ภูมิคุ้มกันความเบื่อ

20181022_boredom

เดี๋ยวนี้มือถือกลายมาเป็นเนื้อเดียวกับเราจนเราเกือบลืมไปแล้วว่าชีวิตก่อนมีสมาร์ทโฟนนั้นหน้าตาเป็นเช่นไร

ถ้านัดกับเพื่อนที่ห้าง แล้วเพื่อนเรายังไม่มา เราทำตัวอย่างไร (อย่าลืมว่าสมัยนั้น จะไปเดินเล่นก่อนก็ลำบากเพราะเรานัดเจอกันที่จุดนัดพบ จะให้มาถึงก่อนแล้วค่อยโทร.มาก็ไม่ได้ เพราะต่างคนต่างไม่มีเครื่องมือสื่อสารติดตัว)

หรือนัดหมอฟันแล้วต้องรอคิวยาวมาก เราทำอะไรบ้างนอกจากการอ่านนิตยสารบันเทิงเก่าๆ ที่วางทิ้งไว้ให้บนเคาท์เตอร์

หลายครั้ง คำตอบก็คือการ “นั่งรออย่างเบื่อๆ” และบางทีก็มีความหงุดหงิดตามเข้ามาด้วย

การอยู่กับความเบื่อจึงเป็นทักษะที่คนสมัยก่อนมีด้วยความจำเป็น

ซึ่งคนสมัยนี้แทบไม่มีแล้ว

เบื่อเมื่อไหร่ ต้องเปิดมือถือเมื่อนั้น

บางคนอาจจะบอกว่า ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ ยังไงมีอะไรให้ทำก็ดีกว่ายอมทนเบื่อเฉยๆ อยู่แล้ว

แต่ถ้ามองว่าสิ่งที่เราเสพในมือถือจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ของที่มีประโยชน์ แถมยังเป็นโทษไม่ต่างจากสิ่งเสพติดล่ะ?

ลองเปลี่ยนจากมือถือเป็นบุหรี่ เบื่อเมื่อไหร่ต้องสูบบุหรี่เมื่อนั้น วันๆ นึงเราคงสูบบุหรี่ได้หลายซอง ไม่ต้องเบื่อก็จริง แต่นั่นยังนับเป็นเรื่องที่ดีอยู่รึเปล่า?

คนที่ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บ ไม่ป่วย เพราะเขามีภูมิคุ้มกันที่ดี

คนที่จิตใจแข็งแรง ไม่เจ็บไม่ป่วยทางใจ เพราะเขามีภูมิคุ้มกันทางใจที่ดีเช่นกัน

ถ้าเราเจอความเบื่อ แล้วเราวิ่งหนีมันทุกครั้ง เราก็จะเสียโอกาสในการสร้างภูมิคุ้มกันความเบื่อ

พอเราอยู่กับความเบื่อไม่เป็น เราก็ต้องหาอะไรทำ ซึ่งจะทำให้ชีวิตเราต้องวิ่งตลอดเวลา

และชีวิตที่วิ่งตลอดเวลาและหยุดไม่ได้ (เพราะไม่อยากเบื่อ) ก็คงเป็นชีวิตที่เหนื่อยน่าดู

เพราะฉะนั้น หัดเรียนรู้ที่จะอยู่กับความเบื่อซะบ้าง เราจะได้มีภูมิคุ้มกัน

เมื่อถึงเวลาที่ควรวิ่งเราก็วิ่งไป

แต่เมื่อถึงเวลาที่ควรหยุด เราจะได้หยุดเป็นครับ