เสพก่อนผ่อนทีหลัง

20180922_consumefirst

วันนี้มาเขียนค่ำหน่อย เพราะเพิ่งกลับมาจากการจัด Storytelling with Powerpoint Presentation Workshop รุ่นที่ 1 ไปครับ

ผมพูดเรื่อง Storytelling ส่วน “ผึ้ง” แฟนผมพูดเรื่อง Powerpoint

การสอนจบไปด้วยดี แต่นักเรียนคงไม่รู้ว่ากว่าจะมาสอนวันนี้ได้ ผึ้งต้องตื่นนอนตอนตี 3 มาตลอดทั้งสัปดาห์เพื่อมานั่งทำสไลด์ก่อนไปทำงาน

—–

ธรรมดาที่บ้านผมจะไม่กินข้าวเย็น ส่วนใหญ่จะกินแค่ผลไม้หรือซุปเห็ด

แม่ผมเอาทุเรียนมาให้เมื่อต้นสัปดาห์ ผึ้งก็เลยได้กินหนึ่งเม็ดตอนค่ำวันจันทร์ และอีกหนึ่งเม็ดตอนค่ำวันพุธ

และทั้งสองครั้ง ผึ้งก็จะบ่นในเช้าวันถัดมาว่านอนไม่สบายเลย ไม่น่ากินทุเรียนเข้าไปเลย

—–

ไม่ได้อยากจะเอาแฟนมานินทา เพียงแต่ว่ามันเป็นพฤติกรรมที่น่าสนใจ

พฤติกรรมของการเสพก่อนผ่อนทีหลัง

ทุเรียนนี่เห็นภาพง่ายหน่อย คือกินทุเรียนก่อน ได้เสพความอร่อยก่อน แล้วค่อยผ่อนจ่ายด้วยความไม่สบายเนื้อไม่สบายตัวตลอดทั้งคืน

ส่วนการที่แฟนผมไม่ยอมทำสไลด์แต่เนิ่นๆ ก็คือการเสพความสบายในวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วผ่อนจ่ายด้วยการตื่นนอนตี 3 ติดต่อกันในวันธรรมดา

ไอ้อาการเสพก่อนผ่อนทีหลังนี่ผมว่าเป็นกันทุกคนนะครับ จะมากหรือจะน้อยเท่านั้นเอง

คำถามคือทำไมเราถึงทำตัวกันอย่างนี้?

คำตอบที่ผมพอจะนึกได้ก็คือ เพราะตอนที่เรากำลังจะเสพสิ่งนั้นมันดูเหมือนจะฟรี

ทุเรียนเม็ดนี้มีคนให้มาฟรีๆ และบัดนี้มันก็ถูกใส่จานวางอยู่ตรงหน้าแล้ว แค่ตักเข้าปากก็อร่อยได้ทันที

เมื่อความสุขรออยู่ตรงหน้า ใครเล่าจะไม่คว้าไว้

แต่เราลืมไปว่าทุกอย่างมีราคาของมัน อาจจะคิดเป็นตัวเงินไม่ได้ แต่เราก็ต้องจ่ายไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง

ดูบอลแชมเปียนส์ลีก ได้เชียร์ทีมรัก แต่ผ่อนจ่ายด้วย productivity ที่รวนไปทั้งสัปดาห์

ช็อปกระหน่ำช่วง flash sale ได้ฟินจากการซื้อของถูก แล้วค่อยผ่อนจ่ายด้วยพื้นที่ในบ้านที่หายไป

เข้าเฟซบุ๊คที่ทำงานทุกๆ 15 นาที ได้รู้เรื่องชาวบ้าน แล้วค่อยผ่อนจ่ายด้วยสมาธิที่สั้นลงทุกวัน

อะไรก็ตามที่เราซื้อแบบผ่อนนั้น ย่อมมีดอกเบี้ยแฝงอยู่ด้วยทุกครั้ง ต้นทุนมันจึงแพงกว่าการอดเปรี้ยวไว้กินหวานแน่นอน

ก่อนจะปล่อยตัวปล่อยใจไหลตามกิเลส หากเราคำนึงถึงราคาทั้งหมดที่ต้องจ่ายในวันหลัง ก็น่าจะพอลดพฤติกรรมเสพก่อนผ่อนทีหลังได้บ้างนะครับ

—–

ป.ล. บทความนี้ขออนุญาตผึ้งก่อนเขียนแล้ว