นิทานอิฐ ๒ ก้อน

20180503_twobricks

วันนี้วันศุกร์ มาฟังนิทานที่สร้างจากเรื่องจริงกันนะครับ

อาจารย์พรหม หรือพระวิสิทธิสังวรเถร เป็นชาวอังกฤษ เป็นลูกศิษย์หลวงปู่ชา ก่อนที่จะไปก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณใกล้เมืองเพิร์ธ ประเทศออสเตรเลีย

ช่วงก่อตั้งวัดป่าโพธิญาณเมื่อปี ๒๕๒๖ พระอาจารย์พรหมเล่าว่า หลังจากซื้อที่ดินแล้ว เงินก็แทบไม่เหลือ ต้องสร้างวัดด้วยมือของตัวเอง ตั้งแต่ผสมปูน จนถึงการก่อกำแพงอิฐ

ท่านเล่าว่า ตอนที่ลงมือทำ ก็รู้สึกว่าได้ทำอย่างประณีตที่สุดจนกระทั่งกำแพงอิฐเสร็จลง แต่พอถอยออกมายืนดู ก็พบว่าก่ออิฐพลาดไป ๒ ก้อน กำแพงอิฐเรียงเรียบสวยงาม แต่มีอยู่ ๒ ก้อนที่เอียงๆ

พระอาจารย์พรหมขอเจ้าอาวาสทุบกำแพงทิ้งเพื่อก่อใหม่ แต่เจ้าอาวาสไม่ยอม จากนั้นเป็นต้นมา ทุกครั้งที่พระอาจารย์พรหมพาแขกเยี่ยมวัด ท่านจะพยายามหลีกเลี่ยงไม่พาแขกเดินผ่านกำแพงบริเวณนี้ เพราะอายที่ก่ออิฐผิดพลาดไป ๒ ก้อน

จนกระทั่งวันหนึ่ง พระอาจารย์พรหมกำลังเดินกับผู้มาเยือนวัดคนหนึ่ง เขาเห็นกำแพงอิฐนี้แล้วเปรยขึ้นมาว่า “กำแพงนี้สวยดี”

พระอาจารย์พรหมถามด้วยอารมณ์ขันว่า “คุณลืมแว่นสายตาไว้ในรถหรือเปล่า คุณไม่เห็นหรือว่ามีอิฐ ๒ ก้อนที่ก่อผิดพลาดจนกำแพงดูไม่ดี”

แต่แล้วผู้มาเยือนคนนี้ก็เอ่ยประโยคที่ทำให้พระอาจารย์พรหมเปลี่ยนแปลงทัศนคติทั้งหมดที่เคยมีต่อกำแพงนี้

“ผมเห็นอิฐที่วางไม่ดีสองก้อนนั้น แต่ผมก็ได้เห็นด้วยว่ามีอิฐอีก ๙๙๘ ก้อนที่ก่อไว้อย่างสวยงาม”

“นับเป็นครั้งแรกในรอบ ๓ เดือน ที่อาตมาสามารถมองเห็นอิฐก้อนอื่น ๆ บนกำแพงนั้น นอกเหนือจากเจ้า ๒ ก้อนที่เป็นปัญหา ไม่ว่าจะเป็นอิฐที่อยู่ด้านบน ด้านล่าง ด้านซ้าย และด้านขวาของเจ้าอิฐ ๒ ก้อนนั้นล้วนแต่เป็นอิฐที่ก่อไว้อย่างดีไม่มีที่ติ ยิ่งไปกว่านั้นจำนวนอิฐที่ดี มีมากกว่า เจ้าอิฐไม่ดี ๒ ก้อนนั้น”

ช่วง ๓ เดือนที่ผ่านมา สายตาของพระอาจารย์พรหมเฝ้ามองแต่อิฐ ๒ ก้อนนั้น ท่านยอมรับว่าสายตาของท่าน มืดบอดต่อสิ่งอื่น ๆ ท่านอยากทลายกำแพง เพราะมองเห็นแต่อิฐ ๒ ก้อนที่ผิดพลาด

แต่ทันทีที่ความรู้สึกเปิดกว้าง มองเห็นอิฐก้อนดี ๆ จำนวนมากบนกำแพงนี้ กำแพงเดิมที่อยากทลาย ก็กลับงดงามขึ้นมาทันที

“ใช่ กำแพงนี้สวยดี” พระอาจารย์พรหมหันไปบอกกับผู้มาเยี่ยมคนนั้น

จนถึงวันนี้ พระอาจารย์พรหมก็นึกไม่ออกแล้วว่า อิฐก้อนที่ผิดพลาด ๒ ก้อนนั้นอยู่ตรงไหนของกำแพง

“ทัศนคติ” ในการมองโลกที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อิฐ ๒ ก้อนนั้นเลือนหายจากความทรงจำ

พระอาจารย์พรหมเปรียบเปรยว่า คู่ชีวิตที่ตัดสัมพันธ์ หรือหย่าร้างกันก็เพราะทั้งคู่เพ่งมองแต่ “อิฐที่ไม่ดี ๒ ก้อน” ในตัวคู่ชีวิตของเขา

คนที่คิดท้อแท้ อยากฆ่าตัวตายก็เพราะเรามองเห็นแต่ “อิฐ ๒ ก้อน” ในตัวเราเอง

ทั้งที่ในความเป็นจริง นอกจาก “อิฐ ๒ ก้อน” ที่ผิดพลาดแล้ว ยังมี “อิฐก้อนที่ดี” และ “อิฐก้อนที่ดีจนไม่มีที่ติ” มากมายอยู่ในตัวเรา เพียงแต่เรามองไม่เห็นเท่านั้น

—-

ขอบคุณนิทานจาก หนุ่มเมืองจันท์ หนังสือ แพ้ได้ แต่ไม่ยอม (ฟาสต์ฟู๊ดธุรกิจ ๙)

คนฉลาดทำอย่างแรก

20180503_atonce

ในสิ่งที่คนโง่ทำอย่างสุดท้าย

The wise man does at once what the fool does finally.
-Niccolo Machiavelli

ถ้าจะเขียนให้เป็นภาษาไทยจริงๆ ก็ต้องเขียนว่า สิ่งที่คนฉลาดทำทันที คือสิ่งที่คนโง่จะทำเป็นอย่างสุดท้าย

สิ่งที่คนฉลาดจะทำโดยไม่รีรอ:-

งานยากๆ

กล่าวคำขอโทษ

แก้ไขข้อผิดพลาด

วางแผนการเงิน

ช่วยเหลือคนอื่น

ดูแลสุขภาพ

สำรวจว่าตัวเองยังบกพร่องตรงไหนบ้าง

ให้เวลากับครอบครัว

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมด คนโง่จะไม่ยอมทำจนกว่าสถานการณ์จะบีบคั้นให้จำเป็นต้องทำ

ในทางกลับกัน สิ่งที่คนโง่ทำเป็นอย่างแรกๆ ก็อาจจะเป็นสิ่งที่คนฉลาดทำเป็นเรื่องท้ายๆ ครับ

พรีเซนต์ให้ดีด้วยเทคนิค Mr.Bean

20180502_mrbean

สองสัปดาห์ที่แล้วแฟนผมต้องเตรียมขึ้นพรีเซนต์ทิศทางของทีมต่อหน้า MD และเหล่าผู้จัดการทีมร่วมร้อยคน ที่สำคัญต้องพรีเซนต์เป็นภาษาอังกฤษซึ่งเธอไม่เคยทำมาก่อน

ต้องพูดวันจันทร์บ่าย กว่าจะทำสไลด์เสร็จก็วันจันทร์เช้า แฟนโทร.มาหาผมตอนพักเที่ยง บอกว่าไม่ค่อยมั่นใจเอาซะเลย

ผมเลยเล่าเรื่อง Mr.Bean ให้เธอฟัง

—–

มิสเตอร์บีนเป็นซิทคอมจากเกาะอังกฤษที่โด่งดังมากในช่วงทศวรรษที่ 90

คาแรคเตอร์ของมิสเตอร์บีนคือทึ่มๆ เห็นแก่ตัว ชอบทำอะไรเองคนเดียวแต่ก็ไม่เคยรู้สึกเหงา (อาจเพราะไม่มีเพื่อนมานาน) และไอ้ความไม่ค่อยฉลาดของเขานี่แหละที่ทำให้เกิดฉากฮาๆ มากมาย

คนที่แสดงนำเป็น Mr.Bean คือ Rowan Atkinson (โรวัน แอตคินสัน) แต่คุณรู้มั้ยครับว่าเขาใช้เวลานานมากกว่าจะเข้าสู่วงการบันเทิงได้ โดยช่วงแรกๆ แอตคินสันพยายามไปคาสติ้งเล่นละครเวทีแต่ก็ไม่ติดกับเขาซักที เพราะนอกจากหน้าตาจะไม่ชวนมองแล้วเขายังเป็นคนพูดติดอ่างอีกต่างหาก!

การพูดติดอ่างอาจจะเป็นอุปสรรคสำหรับหลายอาชีพ แต่สำหรับอาชีพนักแสดงนี่น่าจะเป็นจุดตายเลยก็ว่าได้ เพราะแค่คิดว่าตัวเอกในละครพูดตะกุกตะกักก็เสียอารมณ์คนดูแล้ว

จุดเปลี่ยนของแอตคินสันเกิดขึ้นตอนที่เขาเขียนบทละคร Mr.Bean ขึ้นมาเอง แล้วค้นพบว่า เวลาเขาเล่นเป็น Mr.Bean เขาหยุดพูดติดอ่างได้เฉยเลย!

—–

ผมเลยบอกแฟนไปว่า บางทีเธอต้องลองสวมบทบาทเป็นคนอื่นดู ผมให้เธอนึกถึงพี่ที่ทำงานเก่าคนหนึ่งที่พรีเซนต์เก่งมาก แล้วให้จินตนาการตอนขึ้นพูดว่าเธอคือพี่คนนั้น จะพูดอย่างไร ความเร็วแค่ไหน ท่ายืนและภาษามือจะเป็นยังไง และที่สำคัญคือจะพูดด้วยความรู้สึกอย่างไร

ปรากฎว่าเย็นนั้นแฟนโทร.มาบอกว่าเอาเทคนิคไปใช้แล้วเวิร์ค พูดได้ดีกว่าที่คิด แถมได้รับโหวตเป็น 1 ใน top 3 speakers ของวันนั้นด้วย

หากใครไม่มั่นใจเรื่องการพรีเซนต์เอาซะเลย ลองนำเทคนิคมิสเตอร์บีนไปใช้ดูนะครับ

—–

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ! หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ B2S ศูนย์หนังสือจุฬา คิโนะคุนิยะ เอเชียบุ๊คส์ และร้านหนังสือทั่วไปครับ

อย่าถามว่าเราต้องการอะไรจากชีวิต

20180501_whatiwantfromlife.png

ให้ถามว่าชีวิตต้องการอะไรจากเรา

Instead of asking, “What do I want from life?” a more powerful question is, “What does life want from me?”
-Eckhart Tolle

James Altucher เคยถาม Tony Robbins ว่าทำยังไงเราถึงจะมีพลังชีวิตมากกว่านี้

โทนี่ตอบว่า You gotta find something that you value more than yourself – คุณต้องหาสิ่งที่คุณให้ค่ามากกว่าตัวเอง

เพราะถ้าเราคิดถึงแต่ตัวเอง เราก็จะวนอยู่กับเรื่องไม่กี่เรื่อง อยากมีเงินเยอะๆ อยากมีรถหรูๆ ขับ อยากกินของอร่อยๆ อยากมีรองเท้าสวยๆ ใส่

แต่เมื่อเราได้มันมาหมดแล้ว เราอาจจะพบเพียงความเปล่าดายเหมือนที่หลายคนเคยพบก็ได้

แต่ถ้าจุดโฟกัสเราใหญ่กว่าตัวเราเอง เช่นอยากทำอะไรดีๆ เพื่อใครซักคน หรืออยากทำงานบางอย่างให้สำเร็จ เราน่าจะมีแรงฮึดมากกว่า โดยเฉพาะในเวลาที่ฟ้าฝนไม่เป็นใจ เพราะอย่างน้อยเราก็ตอบตัวเองได้ว่าเราเหนื่อยไปเพื่ออะไร

What does life want from me?

คือคำถามที่ควรหมั่นถามตัวเองอยู่เสมอ จะได้ไม่เสียโอกาส

เพียงแค่เราได้อ่านบทความนี้ เราก็โชคดีกว่าคนหลายพันล้านคนแล้ว เพราะนั่นแสดงว่าเราอ่านออกเขียนได้ มีไฟฟ้าใช้ และมีอินเตอร์เน็ต

มาเปลี่ยนโชคดีให้กลายเป็นคุณค่า ด้วยการทำอะไรที่ไปไกลเกินกว่าตัวเรากันครับ