน้าที่ดี แค่อย่าเป็นหัวหน้าที่แย่ก็ช่วยได้มากแล้ว
  • เวลาจะลงทุนอะไร อย่าให้ความโลภบังตา ไม่ว่าผลตอบแทนจะเยอะแค่ไหนก็ไม่คุ้ม ถ้ามันต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่เงินเก็บส่วนใหญ่ของเราจะสูญทั้งหมด

บางคนเป็นม้าตีนต้น-บางคนเป็นม้าตีนปลาย

  • ไม่ต้องเอาชีวิตไปเทียบกับใคร เพราะคนเราเกิดมาไม่เท่ากันอยู่แล้ว
  • บางคนการงานอาจจะรุ่งโรจน์ แต่เรื่องครอบครัวอาจจะมีปัญหา บางคนอาจมีเงินทองมากมาย แต่สุขภาพย่ำแย่
  • แต่ละคนมีบุญเก่าของตัวเอง และแต่ละคนก็มีวิบากของตัวเอง
  • หน้าที่ของเราคือการวิ่งไปตามความเร็วที่เหมาะสม ไม่ต้องแข่งกับใคร ไม่ต้องแข่งกับตัวเองด้วย ไม่งั้นมันจะเค้นและเครียดเกินไป เพราะเราไม่ใช่หุ่นยนต์ บางวันก็ท็อปฟอร์ม บางวันก็ฟอร์มตก ทำได้เท่าไหร่ก็เอาเท่านั้น ถ้าทำไปเรื่อยๆ เดี๋ยวมันก็ดีขึ้นเอง

เป็นคนที่รอได้

  • เรื่องดีๆ นั้นใช้เวลาเสมอ มีแต่เรื่องแย่ๆ เท่านั้นที่เกิดขึ้นชั่วข้ามคืน
  • ธรรมชาติมีจังหวะจะโคนของมัน มีแต่มนุษย์เท่านั้นที่ชอบทำอะไรฝืนธรรมชาติ
  • ไอน์สไตน์บอกว่าสิ่งที่ทรงพลังที่สุดในจักรวาลคือ compound interest และปัจจัยที่สำคัญที่สุดของดอกเบี้ยทบต้นก็คือเวลา
  • 99% ของทรัพย์สินของ Warren Buffet เกิดขึ้นหลังเขาอายุครบ 60 ปี นี่คือพลังของ compound interest
  • สร้างนิสัยที่เหมาะสมที่ปูทางให้ชีวิตเราดีขึ้นวันละ 1% แล้วรอดู compound interest ทำงานครับ

หวังว่าบางส่วนของแนวทางเหล่านี้จะเหมาะกับผู้อ่านสายชิลล์นะครับ

ทำงานหนักแค่ไหนไม่สำคัญเท่าทำงานอะไร

“Work as hard as you can. Even though who you work with and what you work on are more important than how hard you work.”

-Naval Ravikant

เรามีคนทำงานหนักมากมายที่ชีวิตยังใช้เงินเดือนชนเดือน

ในขณะเดียวกัน ก็ไม่เคยมีใครมานั่งถามว่าคนอย่าง Warren Buffett ทำงานหนักแค่ไหน

การทำงานหนักหรือ work hard จึงเป็นเพียงส่วนหนึ่งของสมการ แต่ยังมีอีกหลายตัวแปรที่ส่งผลต่อผลลัพธ์

งานที่เราทำคืออะไร มันส่งผลแค่ไหน เจ้านายเห็นคุณค่า ลูกค้า appreciate รึเปล่า

แน่นอนว่าหลายครั้งเราก็ไม่มีสิทธิ์เลือกงาน งานที่คุณค่าต่ำ ถ้าไม่มีใครทำ เราก็ยังจำเป็นต้องทำอยู่ดี

ขอเพียงแต่ให้เรามีความเข้มแข็งพอ ที่จะไม่ปล่อยให้งานที่คุณค่าต่ำมาเบียดบังเวลาของเราจนไม่มีเวลาทำงานคุณค่าสูง

งานคุณค่าต่ำมันมีข้อดีตรงที่มันง่าย ไม่ต้องออกแรงสมองอะไรมาก ใช้แต่แรงกายอย่างเดียว

งานคุณค่าสูง อาจจะใช้แรงกายพอๆ กับหรือน้อยกว่างานคุณค่าต่ำด้วยซ้ำ แต่มันต้องใช้แรงใจมหาศาล

แต่ถ้าเราระลึกได้ว่า สุดท้ายก็เหนื่อยเท่ากันและใช้เวลาเท่ากัน เราก็อาจจะพอกัดฟันทำงานที่คุณค่าสูง เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มเหนื่อยมากกว่าที่เคยครับ

ดีเกินดีคือไม่ดี

น้ำหนึ่งแก้วย่อมดับกระหาย น้ำป่าไหลหลากอาจจบชีวิตเราได้

ฝรั่งมีสำนวนที่ว่า too much of a good thing

สิ่งที่เราอยากได้ ถ้ามีมากเกินไปก็กลายเป็นลบ

มีลูกค้ามากเกินไปจนดูแลได้ไม่ทั่วถึง

มีชื่อเสียงมากเกินไปจนกลายเป็นกระแสตีกลับเมื่อเราพลาด

มีความรักมากเกินไปก็กลายเป็นวิตกกังวล

มีเวลาว่างเยอะเกินไปจนกลายเป็นคนฟุ้งซ่าน

ทุกสิ่งที่เราแสวงหา จึงต้องระวังอย่าให้เกินเลย