คืนที่บิล คลินตัน โทร.หาโทนี่ รอบบินส์

20180405_tonyrobbins_billclinton

Tony Robbins ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งใน Performance Coach ที่เก่งที่สุดในโลก มีคนยอมจ่ายค่าตั๋วหลายหมื่นบาทเพื่อเข้าร่วมสัมมนาของโทนี่ และมีผู้บริหารระดับ CEO มากมายที่จ้างโทนี่ไปเป็นโค้ชส่วนตัว

โทนี่เล่าให้ฟังว่า ค่ำคืนหนึ่งเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว เขาได้รับโทรศัพท์จากบิล คลินตัน ประธานาธิบดีคนที่ 42 ของอเมริกา

คลินตัน: พรุ่งนี้ในสภาคองเกรสเขาอาจจะลงชื่อถอดถอนผมแล้ว ผมควรทำยังไงดีโทนี่?

โทนี่คิดในใจว่า เรื่องใหญ่ระดับนี้ ทำไมไม่โทร.มาถามให้เร็วกว่านี้(ฟระ)

โทนี่: ถามผิดคำถามครับท่านประธานาธิบดี

คลินตัน: ??

โทนี่: ท่านไม่ควรถามว่า “ควรจะทำยังไง” แต่ควรจะถามว่า “ท่านต้องการอะไร”? มากกว่า ท่านต้องตอบตัวเองให้ได้ก่อนว่าท่านต้องการผลลัพธ์อะไรจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ต้องการจะได้ความเคารพเชื่อมั่นกลับคืนมารึเปล่า ท่านต้องการจะเล่นการเมืองต่อรึเปล่า เมื่อคำตอบตรงนี้ของท่านชัด ท่านก็จะรู้เองว่าควรต้องทำยังไง

คลินตัน: จริงด้วยโทนี่ ขอบคุณมากๆ เลยนะ

แล้วประธานาธิบดีก็วางหูไป

โทนี่ย้ำว่า How ไม่สำคัญ

สิ่งที่สำคัญกว่าคือ How คือ What

และสำคัญกว่า What ก็คือ Why

เขาเลยมีเทคนิคง่ายๆ ที่เรียกว่า RPM

R = Results อะไรคือสิ่งที่คุณต้องการ (What)

P = Purpose ทำไปเพื่ออะไร (Why?)

M = Massive Action Plan ต้องทำอะไรบ้างเพื่อให้ได้ผลลัพธ์นั้น (How?)

โทนี่ใช้เทคนิคที่ชื่อว่า RPM มาหลายสิบปีแล้ว ทั้งกับตัวเขาเอง คนที่เขาโค้ช และพนักงานกว่า 2000 คนในบริษัทของเขา

ดังนั้น เมื่อเจอโจทย์ยากๆ ในชีวิต แทนที่จะคิดค้นหาทางออก (how) เราควรถามตัวเองก่อนว่าเราอยากให้ผลลัพธ์ออกมาหน้าตาแบบไหน และทำไมเราถึงต้องการสิ่งนั้น

เมื่อภาพปลายทางชัดเจน และเหตุผลเราแข็งแรงพอ ก็คงไม่ยากเย็นเกินไปที่จะหาหนทางให้เจอครับ

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก The James Altucher Show: 326 – Tony Robbins: [Anniversary Episode]: How to Be Fulfilled: Just Start Asking Yourself These 2 Questions

หนังสือ Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ พิมพ์ครั้งที่ 3 แล้วนะครับ!

วันเสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.00-12.50 ผมจะไปเซ็นหนังสือที่บู๊ธซีเอ็ด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ แวะมาทักทายกันได้นะครับ!

โน้มน้าวคนด้วยการตั้งคำถาม

20180404_motivationalinterview

ผมเพิ่งได้ฟัง Dan Pink (คนเขียนหนังสือ Drive และ When) พูดถึงเทคนิคที่ชื่อว่า Motivational Interviewing

หรือการโน้มน้าวคนด้วยการตั้งคำถาม

สมมติเรามีลูกสาววัยรุ่นที่ไม่ยอมเก็บห้องให้เรียบร้อย

โดย common sense เราก็จะเคี่ยวเข็ญด้วยวิธีให้เหตุผลต่างๆ นาๆ ว่าทำไมเธอจึงควรเก็บห้อง การทำให้ห้องรกนั้นมันทำให้เราหงุดหงิดแค่ไหน ฯลฯ แต่ลูกก็อาจจะยังไม่กระดิกอยู่ดี

ทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจคือลองใช้วิธีตั้งคำถามแบบนี้

แม่: คะแนนความพร้อมในการเก็บห้องของลูก เต็ม 10 ให้เท่าไหร่? (On the scale of 1-10, how ready are you to clean up the room?)

ลูก: 2 คะแนนค่ะแม่

แม่: ทำไมไม่ให้คะแนนต่ำกว่านี้ล่ะ? (Why didn’t you pick a lower number)

คราวนี้ลูกก็ต้องอธิบายแล้วว่าทำไมไม่ได้ให้ 1 คะแนน

ลูก: อืม…จะว่าไปหนูก็โตแล้ว จริงๆ ก็น่าจะดูแลห้องได้ดีกว่านี้ และถ้าห้องเป็นระเบียบก็อาจจะหาของเจอง่ายขึ้น ไม่ต้องรีบทุกเช้าที่ต้องไปโรงเรียน ฯลฯ

วิธีถามแบบนี้ จะทำให้ลูกพูดเหตุผลออกมาเองว่าทำไมเขาควรจะเก็บห้อง โดยที่เราไม่ต้องพยายามสอนเขาซักนิดเดียว และเมื่อเขาได้ยินเหตุผลของตัวเอง เขาก็มีแนวโน้มที่จะลงมือเก็บห้องมากขึ้น

แต่ถ้าลูกตอบมาตั้งแต่แรกว่าให้คะแนนแค่ 1 หรือ 0 ล่ะ?

เราสามารถถามลูกได้ว่า

แม่: มีอะไรที่แม่พอจะช่วยได้เพื่อให้คะแนนเพิ่มขึ้นมาเป็น 2 มั้ย?

ลูก: อืม ถ้าแม่ช่วยหนูเก็บด้วยหนูก็อาจมีกำลังใจมากขึ้นนะคะ

สิ่งสำคัญที่แดน พิงค์บอกก็คือ วิธีการโน้มน้าวจิตใจคนที่ดี ไม่ได้เกิดจากการเอาความเห็นของเราไปใส่ในหัวของเขา แต่เป็นการตั้งคำถามและจัดสรรบริบทเพื่อให้คนๆ นั้นมองเห็นเหตุผลที่จะทำสิ่งนั้นเพื่อตัวเขาเอง

ตัวอย่างนี้อาจเป็นเรื่องแม่กับลูก แต่แดนบอกว่าเทคนิค Motivational Interviewing นี้อาจนำมาใช้ได้หลายบริบทเช่นกับลูกน้อง กับเพื่อน หรือกับลูกค้า

ผมเองยังไม่เคยได้ทดลองใช้อย่างจริงจัง มีความกังวลอยู่เหมือนกันว่ามันดูฝืนๆ ไปรึเปล่า แต่ถ้าใครสามารถนำเทคนิคนี้ไปปรับเรื่องคำพูดจนสามารถใช้งานได้กับคนไทยจริงๆ ก็อย่าลืมมาบอกกันบ้างนะครับ

—–

ชอบคุณข้อมูลจาก Big Think: How to Persuade Others with the Right Questions: Jedi Mind Tricks from Daniel H. Pink 

เสาร์ที่ 7 เมษายนนี้ เวลา 12.15-13.00 ผมจะไปเซ็นหนังสือที่บู๊ธซีเอ็ด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ แวะมาทักทายกันได้ครับ

ถ้าเราไม่กลัวเราจะทำอะไร?

20180402_notafraid

What would you do if you weren’t afraid?
-Adepero

มีหลายเรื่องที่เราไม่ได้ทำ หรือไม่คิดที่จะทำเพราะเรากำลังกลัวอะไรบางอย่าง

กลัวโดนเจ้านายด่า

กลัวเหนื่อยกว่าเดิม

กลัวจะพลาด

กลัวถูกปฏิเสธ

กลัวเสียฟอร์ม

และอีกสารพัดความกลัวที่เรามี ทั้งโดยรู้ตัวและไม่รู้ตััว

ทั้งๆ ที่หากเรื่องที่เรากลัวเกิดขึ้นจริงก็คงไม่ตายหรอก แค่แสบๆ คันๆ

สิ่งใดที่เรากลัว สิ่งใดที่มีแรงต้าน แรงต้านนั้นคือสัญญาณบอกว่านั่นคือสิ่งที่เราต้องการจริงๆ

What would you do if you weren’t afraid?

ถ้าไม่กลัวเราจะทำอะไร?

แล้วก็ทำเลย

เกมสั้น-เกมยาว

20180401_infinitegame

ผมเพิ่งได้ฟังพอดคาสท์ Akimbo ซึ่งจัดโดย Seth Godin บล็อกเกอร์คนโปรดของผมพูดถึง Finite Game และ Infinite Game

Finite Game คือเกมที่เล่นเพื่อที่จะหาผู้ชนะ เช่นการแข่งฟุตบอลหรือการสอบเข้ามหาวิทยาลัยดังๆ ซึ่งมันมีจุดจบที่ชัดเจนเช่นตอนนกหวีดเป่าหมดเวลาหรือตอนที่ประกาศผลสอบ

Infinite Game คือเกมที่ไม่มีจุดจบที่ชัดเจน เป็นเกมที่ “เล่นเพื่อจะเล่น” เป้าหมายหลักคือการมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกัน เช่นพ่อเล่น catch ball กับลูก คงไม่มีพ่อคนไหนโยนบอลใส่ลูกแรงๆ เพื่อที่จะเอาชนะอยู่แล้ว

เซธเล่าถึง Bill Graham ซึ่งเป็นคนจัดคอนเสิร์ตร็อคที่โด่งดังมากเมื่อ 30 ปีที่แล้ว เขาจัดคอนเสิร์ตให้ศิลปินอย่าง The Grateful Dead หรือ Bruce Springsteen โดยเก็บค่าตั๋วเพียงแค่ $29 เท่านั้น

เซธถามบิลว่า ทำไมคอนเสิร์ตของยูค่าตั๋วถูกจัง ทำไมไม่เก็บ $70 หรือ $100 เหรียญ เพราะวงระดับนี้มีคนยอมจ่ายอยู่แล้ว

บิลตอบเซธว่า เขารู้ว่าจะเก็บ $100 ก็ได้ แต่ถ้าขายตั๋วราคานั้น กลุ่มเป้าหมายของเขาอาจจะมีเงินมาดูคอนเสิร์ตได้แค่ปีละครั้งเดียว อาจจะได้กำไรมากก็จริง แต่ก็จะสูญเสียโอกาสในการสร้างวัฒนธรรม/พฤติกรรมการออกมาดูคอนเสิร์ตของคนอเมริกัน เขาจึงยินดีเก็บค่าตั๋วราคาย่อมเยาเพื่อให้คนได้ดูคอนเสิร์ตบ่อยๆ ดีกว่า

ครับ บิลกำลังเล่นเกมยาวหรือ infinite game อยู่ เขาไม่ต้องการเป็นผู้ชนะในเกมนี้ แค่ต้องการเป็นหนึ่งใน contributor ที่จะช่วยทำให้ทุกคนมีช่วงเวลาดีๆ ร่วมกันนานๆ

บางเกมนั้นก็เป็นเกมสั้น บางเกมนั้นเป็นเกมยาว และบางเกมก็เล่นได้ทั้งสั้นและยาว ขึ้นอยู่กับว่าเราจะเลือกเล่นแบบไหน

แต่คนเล่นเกมสั้นนั้นมีมากมายเกินพอแล้ว ดูนักการเมืองและสื่อบางประเภทเป็นตัวอย่างก็ได้

เลยอยากเห็นคนไทยหันมาเล่นเกมยาวกันเยอะๆ ครับ

ป.ล. บล็อกนี้ก็เป็นเกมยาวอย่างหนึ่ง

—–

ขอบคุณข้อมูลจาก Akimbo: Game Theory and the Infinite Game 

เสาร์ที่ 7 เมษายน เวลา 12.15-13.00 ผมจะไปเซ็นหนังสือที่บู๊ธซีเอ็ด งานสัปดาห์หนังสือแห่งชาติ ศูนย์ประชุมสิริกิติ์ แวะมาทักทายกันได้ครับ