นิทาน 8 x 3

20200320

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานกันนะครับ

ชายสองคนทะเลาะกัน

คนหนึ่งบอก 8 x 3 ได้ 24

อีกคนบอกว่า 8 x 3 ได้ 21 ต่างหาก

เถียงกันอยู่ทั้งวันก็ไม่จบ เลยไปฟ้องท่านเปา

ท่านเปาฟังแล้วพิพากษาให้เอาคนที่ตอบว่า 24 ไปโบยสิบครั้ง

คนที่ตอบ 24 จึงเรียกร้องความเป็นธรรม

“เห็นอยู่ชัดๆ ว่าเค้าผิด ทำไมท่านถึงสั่งโบยผม!?”

ท่านเปาตอบกลับหน้านิ่งๆ

“เจ้าไปเถียงกับคนที่คิดว่า 8 x 3 = 21 อยู่ได้ทั้งวัน ไม่นับว่าเจ้าเป็นคนโง่หรอกเหรอ ไม่โบยเจ้าจะให้โบยใคร”

—–

ขอบคุณนิทานจากคุณ Ami Sudsaibua

เราเครียดเพราะเราพยายามไปควบคุมสิ่งที่ควบคุมไม่ได้

20200319

นี่จึงเป็นสาเหตุที่หลายคนตื่นตระหนกไปกับ COVID-19

พอเราเห็นคนอื่นเครียดเราเลยรู้สึกว่าเราควรจะเครียดบ้าง

แต่ความเครียดไม่ได้ช่วยอะไร หลายครั้งมันทำให้สถานการณ์แย่ลงด้วยซ้ำ

สุดท้ายเราก็ทำได้แต่สิ่งที่เราทำได้ – ล้างมือบ่อยๆ อย่าจับหน้า รักษาระยะห่าง

อีกอย่างที่เราพอจะทำได้ คือการรักษาระดับความเครียด เพราะยิ่งเครียดภูมิคุ้มกันยิ่งถดถอย

ตามข่าวได้ แต่ไม่จำเป็นต้องทุกชั่วโมง ข่าวสำคัญๆ ยังไงมันก็มาถึงหูเราอยู่แล้ว และข่าวใหม่ก็คงไม่ทำให้เราเปลี่ยนสิ่งที่เราควรทำอยู่แล้ว

ควบคุมสิ่งที่ควบคุมได้ รับรู้สิ่งที่ควบคุมไม่ได้แต่อย่าไปจับจด

และใช้ชีวิตของเราต่อไปให้ดีครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมวางแผงแล้วนะครับ ถ้าช่วงนี้ไม่สะดวกไปร้านหนังสือ ก็ซื้อได้ที่ whatisitpress.com ครับ

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

Covid-19 กับสิ่งที่อยากบอกถึงบริษัทและรัฐบาล

20200318b

ช่วงนี้มีความคิดกระจัดกระจายเรื่อง Covid-19 เลยอยากจดโน๊ตเอาไว้เพื่อเรียบเรียงความคิดและส่งสารหาคนที่พร้อมฟังครับ

– เมื่อค่ำวันจันทร์ดร.วิษณุ เครืองามและพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาออกมาแถลงข่าวเรื่องโควิด-19 เนื้อหาคือประเทศไทยยังไม่เข้าระยะ 3 ความรู้สึกของคนบนโลกออนไลน์โดยเฉพาะ Twitter คือไม่พอใจที่รัฐบาลดูจะยัง active ไม่เพียงพอ ส่วนความรู้สึกของผู้บริหารองค์กรคือดูท่าเราต้องพึ่งพาตัวเอง

– วันนี้ที่ Wongnai บริษัทที่ผมทำงานอยู่เริ่มลอง Work from home เป็นวันแรก ทางทีมงานได้ส่ง guideline การทำงานจากที่บ้านให้พนักงานทุกคน รวมถึงเตรียมเครื่องมือเพื่อทำงานร่วมกันและทำ remote troubleshooting / online document signing ไว้แล้ว ถ้าได้บทเรียนอะไรจะนำมาเล่าให้ฟังครับ

– ผมคิดว่าการ Work from home เป็นหนึ่งใน solution ที่ดีที่สุดและเป็นการแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสังคมได้ดีที่สุดขององค์กรในห้วงเวลานี้ เพราะมันคือการทำ social distancing ซึ่งได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าเวิร์คในประเทศจีนและเกาหลี

– ผมชอบวีดีโอตัวนี้ของ Vox เป็นพิเศษ Why fighting the coronavirus depends on you ซึ่งบอกว่าอันตรายไม่ได้เกิดจากการที่เราติดเชื้อโคโรนาไวรัสแล้วล้มป่วย แต่เกิดจากการที่เราติดเชื้อแล้วไม่แสดงอาการป่วยจนไปแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วและทำให้กลุ่มเสี่ยง (คนอายุ 60 ขึ้นไป) ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาลจนเตียงไม่พอและทำให้เกิดการตายที่ไม่จำเป็น ซึ่งเป็นสิ่งที่กำลังเกิดกับอิตาลีในตอนนี้

– ดังนั้น การจะสู้กับโควิด-19 คือการทำตัวเสมือนว่าเราติดเชื้อไปเรียบร้อยแล้ว และระวังไม่พาตัวเองไปแพร่เชื้อให้คนอื่นจนสถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้

– วันก่อน Wayne Rooney อดีตดาวซัลโวของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ออกมาวิจารณ์รัฐบาลและพรีเมียร์ลีกว่าปฏิบัติต่อนักเตะราวกับเป็นหนูทดลอง เพราะในขณะที่ลีกอื่นๆ ประกาศหยุดเตะไปแล้ว พรีเมียร์ลีกยังจะให้แข่งกันต่อ ทั้งๆ ที่มีนักเตะเลสเตอร์ติดเชื้อก็ยังจะแข่งต่อ จนกระทั่งมีข่าวว่า Mikel Arteta ผู้จัดการทีม Arsenal ติดเชื้อแล้วนั่นแหละ พรีเมียร์ลีกถึงยอมหยุด

– ประเด็นของ Wayne Rooney ก็คือ ต้องรอให้คลับใหญ่ๆ หรือคนใหญ่คนโตติดเชื้อก่อนหรืออย่างไร ถึงจะตัดสินใจทำในเรื่องที่ถูกต้อง นักเตะหลายคนอดคิดไม่ได้ว่าที่บังคับให้แข่งกันต่อไปเพราะมันมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วยใช่มั้ย

– เมื่อวันอาทิตย์ The Standard รายงานว่า นายกเทศมนตรีในอิตาลีเสียชีวิตแล้วในวัย 70 ปี หลังเพิ่งตรวจพบติดเชื้อโคโรนา 2019 สัปดาห์ที่ผ่านมา

– แล้วผมก็คิดได้ว่ากลุ่มเสี่ยงที่สุดกับกลุ่มคนที่บริหารประเทศนี่มันกลุ่มเดียวกันเลยนี่หน่า

– ก็หวังว่ารัฐบาลไทยจะไม่เป็นเหมือนพรีเมียร์ลีกที่ต้องรอให้คนใหญ่คนโตในรัฐบาลติดเชื้อเสียก่อนถึงจะมีมาตรการที่เด็ดเดี่ยวและเด็ดขาดกว่านี้

– ขอส่งกำลังใจให้แพทย์ พยาบาล และคนทำงานทุกคนที่ทำงานกันอย่างหนัก คุณเสี่ยงกว่าเรามาก เสียสละกว่าเรามาก คุณคือฮีโร่ตัวจริงเสียงจริงในชั่วโมงนี้

– ขอให้ทุกคนดูแลตัวเองและดูแลคนรอบข้างให้ดี ตระหนักแต่ไม่ตระหนก ทำตัวราวกับว่าเราติดเชื้อเรียบร้อยแล้วจะได้ไม่ทำให้พ่อแม่ปู่ย่าตายายของเราต้องเดือดร้อน คุยกับบริษัทเพื่อหาทางทำงานจากที่บ้านได้ ใช้หลัก social distancing (อยู่ให้ห่างๆ กันไว้) เพื่อพาตัวเองและคนที่เรารักไปสู่อีกฝั่งของวิกฤติอย่างปลอดภัยครับ

#สปดกรจรกม

—–

ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

ยอมเสียเปรียบบ้างก็ได้

20200316

วันก่อน “ป้าไข่” แม่บ้านของผม ทักว่าผมโอนเงินเดือนให้เธอเกินไปสองวัน เพราะผมลืมนับวันหยุด

ซึ่งผมก็ลืมจริงๆ แต่ผมก็ไม่คิดจะเอาเงินที่โอนเกินไปนั้นคืนมา หนึ่งเพราะป้าไข่ทำงานขยันขันแข็ง สองเพราะอยู่กับเรามานาน สามเป็นคนซื่อสัตย์ เป็นแม่บ้านคนอื่นพอได้เงินเกินก็อาจจะเงียบๆ ไป

เงินที่ผมให้เกินไป ผมถือว่าเป็นการขอบคุณที่บางทีป้าไข่ก็ทำเกินหน้าที่ ทำงานเกินเวลาเพราะผมเองก็กลับบ้านดึกเหมือนกัน

อีกอย่าง ผมเชื่อว่าถ้าเรายอมเสียเปรียบเสียบ้าง เราจะซื้อใจคนได้

ถ้าจะเอาแฟร์ๆ ตลอดมันก็ได้เหมือนกัน แต่แฟร์สำหรับเราไม่ได้แปลว่าจะแฟร์สำหรับคนอื่นเสมอไป เพราะไม้บรรทัดของคนเราไม่เท่ากัน

และบางทีมันก็มีเส้นแบ่งบางๆ ระหว่างคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบกับคนที่ไม่ยอมเสียสละ

การยอมเสียเปรียบมันคือการให้อยู่ในที ไม่ต่างอะไรกับการยอมเสียสละซึ่งเป็นการให้เช่นกัน

เมื่อเราพร้อมที่จะให้กับคนที่มีศีลเสมอกัน วันหนึ่งเมื่อเขามีโอกาสเขาก็อาจจะให้เรากลับบ้าง

เราจึงไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างให้แฟร์ๆ ไม่จำเป็นต้องผดุงความถูกต้องเที่ยงธรรมตลอดเวลา แค่คอยสำรวจตัวเองว่าเราไม่มีเจตนาจะเอาเปรียบใครก็พอแล้ว

แฟร์ก็ได้ เสียเปรียบก็ได้ แต่ไม่เอาเปรียบเขา

อยู่ด้วยกันอย่างถ้อยทีถ้อยอาศัย เป็นความสัมพันธ์ที่ผ่อนคลายและยั่งยืนครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer

งานง่ายๆ คนอื่นทำไปหมดแล้ว

20200316b

เราก็เลยเหลืองานยากๆ งานที่ยังไม่มีใครทำกัน

มันคือเหตุผลที่เขาจ้างเรามาด้วยเงินเดือนขนาดนี้

และมันคือเหตุผลที่เรามาทำงาน

เรามาทำงานไม่ใช่เพื่อที่จะทำงานง่ายๆ ให้เสร็จๆ ไป

เรามาทำงานเพื่อที่จะทำงานยากๆ ให้สำเร็จ เพื่อที่สุดท้ายแล้วชีวิตคนอื่นจะง่ายขึ้น

ทำงานก็เหมือนการเล่นเวท ถ้าเอาแต่ยกเวท 1 กิโลกรัม ยกไปอีก 10 ปีกล้ามก็ไม่ขึ้น

แต่ถ้าเราไปฝืนยกของหนักเกินไป ร่างกายก็อาจบาดเจ็บยาวๆ ได้เหมือนกัน

ถ้างานมันยากนัก หนักนัก ก็ต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ซอยงานยากให้เป็นงานง่าย หัดเอ่ยปากขอความช่วยเหลือถ้าไม่ไหว

เมื่อได้ทำงานที่ยากเกินความสามารถเราไปหน่อยนึง กล้ามเนื้อของเราจะแข็งแรงขึ้น ทั้งกล้ามเนื้อความสามารถ กล้ามเนื้อประสบการณ์ กล้ามเนื้อความล้มเหลว

งานง่ายๆ คนอื่นทำไปหมดแล้ว

เราก็เลยเหลืองานยากๆ เอาไว้ลับฝีมือและโชว์ฝีมือ

มองให้มันเป็นเกมที่ได้ทั้งความสนุก ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งกล่อง

แพ้ก็ได้บทเรียน ชนะก็ได้ความภูมิใจครับ


ติดตาม Anontawong’s Musings ทาง LINE: https://lin.ee/2VZMu59

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายแล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer