หลายสิ่งหลายอย่าง เราคิดเองเออเองทั้งนั้น

20180923_kideng

ไม่กล้ารับงานยากๆ เพราะกลัวทำไม่ได้

ไม่กล้ากลับบ้านเร็วกว่าเพื่อนในทีม (ทั้งๆ ที่ตัวเองทำงานเสร็จแล้ว) เพราะกลัวว่าจะโดนมองไม่ดี

ไม่กล้านำเสนอวิธีการทำงานที่ดีกว่านี้ เพราะกลัวว่าจะโดนปฏิเสธ

ไม่กล้าออกจากงานที่ไม่สนุก ไม่มีโอกาสพัฒนา เพราะกลัวว่าจะหางานอื่นไม่ได้

ทั้งหมดนี้ สามารถย่อยเหลือเป็นปัญหาแค่สองข้อ

1. เราประเมินความสามารถในการทำนายอนาคตของเราสูงเกินไป
2. เราประเมินความสามารถในการปรับตัวของเราต่ำเกินไป

นิ้วกลมเคยสัมภาษณ์พี่เก้ง จิระ มะลิกุลแห่ง GTH และ GDH ว่าการทำหนังร้อยล้านมีปุ่มกดมั้ย ประมาณว่าถ้ากดปุ่มนี้ร้อยล้านแน่นอน พี่เก้งตอบว่า “มี” แต่ปุ่มมันเปลี่ยนที่ไปเรื่อยๆ หนังเรื่องนี้กดปุ่มนี้ได้ร้อยล้าน หนังเรื่องหน้ากดปุ่มเดิมกลับเจ๊งไม่เป็นท่า

คำตอบก็คือไม่มีนั่นเอง

ลองนึกถึงศิลปินที่เราชื่นชอบ แล้วถามตัวเองว่าเราร้องเพลงเขาได้ทุกเพลงมั้ย หรือเพลงเขาดังทุกเพลงรึเปล่า คำตอบก็คือไม่

แต่ถามว่าตอนทำเพลง เขาตั้งใจทำทุกเพลงมั้ย คำตอบก็คือใช่ คงไม่มีศิลปินคุณภาพคนไหนบอกว่า อัลบั้มนี้ทำ 10 เพลง ตั้งใจทำให้ดังแค่ 3 เพลงพอ ที่เหลืออีก 7 เพลงก็ทำส่งๆ ไป

เพราะในแง่คนทำงาน เขาต้องทำให้ดีที่สุดทั้ง 10 เพลงอยู่แล้ว ส่วนเพลงไหนจะเด่น เพลงไหนจะดัง ก็ขึ้นอยู่กับแฟนเพลง เขาไม่สามารถคาดเดาหรือกำหนดอนาคตได้

ขนาดเจ้าของค่ายหนังหรือศิลปินชื่อดังยังไม่สามารถทำนายอนาคตได้ ทำไมเราถึงคิดว่าเราจะทำนายอนาคตได้?

หลายสิ่งหลายอย่าง เราจึงคิดเองเออเองทั้งนั้น

ดังนั้น ถ้ากำลังกลัวอะไรบางอย่าง ลองสำรวจความคิดเองเออเองของเราให้ดีนะครับ

เพราะมันอาจจะผิดก็ได้

และวิธีเดียวที่จะพิสูจน์ว่าที่เราคิดนั้นถูกหรือผิด คือต้องลองดูเท่านั้น

อย่าให้ชีวิตต้องพลาดโอกาสดีๆ ด้วยการคิดเองเออเองเลยนะครับ