อย่าโทษสนาม

20181229_dontblamethepitch

สมัยเรียนมัธยมปลายที่นิวซีแลนด์ ผมเป็นนักฟุตบอลทีมเยาวชนประจำเมืองและนักฟุตบอลของโรงเรียน

ไม่ใช่เพราะว่าเก่งกาจอะไรมากมาย แต่เพราะเมืองมีคนแค่ 4500 คน และโรงเรียนมีนักเรียนแค่ 400 คน แถมฟุตบอลก็ไม่ใช่กีฬายอดนิยมของคนนิวซีแลนด์

บอลที่เราแข่งเป็นบอล 11 คน มีทั้งเหย้าและเยือน สภาพสนามของแต่ละที่ก็แตกต่างกันไป ใหญ่บ้างเล็กบ้าง หญ้าขึ้นดีบ้าง หญ้าขาดแคลนบ้าง แมทช์แข่งวันไหนที่มีฝนตกสนามก็จะเจิ่งนอง หรือถ้าวันไหนอากาศหนาวมากๆ ก็จะมีแม่คะนิ้งจับอยู่บนหญ้าจนสนามลื่นชวนให้ล้มอยู่บ่อยครั้ง

แมทช์ไหนที่เราแพ้เพราะสภาพสนามไม่เป็นใจ เราก็จะบ่นกันอุบ ส่งบอลพอตกพื้นแล้วแทนที่บอลจะกลิ้งไปดันไปติดอยู่ในแอ่งน้ำ หรือกำลังจะวิ่งเข้าชาร์จทำประตูดันลื่นล้มซะก่อน ฯลฯ

มีครั้งหนึ่งที่โค้ชคงทนฟังเราบ่นไม่ไหว เขาก็เลยบอกว่าเลิกบ่นเรื่องสนามได้แล้ว

เพราะทีมที่เราแพ้มาเขาก็เล่นสนามเดียวกับเราไม่ใช่เหรอ

เอ้อ จริงด้วยแฮะ

เมื่อทั้งสองทีมเล่นอยู่ในสนามเดียวกัน แถมยังมีสลับฝั่งกันเมื่อครบ 45 นาที ถ้าสนามมันจะแย่มันก็ต้องย่อมแย่สำหรับทั้งสองทีม

ดังนั้น การจะมาบอกว่าเราแพ้เพราะสนามไม่ดีนั้นเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้น

เราแพ้เพราะเราเล่นสู้เขาไม่ได้เองต่างหาก

บทเรียนนี้สำคัญมากสำหรับชีวิตนะครับ

เวลาเราชนะ เรามักจะเอาความดีใส่ตัว

เวลาเราแพ้ หรือเราไม่กล้าแม้จะสู้ เรามักจะโทษนู่นโทษนี่

โทษโชคชะตา โทษเศรษฐกิจ โทษรัฐบาล

ทั้งๆ ที่คู่แข่งของเราส่วนใหญ่ก็อยู่ในสนามเดียวกับเรา

ดังนั้น ถ้าเรากำลังแพ้เกมชีวิต ลองมองไปรอบตัวว่ามีคนที่ชนะอยู่บ้างมั้ย

ถ้ายังมีคนชนะได้ เราก็ควรเลิกโทษสนามได้แล้วครับ


Storytelling with Powerpoint รุ่นที่ 2 เรียนเสาร์ที่ 19 มกราคมนี้เปิดรับสมัครแล้วดูรายละเอียดได้ที่  http://bit.ly/tgimstory2fb

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt