วันทำงานที่กลับถึงบ้านก่อนมืด

Slide5

โดยปกติผมจะเป็นคนออกจากบ้านแต่เช้า ไม่เกิน 7 โมงก็ถึงออฟฟิศ และทำงานถึง 6 โมงครึ่ง กลับถึงบ้านประมาณทุ่มครึ่ง

วันพุธที่แล้ว ก่อนออกจากบ้าน “ปรายฝน” ลูกสาววัยสี่ขวบดันตื่นเสียก่อน งัวเงียเรียกร้องให้ผมอุ้มเดินไปมา จะไปทำงานปรายฝนก็ไม่ยอม

“ถ้าแด๊ดดี้ไปทำงานเร็ว แด๊ดดี้ก็จะได้กลับบ้านเร็วนะ” ผมพยายามโน้มน้าวปรายฝน

“กลับเร็วจริงๆ เหรอ” เสียงปรายฝนฟังดูมีความหวัง ก่อนจะพูดต่อ

“งั้นวันนี้กลับเร็วๆ นะ กลับก่อนมืดนะ แล้วพาปรายฝนไปเล่นที่สนามหญ้า”

ผมก็เลยรับปากว่าจะกลับเร็ว วันนั้นทั้งวันรู้สึกว่าทำงานได้อย่างมีสมาธิเป็นพิเศษ เพราะรู้ตัวว่า 5 โมงเย็นต้องออกแล้ว

พอห้าโมงปุ๊ป ก็ลุกปั๊ป และรีบบึ่งรถกลับบ้าน มาถึงบ้านประมาณ 5 โมง 45 ปรายฝนและใกล้รุ่ง ลูกชายวัย 2 ขวบอยู่ที่สวนหย่อมของหมู่บ้านเรียบร้อยแล้วเพราะพี่เลี้ยงพาออกมา

ผมเลยใช้เวลาอยู่ในสนามหญ้ากับเด็กๆ ราวครึ่งชั่วโมง วิ่งไล่จับ เตะบอล เล่นกับครอบครัวอื่นๆ ที่มาในวันนั้น

หลังจากนั่งทำงานหน้าจอคอมมาทั้งวัน การได้มาวิ่งเท้าเปล่าในสนามหญ้านี่มันช่างรีแลกซ์ดีแท้ มันทำให้ผมคิดได้ว่าร่างกายของมนุษย์เรานี่ไม่ได้ถูกออกแบบให้นั่งหน้าจอคอมวันละ 10 ชั่วโมง วิถีการทำงานของเราทุกวันนี้มันขัดกับสรีระและ biology ของเรายังไงชอบกล

หกโมงกว่า ยุงเริ่มมา เลยให้พี่เลี้ยงพาเด็กๆ เข้าบ้านไปกินข้าวและอาบน้ำ ส่วนผมก็ปั่นจักรยานไปซื้อของและแวะคุยกับพ่อกับแม่ที่อยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน

การกลับบ้านเร็วในวันนั้นจึงทำให้ผมได้สัมผัสกับบรรยากาศที่ห่างเหินมานาน ไม่ว่าจะเป็นการวิ่งเล่นในสนามหญ้ากับลูกๆ หรือนั่งคุยกับพ่อแม่ตอนหัวค่ำ

ผมเชื่อว่าเกินครึ่งของคนทำงานบริษัทเอกชนในกรุงเทพน่าจะถึงบ้านค่ำเป็นส่วนใหญ่ เพราะแม้จะทำงานแบบ flexi-hours ได้ แต่คนเลือกที่จะมาสายและกลับบ้านค่ำมากกว่าที่จะมาเช้าและกลับบ้านเร็ว

ใครที่กลับบ้านค่ำเป็นอาจิณ ลองกลับบ้านเร็วดูนะครับ คุณอาจจะได้พบอีกความรู้สึกหนึ่งที่ไม่ได้เจอมานาน

ตัวผมเองก็ตั้งใจว่าจะกลับบ้านก่อนมืดซักสัปดาห์ละครั้งครับ

—–

“ช้างกูอยู่ไหน” หนังสือเล่มใหม่ของผมที่ว่าด้วยการลดทอนสิ่งที่ไม่ใช่ออกไปจากชีวิต มีวางขายที่นายอินทร์ ซีเอ็ด B2S Asia Books และ Kinokuniya แล้วนะครับ อ่านรายละเอียดได้ที่ bit.ly/eitrfacebook และอ่านรีวิวได้ที่นี่ครับ bit.ly/eitrreportingengineer