เราพรีเซนต์ไปเพื่ออะไร

20171115_present

คนทำงานออฟฟิศจำนวนไม่น้อยน่าจะได้ดูได้ฟัง Powerpoint Presentation จากผู้บริหารหรือเพื่อนร่วมงานมาแล้วนับร้อยครั้ง

แต่พรีเซนต์ที่เราประทับใจ อาจมีอยู่เพียงหยิบมือเดียวเท่านั้น

คำถามคือ ทำไมคนส่วนใหญ่จึงพรีเซนต์ได้ไม่ดี

สมมติฐานของผม คือคนพรีเซนต์อาจลืมถามตัวเองว่า เขาพรีเซนต์ไปเพื่ออะไร

เราพรีเซนต์ไปเพื่ออะไรครับ?

ลองใช้เวลาซักนิดเพื่อลองคิดคำตอบ

.
.
.
.
.
.
.
.

เราพรีเซนต์เพื่อ…

โชว์ผลงาน

ขายของ

สอนหนังสือ

รายงานความคืบหน้า

ของบประมาณ

ขอความร่วมมือ

สร้างความบันเทิง

โน้มน้าว

เล่าเรื่องราว

สร้างแรงบันดาลใจ

ฯลฯ

เหตุผลของการพรีเซนต์ดูเหมือนจะมีมากมาย

แต่เหตุผลที่ผมชอบมากที่สุดมาจาก Seth Godin บล็อกเกอร์คนโปรดของผม ที่เคยเขียนไว้ว่า

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

ทวนอีกครั้งนะครับ

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

คีย์เวิร์ดมีสองคำ คือ “เปลี่ยน” และ “คนฟัง”

เปลี่ยนจากคนไม่รู้ ให้กลายเป็นรู้

เปลี่ยนจากศัตรู ให้กลายเป็นมิตร

เปลี่ยนจากคนไม่สนใจ ให้หันมาสนใจ

เปลี่ยนจากคนเฉยๆ ให้ตื่นเต้น

เปลี่ยนจากคนที่ไม่เชื่อ ให้กลายเป็นเชื่อ

เปลี่ยนจากคนที่ไม่คิดจะทำอะไร ให้ลุกขึ้นมาทำอะไรซักอย่าง

เหตุผลที่การพรีเซนต์ส่วนใหญ่ไม่น่าจดจำ เพราะคนพรีเซนต์ไม่ได้คิดถึงประเด็นนี้ เลยไปโฟกัสกับการทำสไลด์มากเกินไป ผลก็คือหลังการพรีเซนต์จบ คนฟังก็ยังเหมือนเดิมทุกประการ

ดังนั้น ถ้าอยากให้พรีเซนต์ของเราออกมาดี ก่อนจะเปิด Powerpoint ขึ้นมาทำสไลด์แรก ขอให้ตอบคำถามสำคัญที่สุดนี้ก่อนว่า

เราต้องการจะเปลี่ยนคนฟังยังไงบ้าง?

ไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลายคนยกย่องให้สตีฟ จ๊อบส์ เป็นนักพรีเซนต์ที่เก่งที่สุดในโลก

เพราะแต่ละครั้งที่จ๊อบส์ขึ้นพรีเซนต์ เขาเปลี่ยนคนฟังในสเกลที่ใหญ่มาก

ปี 2001 จ๊อบส์เปิดตัว iPod ซึ่งก็ทำให้คนจำนวนมากเลิกใช้เครื่องเล่น mp3 มากมายที่มีเกลื่อนตลาด

ปี 2007 จ๊อบส์เปิดตัว iPhone ซึ่งทำให้คนนับร้อยล้านคนเปลี่ยนจาก Nokia และ Blackberry มาใช้สมาร์ทโฟน

ปี 2010 จ๊อบส์เปิดตัว iPad ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนให้คนรุ่นพ่อรุ่นแม่เราได้ใกล้ชิดกับเทคโนโลยีมากกว่ายุคใด

เราพรีเซนต์เพื่อจะเปลี่ยนคนฟัง

จำเหตุผลนี้ให้ขึ้นใจ แล้วเราจะทำพรีเซนต์ได้ดีขึ้นครับ