ผู้ชายมักตายด้วยความดื้อ

20181203_stubborn

ในนิตยสาร all ที่แจกฟรีตาม 7-Eleven ฉบับเดือนธันวาคม คุณนีโน่ เมทนี บุรณศิริ ให้สัมภาษณ์ถึงคุณโอ วรุฒ วรธรรม ผู้ล่วงลับไว้ว่า

“โอเป็นคนที่มีปัญหาแล้วไม่พูด ชอบเก็บไว้กับตัว โอมีปัญหาเรื่องสุขภาพจิตด้วย แต่เขาไม่เชื่อว่าตัวเองป่วย ไม่ยอมกินยา วิธีแก้ปัญหาของโอคือกินเหล้าให้ลืม ซึ่งมันไม่ได้หายไป พอหายเมา โอกลับมาคิดมากเหมือนเดิม ผมอยากบอกว่าถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คุณควรไปปรึกษาจิตแพทย์ สมัยนี้จิตแพทย์เก่งๆ มีเยอะ แต่คนไทยไม่ค่อยให้ความสำคัญแก่เรื่องนี้ โอเก็บปัญหาไว้กับตัวจนสะสมเรื้อรัง ไม่รู้จะแก้ปัญหาไหนก่อน บางครั้งมันก็สายเกินไป แก้ไขอะไรไม่ได้แล้ว”

มันทำให้ผมนึกถึงคุณตาของเพื่อนคนหนึ่งที่ป่วยเป็นหวัดแต่ไม่ยอมไปหาหมอ สุดท้ายเป็นโรคปอดบวม อาการทรุด กลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง และจากไปภายในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์

ผมว่าผู้ชายเป็นเพศที่ดื้อกว่าผู้หญิง

อาจเพราะเราได้ยินได้ฟังคำพูดเหล่านี้มาตั้งแต่เด็กๆ

“เกิดเป็นลูกผู้ชาย ต้องเข้มแข็ง”

“ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กันหรอกนะ”

“ผู้ชายอกสามศอก”

และอะไรอีกต่างๆ นาๆ ที่วาดภาพว่าผู้ชายคือเพศที่แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ห้ามแสดงความอ่อนแอ ไม่อย่างนั้นคุณจะไม่ใช่ลูกผู้ชายตัวจริง

เมื่อความคิดความเชื่อของเราถูกหล่อหลอมมาอย่างนี้ ก็เป็นธรรมดาที่เราจะประพฤติตนให้สอดคล้องกับความเชื่อนั้นด้วย

ผู้ชาย Gen X และต้น Gen Y ไม่น้อยถึงยังสูบบุหรี่ กินเหล้า เจ้าชู้ แม้จะรู้ดีว่ามีโทษก็ยังทำ เพราะภาพของการสูบบุหรี่ กินเหล้า เจ้าชู้ มันถูกยึดโยงไปกับภาพจำของลูกผู้ชายเท่ๆ ที่เราเห็นกันในโรงหนังไปเรียบร้อยแล้ว

แต่มันก็เป็นเพียงค่านิยมของยุคสมัยหนึ่งเท่านั้น ผมเชื่อว่าอีกไม่นานการแสดงออกความเป็นชายจะไม่ได้ผูกติดกับพฤติกรรมเหล่านี้อีกต่อไป

แต่กว่าจะถึงวันนั้น เราอาจจะสูญเสียเพื่อนหรือญาติไปอีกหลายคนให้กับความดื้อรั้นที่ต้องการจะแสดงออกถึงความเป็น “ลูกผู้ชาย” ผ่านการกระทำที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่ครับ

—–

ป.ล. ผมเขียนคอมลัมน์ “มุมละไม” ให้นิตยสาร all ด้วยนะครับ อ่านได้ที่ all-magazine.com หรือขอฟรีก๊อปปี้ได้ที่ 7-Eleven ครับ

บทความวันละตอนจาก Anontawong’s Musings:

LINE: bit.ly/tgimline

Facebook: bit.ly/tgimfb

Twitter: bit.ly/tgimtwt