จงเป็นของหายากสำหรับใครบางคน

20190813

หลายคนน่าจะติดตามเพจ วิเคราะห์บอลจริงจัง ที่เขียนโดย “คุณวิศ” วิศรุต สินพงศพร

มันคือเพจที่วิเคราะห์เรื่องฟุตบอลรวมถึงเรื่องราวอื่นๆ ที่อยู่ในกระแสอย่างเจาะลึก ทุกบทความมีความยาวถึงยาวมาก อ่านแล้วรู้เลยว่าทำการบ้านมาอย่างดี ลงรายละเอียดราวกับผู้เขียนได้ไปใช้ชีวิตอยู่กับตัวเอกของเรื่อง แถมการเรียบเรียงก็สละสลวยอ่านเพลินไม่มีสะดุด

เพจนี้มีคนติดตามสองแสนคน และทุกโพสต์มียอดแชร์ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพัน ซึ่งสูงกว่าเพจที่มีผู้ติดตามเป็นล้านเสียอีก

ผมเชื่อว่าที่เพจวิเคราะห์บอลจริงจังมี engagement ดีขนาดนี้เพราะเขาเป็นของหายาก

เพราะสื่อส่วนใหญ่ที่เราเห็นมักจะนำเสนอคอนเทนท์ที่ค่อนข้างฉาบฉวยหรือคอนเทนท์ที่ลอกต่อๆ กันมา ในขณะที่เนื้อหาในเพจวิเคราะห์บอลจริงจังนั้นเป็นงาน craft ที่ผู้อ่านสัมผัสได้ถึงความพิถีพิถันและความตั้งใจ

—–

เมื่อประมาณสิบปีที่แล้ว ผมได้อ่านหนังสือเรื่อง The Game ที่เขียนโดย Neil Strauss ที่ว่าด้วยการจีบสาว

เคยสงสัยมั้ยครับว่าทำไมผู้หญิงสวยๆ ถึงมักจะลงเอยกับผู้ชายที่ดู bad boy ในขณะที่ผู้ชายแสนดีอย่างเราถึงไม่เคยจีบคนเหล่านั้นติดซักที

เพราะว่าเราทำตัวเป็นของหาง่ายไงครับ

เราเชื่อในการเอาความดีแลกความรัก (ทั้งๆ ที่ตัวจริงเราก็ไม่ได้เป็นคนดีขนาดนั้นหรอก) เราเลยสวมบทพี่ชายที่แสนดี เพื่อเธอฉันยอมทุกอย่าง เธออยากได้อะไรฉันพร้อมหามาให้ เธอต้องการตัวเมื่อไหร่ฉันพร้อมไปหาเสมอ

โดยเราลืมนึกไปเลยว่า มีผู้ชายอีก 10 คนที่ทำเหมือนๆ กัน

ผู้หญิงสวยๆ เขาได้รับการเอาอกเอาใจและมีคนพร้อมยอมให้ทุกอย่างจนชินแล้ว

แต่พอผู้หญิงสวยได้เจอ bad boy ที่ไม่ได้ง้อ ไม่ได้ยอมทุกอย่าง และไม่ได้ว่างจะเจอเธอตลอดเวลา ผู้หญิงก็จะรู้สึกว่า เออ คนนี้แปลกดี และเริ่มสนอกสนใจเพราะเขาแตกต่างจากคนอื่นๆ

และสิ่งที่ bad boy โดดเด่นกว่าพี่ชายแสนดีคนอื่นๆ ก็คือความมั่นใจในตัวเอง ความไม่กลัวการโดนปฏิเสธ ชอบก็บอกว่าชอบไม่อ้อมค้อมหรือกระมิดกระเมี้ยน

ดังนั้น ถ้าอยากจะจีบหญิงสวยๆ ให้ติด บางทีเราก็ต้องคิดแบบ bad boy บ้าง

ไม่ใช่ให้ทำตัวเลว ไม่สน ไม่แคร์นะครับ เพียงแต่อย่ายอมมากไป อย่าตามมากไป เพราะมันเป็นสิ่งที่หาง่ายมากสำหรับผู้หญิงสวยๆ เท่านั้นเอง

—–

Justin Kerr เคยเป็นผู้บริหารระดับสูงที่อายุน้อยที่สุดกับแบรนด์ระดับโลกอย่าง UNIQLO และ Levi โดยที่เขาไม่เคยเลิกงานหลัง 5 โมงเย็นและไม่เคยตอบอีเมลวันเสาร์อาทิตย์เลยแม้แต่ฉบับเดียว

จัสตินเล่าให้ฟังในหนังสือ How to be great at your job ว่าเขามีคติการทำงานแค่สองอย่าง คือ be accurate และ be early

เขาจึงเช็คอีเมลก่อนส่งทุกครั้งว่าไม่มีข้อผิดพลาดแม้แต่จุดเดียว เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับคนที่รับงานของเขาไปว่าเขาเป็นคนที่ฝากผีฝากไข้ได้

นอกจากนี้ เขายังส่งงานก่อนเวลาเสมอ และก่อนที่จะส่งงาน ก็จะคอยแจ้งเจ้านายอยู่เป็นระยะๆ ว่างานที่เขาทำอยู่ไปถึงไหนแล้ว

และเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมจัสตินก็ไม่รีรอที่จะเข้าไปคุยกับหัวหน้าเพื่อจะขอความรับผิดชอบเพิ่ม

เมื่อทำงานเสร็จรวดเร็วกว่าคนอื่นๆ โดยไม่มีข้อผิดพลาด แถมยังแสดงความชัดเจนว่าพร้อมจะรับงานเพิ่ม จัสตินก็เลยเติบโตอย่างรวดเร็ว

เพราะจัสตินทำตัวเป็นคนที่หายากสำหรับหัวหน้าของเขานั่นเอง

—–

หากอยากสำเร็จกว่าใครๆ จงดูให้ดีว่าคนที่เราต้องการจะ serve นั้นต้องการอะไร สิ่งใดบ้างที่เขายังขาดอยู่

จากนั้นเราก็ต้อง fill the gap ด้วยการทำตัวให้ไม่เหมือนกับคนอื่นๆ

นั่นก็คือทำตัวเป็นของหายากสำหรับเขาคนนั้นนั่นเอง

ใช้ได้ทั้งเรื่องการงาน ความสัมพันธ์ รวมถึงมิติอื่นๆ ของชีวิต

ลองเอาไปปรับใช้ดูนะครับ

ป.ล. หวังว่าบล็อก Anontawong’s Musings จะเป็นของหายากสำหรับคุณเช่นกันนะครับ 🙂


 

รับสมัคร Time Management บ่ายวันเสาร์ที่ 7 กันยายน เหลือ 11 ที่ครับ >> http://bit.ly/2ODqv0M