วิธีบำบัดโรคขี้อิจฉา

20170603_jealous

วันนี้ผมได้อ่านบล็อกของ Derek Sivers ได้มุมมองที่น่าสนใจเลยอยากนำมาเล่าสู่กันฟังครับ

ลองจินตนาการว่าคุณได้เป็นตัวแทนประเทศไปวิ่งแข่งในกีฬาโอลิมปิกส์

คุณเข้าเส้นชัยเป็นที่ 2 ได้ขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นเพื่อรับเหรียญเงิน คุณจะรู้สึกอย่างไร?

“ถ้าเราวิ่งเร็วกว่านี้อีกนิดเดียวก็ได้เหรียญทองไปแล้ว”

มันคงเป็นความรู้สึกที่ทั้งเสียใจและเสียดายที่พลาดเหรียญทองไปอย่างฉิวเฉียด

แต่ถ้าคุณได้เหรียญทองแดงล่ะ?

“ถ้าช้ากว่านี้อีกนิดเดียวก็คงไม่ได้มายืนอยู่บนแท่นนี้แล้ว!”

ความสุขนั้นขึ้นอยู่กับว่าเราโฟกัสไปที่เรื่องใด

ถ้าเรารู้ตัวว่าอิจฉาคนอื่นๆ บ่อยๆ นั่นแสดงว่าเรากำลังคิดแบบนักวิ่งเหรียญเงิน วิธีบรรเทาก็คือหัดคิดแบบนักวิ่งเหรียญทองแดงซะบ้าง

ถ้าเรามีความสุขกับการใช้มือถือรุ่นใหม่ล่าสุด พอเห็นคนอื่นใช้มือถือรุ่นที่ใหม่กว่าเรา เราก็จะอิจฉาทันที

แต่ถ้าเราพอใจกับมือถือที่คุณภาพดีและราคาสมเหตุสมผล เราก็จะรู้สึกดีเมื่อเทียบกับคนอื่นที่ใช้มือถือคุณภาพต่ำ

ถ้าเราเป็นนักดนตรีที่มีความฝันอยากโด่งดังเป็นซูเปอร์สตาร์ แต่ความจริงยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก เราก็จะคอยเปรียบเทียบตัวเองกับคนที่ดังกว่าตลอด

แต่ถ้าเราเล่นดนตรีเพื่อดนตรี แค่เราได้หาเลี้ยงชีพจากสิ่งที่ตัวเองรัก เราก็พอใจแล้ว

ถ้าเราเป็นพนักงานบริษัท แล้วเทียบตัวเองกับคนที่เงินเดือนดีกว่า เราก็จะทุกข์ใจ แต่ถ้าเราคิดได้ว่ายังมีอีกหลายคนที่ฝันอยากจะได้มาอยู่ ณ จุดที่เรายืนอยู่ เราก็จะไม่ทุกข์มากนัก

ไม่ได้แปลว่าคนเราไม่ควรมุ่งสู่ความเป็นเลิศนะครับ

ในบางครั้ง เราก็ต้องคิดแบบนักวิ่งเหรียญเงินเพื่อจะมีแรงฮึดขยันซ้อมให้มากขึ้น

แต่ในเวลาที่เหลือ เราควรจะเห็นคุณค่าในสิ่งที่ตัวเองมีอยู่แล้ว

ผมเองก็ยังคิดแบบนักวิ่งเหรียญเงินเป็นประจำ โดยเฉพาะเวลาที่เห็นบล็อกเกอร์ที่มียอดไลค์ยอดแชร์เยอะๆ

แต่ความคิดนี้ก็จะดับลงเมื่อมีคนมาขอบคุณหรือบอกว่าบทความวันนี้มีประโยชน์มากเลย

เพราะมันได้ช่วยย้ำเตือนว่า ผมเริ่มเขียนบล็อกนี้เพื่ออะไร

—–

(UPDATE 25 Aug 2017: “Thank God It’s Monday ขอบคุณโลกนี้ที่มีงานประจำ” หนังสือเล่มแรกของผมวางแผงแล้วนะครับ หาซื้อได้ที่ซีเอ็ด นายอินทร์ คิโนะคุนิยะ เอเชียบุุ๊คส์ บีทูเอส และศูนย์หนังสือจุฬาครับ bit.ly/tgimannounce)

ขอบคุณเนื้อหาจาก Derek Sivers: Think like a bronze medalist, not silver

อ่านบทความใหม่ทุกวันที่เพจ Anontawong’s Musings: facebook.com/anontawongblog

อ่านบทความทั้งหมด anontawong.com/archives

ดาวน์โหลดหนังสือ “เกิดใหม่” anontawong.com/subscribe/