โฟกัสคือการรู้ว่าจะเพิกเฉยกับเรื่องอะไร

Slide3

Focus is the art of knowing what to ignore.
-James Clear

เพราะหากเราไม่เรียนรู้ที่จะเพิกเฉย เราจะพยายามทำสิ่งที่กายหยาบมนุษย์ไม่สามารถรองรับได้

ถ้าเราดูทุกรายการที่เราอยากดู กินทุกอย่างที่เราอยากกิน ทำทุกอย่างที่เราอยากทำ เราจะเสียมากกว่าได้

ข้าวกินจานเดียวก็อิ่มแล้ว หนังสือดีๆ เล่มหนึ่งก็เพียงพอแล้ว ได้ทำสิ่งที่ใช่สัก 2-3 อย่างก็มีความสุขได้แล้ว

FOMO หรือ Fear of Missing Out คือโรคแห่งยุคสมัย หลายคนกลัวว่าจะพลาดสิ่งดีๆ แต่การที่เรามัวแต่ทำสิ่งดีๆ นี่แหละ ที่ทำให้เราไม่เหลือแรงและเวลาสำหรับสิ่งที่ดีที่สุด

ตัดสินใจว่าเรื่องอะไรที่เราจะสนใจ เรื่องอะไรที่เราจะเมินเฉย

ชีวิตจะได้ไม่ต้องเหนื่อยเกินไปครับ

—-

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

2 คำถามเพื่อความ productive

20200309

คำถามแรกคือ “ต้องทำงานนี้จริงรึเปล่า”

เพราะต่อให้ทำงานได้เร็วแค่ไหน ก็ไม่มีทางเร็วไปกว่าการไม่ต้องทำงานชิ้นนั้นเลย

“No code is faster than no code.”
– Merb Motto @codewisdom

ลองสำรวจงานที่เราทำทั้งหมด อย่างน้อยมันต้องมีซัก 2-3 เรื่องที่เราทำเพราะมีคนทำมาตลอด โดยอาจไม่มีคนเคยหยุดถามว่ามันยังจำเป็นอยู่อีกหรือไม่

เช่นการประชุมบางอย่าง รายงานบางฉบับ หรือกระบวนการบางเรื่อง

คนที่ริเริ่มสิ่งเหล่านี้ เผลอๆ เขาอาจจะออกจากองค์กรไปแล้วด้วยซ้ำ

ถ้าถามตัวเองด้วยความกล้าหาญและความซื่อตรงแล้วพบว่ามันคือสิ่งที่ยังจำเป็นต้องทำอยู่ อีกหนึ่งคำถามที่เราควรถามก็คือ

“มันมีวิธีการอื่นที่จะทำงานนี้ให้ดีกว่าเดิม/ประหยัดเวลากว่าเดิมได้มั้ย?”

วิธีการที่เราทำอยู่ตอนนี้ยังไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุด แค่เป็นวิธีที่เราชินที่สุดเท่านั้นเอง

แค่ถามสองคำถามนี้ให้เป็นนิสัย

“ต้องทำรึเปล่า”

“มีวิธีที่ดีกว่านี้มั้ย”

ก็มากพอที่จะทำให้เรา productive ขึ้นได้อีกหลายสิบเปอร์เซ็นต์แล้วครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เข้านอนเร็วแล้วร่างกายจะขอบคุณเรา

Slide6

ช่วงนี้ผมโปรดปรานการได้นอนก่อนสี่ทุ่มมาก

เพราะผมจะตื่นตีสี่ตีห้าได้โดยไม่ต้องใช้นาฬิกาปลุก แถมยังรู้สึกสดชื่นไปตลอดวัน

ผิดกับการนอนหลังเที่ยงคืน แม้จะได้นอนจำนวนชั่วโมงเท่ากัน ก็ยังรู้สึกหัวตื้อๆ ไปทั้งวัน

การนอนหลับให้เพียงพอเป็นหนึ่งใน productivity tip ที่หลายคนมองข้าม

พอนอนพอ อะไรๆ เราก็รู้สึกว่าทำได้

พอนอนไม่พอ อะไรๆ ก็รู้สึกว่าติดๆ ขัดๆ ไปหมด

อีกประเด็นหนึ่งที่สำคัญมาก คือเวลาที่เรานอนไม่พอนั้นภูมิคุ้มกันจะลดลงทันที

ในสถานการณ์ที่ COVID-19 กำลังระบาดอย่างนี้ เราควรทำทุกทางเพื่อป้องกันตัวเองไม่ให้เจ็บป่วย

มานอนให้พอ ด้วยการนอนให้เร็ว

แล้วร่างกายจะขอบคุณเรา แล้วเราจะขอบคุณตัวเองครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

เรียนรู้ที่จะอยู่กับตัวเอง

20200307

ถ้าเราอยู่กับตัวเองไม่ได้ เราจะทรมานมาก เพราะโลกจะรังแกเรา

อันนี้เป็นคำพูดขอพี่ภิญโญ ไตรสุริยธรรมาที่พูดไว้ในรายการหนึ่งที่ผมได้ฟังใน Youtube*

ทักษะการอยู่กับตัวเองน่าจะเป็นหนึ่งในทักษะที่คนพ.ศ.นี้ละเลย

เพราะเรามีทางเลือกมากมายที่จะพาใจไปอยู่ที่อื่น

อยู่บ้านก็เล่นมือถือได้ ออกไปวิ่งก็ฟังเพลงได้ ขับรถก็ฟังพอดคาสท์ได้

เอาจริงๆ มันก็เป็นข้อดีที่เรามีทางเลือก แต่เมื่อเรารู้จักแต่การเติมลงไปในทุกขณะที่เราตื่น เราก็จะสูญเสียความสามารถในการอยู่กับความเงียบและความว่าง

“All of humanity’s problems stem from man’s inability to sit quietly in a room alone.”
-Blaise Pascal

เมื่อเราอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เราก็เลยต้องหาอะไรทำอยู่ร่ำไป เพราะใจและกายโหยหา “สิ่งเร้า” อยู่ตลอด แล้วเราก็บ่นเหนื่อย แล้วเราก็บ่นว่าเวลามีไม่พอ

ลองหัดที่จะนั่งเงียบๆ เฉยๆ คนเดียวดูโดยไม่ต้องเติมอะไรลงไป

แล้วเราอาจจะพบความสุขความสบายใจได้โดยไม่ต้องดิ้นรนครับ

—–

* ต้องขออภัยที่ผมจำไม่ได้ว่าฟังจาก Youtube รายการไหน

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

นิทานข้ามแม่น้ำ

Slide3

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

วันหนึ่ง แม่ม้าใช้ให้ลูกม้าบรรทุกข้าวสาลีครึ่งกระสอบไปยังโรงสี

ลูกม้าออกวิ่งกับกับไป แต่ถูกแม่น้ำสายหนึ่งขวางไว้

ลูกม้าเห็นลุงวัวกินหญ้าอยู่ริมแม่น้ำ

“น้ำลึกมั้ยลุง”

“ไม่ลึกหรอก ตื้นแค่เข่าฉันเอง ข้ามได้สบายมาก”

ลูกม้าดีใจ เตรียมจะเดินลงไปในแม่น้ำ

กระรอกน้อยตัวหนึ่งอยู่ข้างๆ ตะโกนเสียงดัง

“อย่านะ! แม่น้ำนี้น้ำลึกมาก เมื่อวานฉันตกลงไปเกือบจมน้ำตายแน่ะ!”